ภาษาอังกฤษกลายเป็นส่วนที่สำคัญมากๆในการเรียนรู้ในยุคปัจจุบันการที่เราสามารถสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษได้ก็จะสามารถเพิ่มโอกาสในการเรียนต่อและการทำงานให้สูงขึ้นได้ การได้ฝึกภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษาก็จะสามารถทำให้เราพูดภาษานั้นได้เร็วขึ้นครับ วันนี้ผมจะแชร์ประสบการณ์ของการเรียนภาษาอังกฤษที่นิวซีแลนด์ให้ฟังกันครับ 

Q : ทำไมถึงเลือกเรียนที่ New Zealand แล้วทำไมต้องเลือกเรียนสถาบันภาษาที่เป็นของมหาวิทยาลัย

 

A: ที่เลือกเรียนที่ New Zealand เพราะเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการศึกษาที่ดีและมีคุณภาพประเทศหนึ่งในโลก ความปลอดภัยที่ค่อนข้างสูงและค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษอย่างเช่น United Kingdom หรือ United State ทำให้ New Zealand ขึ้นมาเป็นตัวเลือกแรกๆที่น่าไปเรียนภาษาครับ    ช่วงที่ผมไปเรียนเรทค่าเงินจะอยู่ประมาณ 18 – 20 บาทต่อ 1 นิวซีแลนด์ดอลล่าร์ครับ นอกจากนั้นสำเนียงภาษาและภาษาอังกฤษของ New Zealand ยังได้รับอิทธิพลมาจากชาวอังกฤษอีกด้วยครับทำให้คนที่ชอบภาษาอังกฤษสำเนียงคล้ายประเทศอังกฤษเลือกที่นี่ครับ ผสมกับความสวยงามของธรรมชาติที่สวยงามราวกับภาพวาดทำให้ New Zealand เป็นประเทศที่ตอบโจทย์ผมเป็นอย่างมากครับ 

 ส่วนที่เรียนผมเลือกเรียนที่ Otago Language Centre ซึ่งเป็นศูนย์เรียนภาษาของ University of Otago ที่ตั้งอยู่ในเมือง Dunedin ครับ ที่เลือกที่นี่เพราะว่า Dunedin เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งการศึกษาของ New Zealand และยังเป็น University ที่อยู่ในอันดับ Top และมีชื่อเสียงอีกด้วยครับ นอกจากนั้นยังมีนักเรียนต่างชาติมาเรียนค่อนข้างเยอะและยังมีบรรยากาศที่เงียบสงบจึงทำให้ผมเลือกที่นี่ครับ 

Q: การเรียนที่ Otago Language Centre เป็นยังไงบ้าง? 

A:  ก่อนที่จะได้ไปเรียนภาษาที่ Otago Language Centre ทางสถาบันก็จะมีนัดวันให้เข้ามาทำ Pre-test ก่อนครับเพื่อจะดูว่าเรามีระดับภาษาอังกฤษประมาณตั้งแต่ระดับ Elementary ไปจนถึงระดับ Advance ครับ แล้วหลังจากนั้นก็แบ่งให้เราเข้าห้องตามระดับที่เราสอบได้ โดยการสอนก็จะครอบคลุมตั้งแต่ Grammar ไปจนถึงทักษะทั้ง 4 ด้านอย่าง ฟัง พูด อ่านและเขียน นอกจากนั้นที่ Langauge Centre ยังมี Facilities และกิจกรรมต่างให้ที่ช่วยเราฝึกทักษะอยู่ตลอดครับ เช่นห้องสมุดที่มีคอมให้เราได้ฝึกภาษาและคุณครูที่เราสามารถนัดเพื่อสอบถามเรื่องภาษาอังกฤษหลังเลิกเรียนได้ครับ 

หลังจากเลิกเรียนแล้วเรายังสามารถไปใช้ Facilities ร่วมกับเด็กมหาวิทยาลัย Otago ได้อีกด้วยครับ อย่างเช่น Unipol, Robertson Library และ University of Otago Library ครับ โดยเราจะต้องใช้บัตรแบบนี้การเข้าสถานที่ต่างๆครับ และนอกจากนั้นบัตรนี้ยังสามารถใช้เป็นส่วนลดของรถ Bus ร้านค้าและร้านอาหารในเมืองต่างได้ด้วยครับ

 

Q: ชีวิตนอกห้องเรียนเป็นยังไงบ้าง ?


