จบ ม.3 แล้วข้ามไปเรียนที่อังกฤษ

CategoriesarticlesTagged , , , , ,

ถ้าใครกำลังอยากย้ายไปเรียนที่อังกฤษ ช่วงที่ดีที่สุดคือ การเปลี่ยนระบบตั้งแต่จบ ม.3 ใหม่ ๆ ทิ้ง ม.4 ถึง ม.6 ไป แล้วเริ่มต้นใหม่กับระบบ IGCSE และ A-level จะทำได้อย่างไร ไปหาคำตอบกันครับ

University ที่อังกฤษ ไม่รับวุฒิ ม.6

สำหรับ University ที่อังกฤษแล้ว วุฒิ ม.6 ของบ้านเรา ถือว่าต่ำกว่าวุฒิ High School ของบ้านเขา เพราะฉะนั้นคนที่จบ ม.6 แล้วอยากไปเรียน University ที่อังกฤษ จึงต้องไปเสียเวลาเรียนเพิ่มอีก 1 ปี ในหลักสูตรที่เรียกว่า Foundation เพื่อปรับพื้นฐานก่อนที่จะเข้าไปเรียนปี 1 ได้

แต่การปรับตัวโดยมีเวลาแค่ 1 ปีจากระบบไทย ไปสู่ระบบอังกฤษแท้ ๆ นั้นเป็นเรื่องยาก มีความเสี่ยงที่สุดท้ายจะจบ Foundation ด้วยเกรดที่ไม่ดี ทำให้แม้จะเข้าไปเรียนปี 1 ได้ ก็อาจจะได้ University ที่ไม่ดีนัก หรือเลวร้ายกว่านั้นก็คือ อาจจะถึงขั้นเรียนไม่จบ Foundation แล้วต้องกลับมาเข้ามหาวิทยาลัยไทยตามเดิม

ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ใครที่อยากย้ายไปเรียนที่อังกฤษ ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรอให้จบ ม.6 เสียก่อน เพราะวิธีที่กำลังจะแนะนำต่อไปนี้ก็คือ เราจะเปลี่ยน 3 ปีในช่วง ม.ปลาย ให้กลายเป็น 3 ปีที่เราใช้ไปกับหลักสูตรของอังกฤษแท้ ๆ ก็คือ IGCSE และ A-level และนั่นจะทำให้เรากลายเป็นคนที่พร้อมสำหรับระบบของบ้านเขาอย่างแท้จริง

IGCSE ใช้เวลา 1 ปี

ในความเป็นจริง หลักสูตร IGCSE เป็นหลักสูตรที่ใช้เวลาเรียน 3 ปี ใน Top School ที่ประเทศอังกฤษ ตั้งแต่ Year 9 ถึง Year 11 เพื่อให้นักเรียนเลือกเรียนวิชาต่าง ๆ ให้ครอบคลุมผลจากการค้นหาตัวตน จากการทำ Career Test ประมาณ 9 – 11 วิชา อย่างไรก็ดี เราสามารถเร่งรัดหลักสูตร IGCSE ให้เหลือแค่ 1 ปีได้ อย่างมีคุณภาพ และได้เกรดที่สวยงาม ทั้งนี้ขึ้นกับว่า เรารีบที่จะไปอังกฤษมากแค่ไหนด้วย

ถ้าเรารีบมาก หลังจบ ม.3 เราสามารถหาโรงเรียนในประเทศอังกฤษที่สอนหลักสูตร One Year IGCSE ได้ นั่นคือสอน IGCSE ให้จบภายใน 1 ปี แต่เงื่อนไขส่วนใหญ่ของโรงเรียนเหล่านี้คือ นักเรียนจะได้เรียน IGCSE แค่ประมาณ 6 – 7 วิชา ซึ่งไม่ครอบคลุมพอ และทำให้ถูกมองว่าเป็นรองในการสมัคร University ที่อังกฤษในอนาคตได้

อีกวิธีที่ทำได้คือ เรายังไม่ต้องรีบไปอังกฤษภายในปีแรกนี้ เราสามารถเรียน IGCSE แบบตัวต่อตัวที่เมืองไทยกับโรงเรียนที่ทำระบบนี้ได้ อย่างเช่น Krutoo Homeschool และด้วยความที่เรียนตัวต่อตัว จึงไปได้ไวกว่าการเรียนเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ เมื่อไปได้ไวกว่าจึงมีโอกาสที่จะเรียนได้มากถึง 8 – 10 วิชา และจบได้ด้วยเกรดสวย ๆ ภายใน 1 ปีเลยทีเดียว

A-level ใช้เวลาอีก 2 ปี

ในระหว่างที่กำลังเรียน IGCSE นั้น ก็ได้เวลาที่เราจะสมัครไปเรียน Top School ในประเทศอังกฤษ ในหลักสูตร A-level ซึ่งจะใช้เวลาเรียนอีก 2 ปี

