แผน 5 ปี สู่ Top UK University

CategoriesarticlesTagged , , , , ,

สมมติว่า เรากำลังจะขึ้น Year 9 และอยากเข้า Top UK University คำถามคือเราต้องทำอะไรบ้าง ? เรามาลองดูแผนตัวอย่างที่สามารถทำได้กันครับ

หมายเหตุสำคัญ : แม้หลักการอาจเหมือนกันได้ แต่ในรายละเอียดแล้วแผนของแต่ละคนย่อมแตกต่าง การปรึกษาทีม Consult เพื่อวางแผนส่วนบุคคลคือเรื่องที่จำเป็นเป็นอย่างยิ่งครับ

ต้องเป็นคนเก่ง ที่ใช่

ปรัชญาการศึกษาของประเทศอังกฤษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน Top UK University คือต้องการคนเก่งที่ใช่ คำว่า “คนเก่ง” วัดกันง่ายสุดคือผลการเรียน นั่นหมายถึง ผล IGCSE (หรือเทียบเท่า) ที่ดี ผล AS-level (ถ้ามี) ที่ดี และ Predicted Grade ที่ดีว่าจะจบ A-level หรือ IB ด้วยเกรดเท่าไร

ส่วนคำว่า “ที่ใช่” คือเป็นคนที่เหมาะสมสำหรับการเรียนสาขาวิชานั้น ๆ ชอบสิ่งนั้นจริง ๆ เกิดมาเพื่อสิ่งนั้นจริง ๆ ซึ่งปกติจะวัดจากการเขียน Personal Statement จาก Reference ที่ครูเขียนให้ จากการสอบเพิ่มเติม ๆ หรือ Additional Assessment และจากการ Interview

ซึ่งถ้าจะให้ทั้งคำว่า “คนเก่ง” และ “ที่ใช่” มาอยู่ในคน ๆ เดียวกัน คงหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย ที่จะต้องเลือกเรียนและเลือกทำในสิ่งที่ตัวเอง Born to be จริง ๆ เท่านั้น เพราะฉะนั้น จุดเริ่มต้นของแผน 5 ปี จึงอยู่ที่การค้นหาว่าสิ่งที่ตัวเอง Born to be คืออะไร แล้วทำขั้นตอนต่าง ๆ ต่อไปให้ดีที่สุด

หลักการของแผน

ก่อนจะไปถึงแผนทั้ง 5 ปี หลักการที่สำคัญของแผนคือ

  • แบ่งงานใหญ่ ๆ เป็นงานย่อย ๆ ยกตัวอย่างเช่น การสอบ IGCSE แทนที่จะเสี่ยงสอบรอบเดียวตอนปลาย Year 11 หลาย ๆ วิชาพร้อมกัน ก็วางแผนให้สามารถทยอยสอบล่วงหน้าได้ตั้งแต่ Year 10 เพื่อทำเกรดแต่ละตัวให้ดีที่สุด และลดภาระในตอนท้าย เป็นต้น
  • เน้นการสะสมทุกอย่างแต่เนิ่น ๆ เช่น เรื่องของการเลือก University ก็เลือกแต่เนิ่น ๆ เพื่อมีโอกาสในการเก็บข้อมูล หรือการเสริมประสบการณ์ต่าง ๆ ตลอดปีหรือในช่วงปิดเทอม ก็จะเริ่มทำตั้งแต่ปีแรก และทำทุกปี เพื่อให้มีทุกอย่างครบถ้วนจริง ๆ ก่อนจะถึงปีสุดท้าย เป็นต้น