A: เมือง Dunedin ค่อนข้างที่จะไม่มีอะไรทำเลยครับ ฮ่าาๆ  แต่ส่วนใหญ่เด็กที่มาเรียนที่นี่ช่วงวันหยุดก็จะไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุด ไปเดินเขาหรือไปเที่ยวทะเลซะเป็นส่วนใหญ่ครับ หรือไม่ก็จะไปเที่ยวเมืองใกล้ๆอย่างเช่น Wanaka หรือ Queenstown เพราะมีกิจกรรมให้ทำเยอะกว่าครับ เพราะเมืองพวกนี้เป็นเมืองท่องเที่ยวอยู่แล้วครับ ถ้าใครอยากมาเรียนที่ Dunedin แล้วชอบกิจกรรมและชอบ Shopping เมือง Auckland ที่ร้านค้าและกิจกรรมให้ทำเยอะกว่าครับ แต่ข้อเสียอีกอย่างของ New Zealand คือร้านค้าส่วนใหญ่จะปิดประมาณ 5 โมงครับ ซึ่งถ้าไปเดินในเมืองช่วงหลังจาก 6 โมงก็แทบจะไม่มีอะไรให้เดินเลยครับ จะเหลือแค่ร้านที่เปิด 24 ชม.อย่าง Mcdonald และ Nightn’day ครับ ซึ่งถ้าผู้ปกครองที่จะส่งน้องๆมาก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยเลยครับ เพราะกิจกรรมที่ทำได้ส่วนใหญ่จะเป็นช่วงกลางวันครับ

ส่วนนอกเหนือจากการใช้ชีวิตปกติแล้วนักเรียนที่ถือ Student Visa สามารถทำงาน Part-time ได้อาทิตย์ละ 20 ชั่วโมง ผมมีโอกาสได้ลองทำงาน Part-time อยู่สักพักครับซึ่งทำให้มีโอกาสได้ฝึกฝนทักษะอื่นๆเช่น Teamwork, Time management, Cooking, Financial Management และ Communication เป็นต้นครับ นอกจากนั้นยังทำให้เราได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆและเรียนรู้วัฒนธรรมของชาว Kiwi มากขึ้นอีกด้วย



Q:การเดินทางสะดวกสบายไหม?

A:การเดินทางใน New Zealand ค่อนข้างสะดวกสบายเลยครับ การเดินทางในเมือง Dunedin จะใช้ Bus ซะเป็นส่วนใหญ่โดยที่ผมอยู่จะใช้เป็นบัตร Bee card ในการชำระค่าโดยสารตอนขึ้นและลงรถครับ ค่าโดยสารจะอยู่ที่ 2 NZD ครับ

Q:ถ้าอยากไปเรียนควรไปช่วงไหนดี ?


A: จริงๆแล้วสามารถมาได้ทุกช่วงเลยครับ ถ้าเป็น General English course ที่ผมไปเรียน ก็จะมีทั้งหมด 3 ช่วงที่แนะนำให้ไปครับ
Term 1 ช่วงเดือน February – June
Term 2 ช่วงเดือน June – October
Term 3 ช่วงเดือน October – February
ส่วน course หรือ Programme อื่นๆอ่านจะมีวันหรือเดือนที่ต่างไปจากนี้อาจจะต้องเช็คเพิ่มเติมใน website ครับ 

https://www.otago.ac.nz/uolcfy/english-language-centre


Q: แล้วที่พักเป็นยังไงบ้าง?  

A: ผมได้มีโอกาสไปอยู่กับ Host family อยู่ประมาณ 2 เดือนกว่าๆครับ ซึ่งจะเป็นเหมือนข้อบังคับสำหรับน้องๆที่จะไปเรียนภาษาที่ New Zealand ทาง Language Centre จะให้เราจำเป็นต้องอยู่กับ Host family เป็นเวลาอย่างน้อย 2 เดือนเพื่อให้เราเรียนรู้และสามารถปรับตัวเข้ากับสังคม วัฒนธรรมของชาว Kiwi ให้ได้ก่อนครับ  สำหรับ 2 เดือนที่ผมอยู่กับ Host Family ซึ่งนับว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆเลยครับที่ได้เรียนรู้และเจอกับคนหลากหลายรูปแบบ ได้ไปใช้ชีวิตอยู่กับชาว Kiwi ทำให้ผมได้มีโอกาส

