เมื่อเข้ามหาวิทยาลัยของตัวเองในระดับปริญญาตรี ผมถูกใจกับสีประจำมหาวิทยาลัย สีนั้นก็คือสีโบตั๋นหรือสีพรรณไม้ เราเรียกว่า Peony (牡丹色) ดูเหมือนสีชมพู แต่สีโบตั๋นนั้นอ่อนกว่า ไม่ได้ทำตัวดึงดูดขนาดนั้น ตั้งแต่วันนั้น ผมแอบสนใจว่าทำไมเขาเลือกใช้สีโบตั๋นเป็นสีประจำมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยที่ผมได้เอกภาษาไทยนั้น ชื่อมหาวิทยาลัยโตเกียวศึกษาต่างประเทศ หรือเรียกว่า Tokyo University of Foreign Studies (東京外国語大学) เป็นศูนย์กลางการสอนการศึกษาของภาษา สังคม วรรณครรมและวัฒนธรรมทั่วโลกในญี่ปุ่น อาจารย์และนักศึกษาที่สนใจภูมิปัญญาของต่างประเทศเข้ามาร่วมการวิจัยที่นี่ เนื้อเพลงประจำมหาวิทยาลัยก็ใช้คำว่าโพรมีเทียส หรือ Prometheus (プロメテウス) ซึ่งเป็นเทพไททันองค์หนึ่งในประมวลเรื่องปรัมปรากรีก และสัญลักษณ์ของความเฉลียวฉลาด
เพราะฉะนั้น ตอนอายุ 18 ปี ผมนึกว่าเหตุผลที่มหาวิทยาลัยเราได้เลือกใช้สีโบตั๋นเป็นสีประจำมหาวิทยาลัยนั้นอาจมาจากประมวลเรื่องปรัมปราหรือภูมิปัญญายุโรปก็เป็นได้
แต่ความจริงก็คือ… ไม่ใช่ มันมาจาก “ธง” ที่ได้ถูกใช้ในการแข่งขันพายเรือประจำระหว่างมหาวิทยาลัย
การแข่งขันพายเรือระหว่างมหาวิทยาลัย
การแข่นขันพายเรือในญี่ปุ่นถูกนำเข้าจากประเทศอังกฤษ
อ้างจาก Japan Rowing Association บอกว่า ประวัติศาสตร์การแข่งขันพายเรือในญี่ปุ่นนั้น เริ่มต้นตั้งแต่ปลายสมัยเอโดะ ในค.ศ. 1861 นักการค้าชาวอังกฤษรวมถึงนาย T. B. Glover ได้จัดการการแข่งขันพายเรือในจังหวัดนางาซากิ เป็นงานครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น ต่อมา ในค.ศ. 1877 ครูภาษาอังกฤษชาวอังกฤษนาย F. W. Strange เริ่มสอนการพายเรือต่อนักเรียนในโรงเรียน ซึ่งเป็นโรงเรียนกลายมาเป็น ม.โตเกียว ม.ฮิตโตสึบาชิ และ ม.โตเกียวศึกษาต่างประเทศ ตั้งแต่นั้นมา การแข่งขันพายเรือระหว่างมหาวิทยาลัยขยายตัวทั่วประเทศญี่ปุ่น
ผมได้รู้ว่าสีประจำมหาวิทยาลัยเรามาจากธงสีโบตั๋น ที่เขาลงทะเบียนเพื่อการแข่นขันพายเรือระหว่างมหาวิทยาลัยในค.ศ. 1920 อย่างนี้นี่เอง ไม่ใช่ว่ามาจากประมวลเรื่องปรัมปรากรีก ผมหมดหวังนิดหนึ่งในตอนเพิ่งรู้เรื่องนี้
ปัจจุบันนี้ ไม่ใช่ว่านักศึกษาทุกคนล้วนสนใจการแข่นขันพายเรือระหว่างมหาวิทยาลัย แต่สำหรับนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเรายังมีการแข่นขันพายเรือระหว่างสาขาในมหาวิทยาลัยด้วย!