แผนปีที่ 1 – ทำอะไรใน Year 9

  • ก่อนขึ้น Year 9 ทำ Career Test เพื่อหาแนวทางที่ตัวเอง Born to be พร้อมเริ่มวางแผนนับจากนี้จากผล Career Test ที่ได้
  • เริ่มเรียน IGCSE ล่วงหน้าในวิชาที่เป็นจุดแข็งของตัวเองจากผล Career Test
  • เริ่มเลือกสาขาวิชาและ Top UK University ที่อยากไป เริ่มเข้าไปอ่าน Course Syllabus ว่าแต่ละปีต้องเรียนอะไร และเริ่มศึกษา Entry Requirements ว่าเขาต้องการคนที่มีคุณสมบัติแบบไหน เพื่อให้เลือกเรียนวิชาต่าง ๆ ต่อจากนี้ทั้ง IGCSE และ A-level ได้อย่างถูกต้อง
  • เลือกวิชา IGCSE ตอน Year 9 เทอม 2 ตามที่ผล Career Test แนะนำ
  • หากิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ได้ค้นหาตัวเองมากขึ้น ในอาชีพที่เกี่ยวข้องกับที่ผล Career Test แนะนำ
  • ไป Summer School หรือลง Online Course กับต่างประเทศในช่วงปิดเทอม Summer ก่อนขึ้น Year 10 เน้นเป็นคอร์สที่เกี่ยวกับ Academic Skills and Knowledge ต่าง ๆ

แผนปีที่ 2 – ทำอะไรใน Year 10

  • เรียน IGCSE ให้จบ 2 – 3 วิชา ก่อนถึง Year 10 เทอม 3 ประมาณ 4 – 5 เดือน เพื่อให้มีเวลาในการทำ Past Papers ล่วงหน้าก่อนถึงเวลาสอบจริง
  • เรียน IGCSE ล่วงหน้าเพิ่มอีก 2 – 3 วิชา ที่จะนำไปสอบล่วงหน้าในช่วงเทอม 1 หรือเทอม 2 ของ Year 11 โดยวางแผนเรียนให้จบล่วงหน้าก่อนขึ้น Year 11 หรืออย่างช้า Year 11 เทอม 1 ให้ได้
  • หากิจกรรมทำเพิ่มเติม ต่อยอดจาก Year 9 ให้เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาที่อยากเรียนในอนาคตมากขึ้น
  • สอบ IGCSE 2 – 3 วิชาล่วงหน้าที่ช่วง Year 10 เทอม 3 (รอบสอบ May/June) เก็บเกรดสวย ๆ มาไว้ในมือก่อน 2 – 3 วิชา
  • ไป Summer School หรือลง Online Course กับต่างประเทศในช่วงปิดเทอม Summer ก่อนขึ้น Year 11 เน้นเป็นคอร์สที่เกี่ยวกับ Career Skills หรือให้ความรู้เกี่ยวกับสาขาอาชีพต่าง ๆ มากขึ้น
  • เตรียม Register สมัครโรงเรียนระดับ Top ในประเทศอังกฤษ เพื่อไปเรียนต่อ Year 12 เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้าง profile ให้เป็น “คนเก่งที่ใช่” มากขึ้นสำหรับการเข้า Top UK University

แผนปีที่ 3 – ทำอะไรใน Year 11

  • สมัครโรงเรียนระดับ Top ในประเทศอังกฤษ สอบชิง Scholarship ในโรงเรียนที่เปิดโอกาสตรงนี้ให้
  • สอบ IGSCE 2 – 3 วิชาล่วงหน้าเพิ่มเติมในเทอม 1 (รอบสอบ October/November) และ/หรือ เทอม 2 (รอบสอบ January) ของ Year 11 เก็บเกรด IGCSE สวย ๆ มาไว้ในมือเพิ่มเติมอีก
  • เรียนเนื้อหา IGCSE วิชาที่เหลือให้จบล่วงหน้าอย่างน้อยก่อนขึ้นเทอม 2 ของ Year 11 เพื่อจะได้มีเวลาในการทำ Past Papers ให้มากที่สุดก่อนจะถึงการสอบจริงในเทอม 3
  • หากิจกรรมทำเพิ่มเติม ต่อยอดจาก Year 10 คราวนี้ให้ลงลึกไปในด้านที่สนใจอย่างเดียวไปเลย
  • เลือกวิชา A-level ที่จะเรียนตอน Year 12 จากผล Career Test และจากความสนใจต่าง ๆ ที่พัฒนามาตลอดระยะเวลา 2 ปี รวมถึงจาก Entry Requirements ของ Top UK Universities ที่เลือกไว้
  • หาที่ฝึกงาน (Work Experience) ในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับที่อยากเรียนในระดับ University สามารถเป็นการฝึกงานในหลาย ๆ ด้านก่อนได้เพื่อยืนยันความสนใจที่แท้จริงของตัวเอง
  • ไป Summer School หรือลง Online Course กับต่างประเทศในช่วงปิดเทอม Summer ก่อนขึ้น Year 12 โดยเน้นไปที่คอร์สที่เจาะลึกเรื่องอาชีพมากขึ้น และสามารถเป็นคอร์สที่ไปทำกับ Top UK University ใน UK ได้ (ทั้งนี้ต้องเตรียมตัวสมัครล่วงหน้า ด้วยการเขียน Personal Statement ตั้งแต่ตอนขึ้น Year 11 ใหม่ ๆ)