หลักสูตรประเทศอังกฤษ เน้นการเรียนในสิ่งที่ตัวเอง Born to be และเขาเชื่อว่า ถ้านักเรียนเลือกวิชาใน IGCSE มาอย่างครอบคลุมกับผลของการทำ Career Test ก่อนเริ่ม IGCSE แล้ว และตั้งใจเรียนทุกวิชาอย่างเต็มที่ สุดท้ายจะตอบได้ว่าวิชาที่ใช่สำหรับตัวเองนั้นคือวิชาใดบ้าง

และนั่นคือเหตุผลที่ A-level เป็นหลักสูตรที่เราเรียนแค่เพียง 3 – 4 วิชา ที่เราเก่ง รัก ชอบ ถนัด และมีความสุขมากที่สุดจริง ๆ เท่านั้น เป็นการเรียน 2 ปีที่โฟกัสกับความ Born to be ของตัวเองจริง ๆ ถ้าจะพยายามเปรียบเทียบ นี่อาจคล้าย ๆ ระบบ “สาย” ต่าง ๆ ของบ้านเรา แต่ของ A-level นั้นถือว่าละเอียดกว่ามาก

หาก A-level 2 ปีนี้ เรามีโอกาสได้เรียนอยู่ใน Top School ในประเทศอังกฤษ นอกจากเราจะมีเกรด A-level ที่สูงมาก ๆ จนถึงเกณฑ์ที่ Top University ในอังกฤษต้องการแล้ว เรายังจะมีคุณสมบัติ ทักษะ ประสบการณ์มากมาย ที่สามารถแสดงความ Born to be ของเราไปให้ Top University ในอังกฤษได้รับรู้ Top School ในอังกฤษเหล่านี้ หลายโรงเรียนมีคุณครูที่จบจาก Top University อย่าง Oxford Cambridge เป็นผู้สอน หลายโรงเรียน คุณครูของเขาเคยเป็นคณะกรรมการคัดเลือกคนเข้าไปเรียนต่อใน Top University ที่ประเทศอังกฤษ เพราะฉะนั้น เราจึงมั่นใจได้ว่า โอกาสที่เราจะสามารถเข้าไปเรียนใน Top University เหล่านั้นได้จึงสูงมาก

อย่างไรก็ดี หากยังไม่ได้รีบร้อนว่าจะต้องไปเรียน A-level ที่อังกฤษ และอยากไปอังกฤษทีเดียวเลยตอนระดับ Bachelor Degree การทำ A-level 2 ปีตรงนี้ ก็สามารถทำต่อที่โรงเรียนที่สอน A-level แบบตัวต่อตัวอย่าง Krutoo Homeschool ได้เช่นกัน ซึ่งในบางกรณี ก็สามารถลดการทำ A-level ให้เหลือแค่ 1 ปีได้ อย่างมีประสิทธิภาพด้วย

เริ่มอย่างไรดี

สำคัญที่สุดคือการมีแผนการของตัวเอง (Personal Planning) อย่างเรื่อง IGCSE จะเลือกวิชาไหนบ้าง จะสอบรอบไหนบ้าง ถ้าจบ IGCSE แล้วจะเลือก A-level วิชาอะไร จะเรียน A-level ที่ไหน และระหว่างทางจะเริ่มเก็บสะสมประสบการณ์ และพัฒนาทักษะต่าง ๆ ให้เหมาะสมและดีจน Top University ต้องการตัวได้อย่างไร ทั้งหมดนี้ต้องการการวางแผนทั้งสิ้น

รวมไปถึงการเริ่มต้นอย่างถูกต้อง ด้วยการทำ Career Test เพื่อหาให้เจอว่าสิ่งที่เรา Born to be คืออะไร และเราจะเหมาะกับการเรียน IGCSE และ A-level แบบไหน คอร์สไหนของ University ไหนที่เหมาะกับเรามากที่สุด ทั้งหมดนี้เริ่มได้ด้วยการพูดคุยวางแผนกับทีม Education Consultant ที่มีประสบการณ์ครับ

และไม่ใช่แค่คนที่เพิ่งจบ ม.3 ไม่ว่าตอนนี้จะเรียนอยู่ชั้นไหนของระบบไทย ถ้าสนใจจะข้ามฟากไปเรียนที่อังกฤษ แผนการที่เป็นไปได้มีอยู่สำหรับทุก ๆ คนครับ

ถ้าตัดสินใจแล้ว และ พร้อมจะตั้งใจที่จะทำให้ดีที่สุด ยังไงก็มีทางครับ

พูดคุยกับทีม Education Consultant ของ APSthai ได้ที่ 084-320-1789 หรือ Line @apsthai ครับ

About the author

ตอนเด็ก ๆ ชอบเรียนเลขมาก จนไม่อยากเรียนวิชาอื่นเลย แต่ระบบบ้านเรามันไม่ตอบโจทย์ เราไม่มีอิสระเสรีที่จะทำอะไรแบบนั้นได้ พอได้มาเป็นครู ได้มาเจอหลักสูตรอังกฤษ ที่เด็ก ๆ เลือกเรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบได้อย่างแท้จริง จึงอินมาก ๆ และอยากให้คุณพ่อคุณแม่ทุกคนได้สนับสนุนลูก ๆ ให้ได้เลือกทางเดินของตัวเอง อย่างมีแผน และ อย่างถูกต้อง

Leave a Reply