ผ่านสถานการณ์ที่บังคับให้ต้องใช้ภาษาจริงๆ  ทำให้ภาษาพัฒนาไปได้ค่อนข้างเร็วครับ ส่วนเรื่องการใช้ชีวิตกับ Host ก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษครับ  Host แต่ละบ้านก็จะมีกฏที่ไม่เหมือนกันซึ่งเราสามารถเลือก Condition ได้ก่อนกับทาง Language Centre ครับซึ่งจะมี form ให้เรากรอกความต้องการต่างๆของเรา

  • ส่วนใหญ่กฏที่หลายบ้านค่อนข้างเน้นก็คือเรื่องของการใช้ไฟครับ เพราะค่าไฟที่ New Zealand ค่อนข้างแพงครับ หลายๆบ้านจะมีการกำหนดระยะเวลาของการอาบน้ำและการเปิดฮีทเตอร์ในบ้านครับ 
  • ส่วนเรื่องอื่นๆจะแล้วแต่บ้านเลยครับ ถ้าเรารู้สึกไม่พอใจ Host family โดยปกติเราจะสามารถเปลี่ยนได้หลังจากอยู่แล้วประมาณ 3 สัปดาห์หรือ 1 เดือนครับ 

นอกจากนั้นการอยู่กับ Host family ก็ยังมีข้อดีอีกครับ เพราะช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ Host ส่วนใหญ่จะพาไปเที่ยวช่วงวันหยุดอีกด้วยครับ

Q: มีคำแนะนำอะไรสำหรับน้องๆเด็กไทยที่อยากจะไปเรียนภาษาที่ Otago


A:  เราควรจะเตรียมพื้นฐานของภาษาอังกฤษไปเบื้องต้นก่อนครับ ฝึกฟัง พูด อ่าน เขียนจากที่ไทยไปก่อนให้เยอะๆครับ เพื่อที่เราจะได้มีพื้นฐานและฝึกฟังภาษาอังกฤษให้เยอะๆ ให้เราคุ้นเคยกับความเร็วและสำเนียงกับการพูดภาษาอังกฤษของเจ้าของภาษาครับ เพราะถ้าเราไปเรียนภาษาอังกฤษที่ต่างประเทศแล้วเราฟังสิ่งที่เค้าพูดไม่ออกและไม่เข้าใจก็อาจจะทำให้เราเรียนรู้ได้ช้าและหมดกำลังใจในการเรียนได้ครับ  นอกจากนั้นการมีคลังคำศัพท์ที่เยอะก็จะทำให้เราเรียนได้ดีกว่าคนอื่นครับ นอกเหนือจากเรื่องทักษะภาษาก็อยากให้น้องๆพกความมั่นใจไปเยอะๆครับ การที่เราพูดผิด พูดไม่ชัด พูดติดสำเนียงไทยก็เป็นเรื่องปกติครับ การที่เราไปกังวลกับเรื่องสำเนียงก็จะทำให้เราไม่กล้าพูดและสุดท้ายภาษาเราก็จะไม่พัฒนาครับ ดังนั้นอย่ากลัวที่จะพูดผิด พูดไม่ชัด พูดติดสำเนียงไทย เพราะว่าสิ่งเหล่านี้ก็คือส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ครับ 

ปัจจุบันทาง APSthai เป็นตัวแทนมหาวิทยาลัย Top ของ New Zealand ทั้งหลักสูตร General English สำหรับพัฒนาภาษาอังกฤษในการเรียนหรือการทำงาน, หลักสูตรการเตรียมเข้ามหาวิทยาลัย (Foundation Year) และระดับปริญญา (Undergraduate & Postgraduate) ได้แก่

– University of Otago และ University of Otago Language Centre and Foundation Year (UOLCFY) 

– Massey University 

– University of Auckland  และ Auckland University of Technology (AUT) ที่ร่วมกับ Partner อย่าง UP Education ที่เชี่ยวชาญในการดูแลเด็กไปเรียนในแถบ Oceania อย่าง New Zealand และ Australia

สนใจเรียนภาษาและเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่ New Zealand สามารถติดต่อทางทีมงาน  APSthai ได้ที่ 084-320-1789 และ 083-179-9630 หรือ Line @apsthai ได้เลยครับ 

APSthai : The Best Education In Your Own Version