แผนปีที่ 4 – ทำอะไรใน Year 12

  • เลือกคอร์ส และ Top UK University ทั้งหมดที่อยากไป และ ศึกษารายละเอียดต่าง ๆ โดยเฉพาะ Entry Requirements ต่าง ๆ ให้ครบถ้วนอีกครั้งว่าต้องทำอะไรเพิ่มบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจสอบ วิชาที่ต้องใช้ การสอบเพิ่มเติมหรือส่งงานเพิ่มเติม (Additional Assessments) ที่ต้องมี หรือการ Interview ว่ามีหรือไม่ รวมถึงเรื่องของ English Language Requirements อย่างการสอบ IELTS ด้วย
  • เรียน A-level ล่วงหน้าให้ได้มากที่สุด เพื่อเตรียมสอบตลอดปีให้ดี รวมถึงถ้ามีการสอบ AS-level ที่ปลาย Year 12 ด้วย เพราะส่วนนี้จะมีผลต่อการทำ Predicted Grade ของโรงเรียน
  • เริ่มเขียน Personal Statement ฉบับที่จะใช้ยื่น UCAS Application ตั้งแต่เริ่ม Year 12 ใหม่ ๆ แล้วเติมเนื้อหา ขัดเกลาตลอดทั้งปี จากกิจกรรม การฝึกงาน หรือคอร์สต่าง ๆ ที่ได้ไปทำเพิ่มเติมในช่วง Year 12 นี้
  • หากิจกรรมทำเพิ่มเติม ต่อยอดจาก Year 11 ให้เป็น Project หรือ Research ที่พิเศษจริง ๆ เพื่อเสริม profile ในปีสุดท้ายก่อนยื่น UCAS Application
  • หาที่ฝึกงาน (Work Experience) ที่ลึกมากขึ้นกว่าตอน Year 12 เพื่อให้ได้พัฒนาความสนใจและ Skills ที่ต้องมีให้มากขึ้น
  • ไป Summer School หรือลง Online Course กับต่างประเทศในช่วงปิดเทอม Summer ก่อนขึ้น Year 13 โดยเน้นทั้งคอร์สที่เกี่ยวกับประสบการณ์เชิงลึกในสาขาวิชาหรืออาชีพต่าง ๆ รวมถึง การเตรียมตัวทำ UCAS Application ด้วย ซึ่งมีทั้ง Summer School ที่ทำกับโรงเรียนระดับ Top ในอังกฤษ หรือ Top UK Universities (ซึ่งต้องสมัครล่วงหน้าตั้งแต่ต้น Year 12 ด้วยการเขียน Personal Statement และมี profile ที่ดีพอ)
  • พูดคุยกับโรงเรียน ให้โรงเรียน และทีมครูที่เกี่ยวข้องรู้ว่าเราจะเลือกคอร์สไหน ของ University ไหนบ้าง ต้องใช้ Predicted Grade เท่าไร และให้ข้อมูลเกี่ยวกับความสนใจ Skills และ Experience ของตัวเองกับคุณครูให้มากที่สุด เพื่อให้คุณครูสามารถเขียน Reference ได้อย่างครบถ้วนถูกต้องที่สุด
  • เขียน Personal Statement ฉบับสมบูรณ์ให้เสร็จก่อนขึ้น Year 13 จากกิจกรรม ประสบการณ์ และทุก ๆ อย่างที่เรามี
  • ซ้อมทำ Admissions Tests หากต้องใช้ และ ซ้อม Interview ล่วงหน้า หากต้องมี