มหาวิทยาลัยโตเกียวศึกษาต่างประเทศมีสาขาเอกภาษาต่างประเทศ ทั้งหมด 28 ภาษา รวมถึงภาษาไทย เพราะฉะนั้น มีการแข่งขันพายเรือระหว่าง “ภาษา” เป็นงานประเพณี ปกตินักศึกษาปี 1 พายเรือแข่นกันที่สนามกีฬาการพายเรือโทดะ จังหวัดไซตามะ ในทุกเดือนพฤษภาหรือเดือนมิถุนา ทุกสาขาทำชุดของตัวเอง และให้กำลังใจกับนักแข่งของสาขาตัวเอง กลายเป็นความทรงจำที่ดีสำหรับนักศึกษาปี 1
ธงสีฟ้าต่อธงสีน้ำเงิน เดอะโบ๊ตเรซฉบับญี่ปุ่น
สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโตเกียวศึกษาต่างประเทศแล้ว ผมได้เข้ามามหาวิทยาลัยโตเกียวในระดับปริญญาโท ในวันพิธีเข้ามหาวิทยาลัย ผมได้รู้ว่าม.โตเกียวก็มีสีประจำมหาวิทยาลัยของเขา ซึ่งมาจากสีธงในการแข่งขันพายเรือเหมือนกัน สีนั้นก็คือสีฟ้า เราเรียกว่า light blue (淡青色) ที่น่าสนใจคือมีคำว่าทันเซ (淡青) ในเนื้อเพลงประจำมหาวิทยาลัยอีกด้วย (ดีที่ไม่ใช่ซูส!) หมายความว่าสำหรับ ม.โตเกียว สีฟ้านั้นก็คือสัญญลักษณ์ของตัวเองจริง ๆ

อย่างที่ผมได้บอกแล้ว ม.โตเกียว ก็เอามาใช้สีธงในการแข่นขันพายเรือเป็นสีประจำมหาวิทยาลัย
ตั้งแต่ค.ศ. 1920 มหาวิทยาลัยโตเกียวกับมหาวิทยาลัยเกียวโตเริ่มจัดการแข่นขันพายเรือ เรียกว่า 東大京大戦 โดยเลียนแบบ เดอะโบ๊ตเรซ (The Boat Race) ในอังกฤษ ซึ่งเป็นการแข่นขันประจำปีระหว่าง Oxford กับ Cambridge ตั้งแต่ค.ศ. 1829 ในการแข่นขันนั้น นักกีฬา Oxford ใส่ชุดสีน้ำเงิน ส่วนนักกีฬา Cambridge ใส่ชุดสีฟ้า เพราะฉะนั้น ม.โตเกียว เอาสีฟ้าของ Cambridge มาใช้เป็นสีประจำ ส่วน ม.เกียวโตเลียนแบบสีน้ำเงินของ Oxford (สีน้ำเงินของ Oxford และ ม.เกียวโต เรียกว่า dark blue (濃青色))
สำหรับผม ไม่ค่อยสนใจการแข่นขันพายเรือระหว่าง ม.โตเกียว กับ ม.เกียวโต ก็จริง แต่พูดถึงการแข่นขันพายเรือ ก็นึกถึงเพลงญี่ปุ่นชื่อเสียง เรียกว่า ดอกไม้ (花) โดยนายเร็นตาโร ทากิ (瀧廉太郎) เป็นเพลงที่เด็กญี่ปุ่นล้วนได้เรียนรู้ในโรงเรียนประถมศึกษา ทากิเขียนเนื้อเพลงถึงดอกซากุระบานริมแม่น้ำซูมิดะและนักพายเรือบนแม่น้ำนั้น สะท้อนทัศนียภาพของโตเกียวในฤดูใบไม้ผลิในต้นศตวรรษที่ 20
ระบบการศึกษาหรือวัฒนธรรมเกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยญี่ปุ่นนั้น เกือบทุกสิ่งทุกอย่างได้ถูกนำเข้าจากต่างประเทศ มันผสมผสานกันมาตลอด กลายเป็นวัตนธรรมญี่ปุ่น สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันในมหาวิทยาลัยอาจสะท้อนประวัติศาสตร์ของเขาอย่างดี (หรือไม่?!)
ทำไมต้อง Study in Japan? เชื่อว่าหลายคนที่มีความชื่นชอบในภาษาและวัฒนธรรมญี่ปุ่น ไม่ว่าจะผ่านการฟังเพลง การอ่านมังงะ หรือดูโดราม่าก็ตาม มีความใฝ่ฝันว่าสักครั้งในชีวิตอยากไปเรียนที่ญี่ปุ่น ทำให้ในทุก ๆ ปี ประเทศญี่ปุ่นจะเป็นจุดหมายปลายทางแรก ๆ ในเอเชียที่คนไทยอยากไปเรียนภาษาระยะสั้นที่ประเทศญี่ปุ่น หรืออยากไปศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น ถึงแม้ว่าประเทศญี่ปุ่นจะอยู่ในทวีปเอเชียก็ตาม แต่วัฒนธรรมนั้นก็มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนและมีความแตกต่างจากประเทศไทยอย่างมาก เพื่อให้คนที่สนใจจะไปร่ำเรียนที่ประเทศญี่ปุ่นได้รู้ประเทศญี่ปุ่นอย่างลึกก่อนตัดสินใจไป ทาง APSthai เลยโครงการ Study in Japan ที่จะช่วยให้คำแนะนำเรื่องการศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น (Study in Japan) ให้กับบุคคลที่มีความสนใจ โดยจะเขียนบทความเพื่อให้ความรู้กับผู้ที่สนใจทั้งในด้านวัฒนธรรมญี่ปุ่น และการศึกษาญี่ปุ่นต่อไป