แผนปีที่ 5 – ทำอะไรใน Year 13

  • ยื่นสมัคร UCAS ก่อน 15 October ของปีนั้น ไม่ว่าจะเลือก Oxford Cambridge หรือไม่ก็ตาม และไม่ว่าจะเลือกเรียนสาขาวิชาใดก็ตาม เพื่อให้ Application ของเราได้รับความสนใจจาก Top UK University ที่เราต้องการโดยเร็วที่สุด
  • ซ้อมทำ Admissions Tests และ Interview ต่อเนื่องจนกว่าจะถึงวันที่ต้องสอบ รวมถึงการหาความรู้ และ update ข่าวสารในวงการที่จะสมัครเรียนอยู่เสมอเพื่อให้มีความพร้อมที่สุดก่อนถึงวันจริง
  • คอยติดตามข่าวสารจาก University ที่สมัครไป หมั่นเช็ค email และทำทุกขั้นตอนให้ครบถ้วนอย่างรวดเร็ว อย่ารอหรืออย่าผลัดไปก่อน อาจผิดพลาดได้
  • เรียน A-level ล่วงหน้าให้จบโดยเร็วที่สุด เพื่อจะได้มีเวลาในการซ้อมทำ Past Papers ให้ถึงเกณฑ์ที่พร้อมในการทำข้อสอบจริง ๆ
  • พร้อมเสมอในการพูดคุยกับ University เพื่อดำเนินการขั้นตอนต่าง ๆ รวมถึงการเจรจาต่อรองหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น

หลักการอาจเหมือน แต่แผนการย่อมไม่เหมือน

จากที่ยกตัวอย่างไป เป็นเพียงตัวอย่างแผนการ ที่อยู่บนหลักการของการมี profile แบบที่ Top UK University ต้องการคือการเป็นคนเก่งที่ใช่ เท่านั้น สุดท้ายแผนของแต่ละคนย่อมต่างกันไป ตามสาขาวิชาที่จะเลือก ตามความสนใจ หรือตามข้อจำกัดต่าง ๆ เพราะฉะนั้นการวางแผนรายบุคคลกับทีม Consult จึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งครับ

แต่สุดท้ายแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุด อาจมีเพียง 3 ประการเท่านั้นคือ

  1. เลือกทำในสิ่งที่ใช่จริง ๆ
  2. ลงมือทำให้เร็ว
  3. ทำให้ดีและมีคุณภาพที่สุด

ขอให้ทุกคนเจอแผนที่ดีที่สุดของตัวเอง และ พาตัวเองไปจนถึงเป้าหมายที่ต้องการได้สำเร็จนะครับ

About the author

ตอนเด็ก ๆ ชอบเรียนเลขมาก จนไม่อยากเรียนวิชาอื่นเลย แต่ระบบบ้านเรามันไม่ตอบโจทย์ เราไม่มีอิสระเสรีที่จะทำอะไรแบบนั้นได้ พอได้มาเป็นครู ได้มาเจอหลักสูตรอังกฤษ ที่เด็ก ๆ เลือกเรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบได้อย่างแท้จริง จึงอินมาก ๆ และอยากให้คุณพ่อคุณแม่ทุกคนได้สนับสนุนลูก ๆ ให้ได้เลือกทางเดินของตัวเอง อย่างมีแผน และ อย่างถูกต้อง

Leave a Reply