ทำไมต้อง Study in Japan? เชื่อว่าหลายคนที่มีความชื่นชอบในภาษาและวัฒนธรรมญี่ปุ่น ไม่ว่าจะผ่านการฟังเพลง การอ่านมังงะ หรือดูโดราม่าก็ตาม มีความใฝ่ฝันว่าสักครั้งในชีวิตอยากไปเรียนที่ญี่ปุ่น ทำให้ในทุก ๆ ปี ประเทศญี่ปุ่นจะเป็นจุดหมายปลายทางแรก ๆ ในเอเชียที่คนไทยอยากไปเรียนภาษาระยะสั้นที่ประเทศญี่ปุ่น หรืออยากไปศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น ถึงแม้ว่าประเทศญี่ปุ่นจะอยู่ในทวีปเอเชียก็ตาม แต่วัฒนธรรมนั้นก็มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนและมีความแตกต่างจากประเทศไทยอย่างมาก เพื่อให้คนที่สนใจจะไปร่ำเรียนที่ประเทศญี่ปุ่นได้รู้ประเทศญี่ปุ่นอย่างลึกก่อนตัดสินใจไป ทาง APSthai เลยโครงการ Study in Japan ที่จะช่วยให้คำแนะนำเรื่องการศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น (Study in Japan) ให้กับบุคคลที่มีความสนใจ โดยจะเขียนบทความเพื่อให้ความรู้กับผู้ที่สนใจทั้งในด้านวัฒนธรรมญี่ปุ่น และการศึกษาญี่ปุ่นต่อไป
การเรียนต่อปริญญาตรีที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นโอกาสที่ดีในการพัฒนาความรู้และทักษะ แต่ก็เต็มไปด้วยความท้าทายในการปรับตัวเข้าสู่สังคมและวัฒนธรรมที่แตกต่าง เพื่อให้เราสามารถเตรียมตัวและประสบความสำเร็จในการเรียนที่ญี่ปุ่น นี่คือสิ่งที่ควรและไม่ควรทำอย่างละเอียด
Do’s (สิ่งที่ควรทำ)
1. เรียนภาษาญี่ปุ่นอย่างจริงจัง
แม้ว่าเราอาจเรียนในโปรแกรมภาษาอังกฤษ แต่ความสามารถในการใช้ภาษาญี่ปุ่นจะช่วยให้ชีวิตประจำวันง่ายขึ้น เราจะสามารถเข้าใจบทเรียนที่มีเนื้อหาภาษาญี่ปุ่นเพิ่มเติมได้ รวมถึงการสื่อสารกับเพื่อนและคนในสังคมภายนอก การเรียนภาษาญี่ปุ่นยังช่วยให้เราเข้าถึงโอกาสทางอาชีพหรือฝึกงานในญี่ปุ่นได้มากขึ้น โดยเฉพาะในด้านวิชาการและการทำงานพิเศษ
2. เข้าร่วมกิจกรรมมหาวิทยาลัยและชมรมต่าง ๆ
กิจกรรมในมหาวิทยาลัยญี่ปุ่นเป็นแหล่งสร้างเพื่อนใหม่และช่วยพัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีม ชมรมหรือ “เซมินาร์” (สัมมนา) ซึ่งอาจเกี่ยวกับวิชาการ กีฬา หรือศิลปะ เป็นโอกาสในการทำความรู้จักคนญี่ปุ่นและสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น อย่าลังเลที่จะเข้าร่วมกิจกรรมในช่วงเปิดภาคเรียนเพื่อเริ่มสร้างความสัมพันธ์
3. จัดการเวลาและตารางเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ
การเรียนปริญญาตรีในญี่ปุ่นอาจมีเนื้อหาที่เข้มข้น เช่น การทำรายงาน การทบทวนหนังสือ หรือการทำวิจัย ควรสร้างแผนการเรียนที่มีการจัดสรรเวลาสำหรับการอ่านหนังสือ ทบทวนบทเรียน และทำงานที่ได้รับมอบหมาย พร้อมกันนั้นยังควรเผื่อเวลาให้ตัวเองได้พักผ่อนและทำกิจกรรมสันทนาการ เพื่อป้องกันความเครียดสะสม
4. ทำความเข้าใจกับระบบการศึกษา
การเรียนในมหาวิทยาลัยญี่ปุ่นอาจแตกต่างจากประเทศอื่นๆ เช่น การสอบ การส่งงาน และการทำวิจัย ควรเข้าใจวิธีการทำงานของระบบ เช่น การส่งงานผ่านออนไลน์ การทำรายงานเป็นเอกสารทางการ การทำงานกลุ่ม และการสอบวัดระดับต่าง ๆ บางมหาวิทยาลัยอาจให้คะแนนจากการเข้าเรียนเป็นส่วนสำคัญ ดังนั้นควรเข้าเรียนสม่ำเสมอ
5. สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับอาจารย์และเพื่อนร่วมชั้น
ความสัมพันธ์ที่ดีกับอาจารย์จะเป็นประโยชน์ในระยะยาว อาจารย์ญี่ปุ่นมักให้ความสำคัญกับความเคารพและความสัมพันธ์ทางวิชาการ เราสามารถขอคำแนะนำเกี่ยวกับการทำวิจัยหรือการวางแผนการเรียน การเข้าร่วมการปรึกษากับอาจารย์เป็นประจำจะช่วยให้เราได้ข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์
6. เคารพกฎระเบียบและวัฒนธรรมญี่ปุ่น
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับมารยาทและกฎระเบียบทางสังคม เช่น การปฏิบัติตัวในที่สาธารณะ การใช้รถไฟ การเคารพผู้อื่น และการทิ้งขยะ ควรศึกษาและปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมเหล่านี้เพื่อให้เราามารถอยู่ร่วมกับคนท้องถิ่นได้อย่างราบรื่น
7. บริหารการเงินอย่างรอบคอบ
ค่าครองชีพในญี่ปุ่นอาจสูง ควรจัดการรายจ่ายอย่างเป็นระบบ เช่น การเช่าที่พัก ค่าอาหาร และค่าครองชีพต่างๆ การทำงานพิเศษเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่าย แต่ต้องแน่ใจว่าคุณมีวีซ่าที่อนุญาตให้ทำงานพิเศษและไม่ทำงานมากจนกระทบต่อการเรียน
Don’ts (สิ่งที่ไม่ควรทำ)
1. ไม่ควรพึ่งพาแต่ภาษาอังกฤษเพียงอย่างเดียว
แม้ว่าโปรแกรมปริญญาตรีบางโปรแกรมจะเปิดสอนเป็นภาษาอังกฤษ แต่การพึ่งพาภาษาอังกฤษเพียงอย่างเดียวอาจทำให้เราพลาดโอกาสสำคัญ เช่น การสื่อสารกับคนญี่ปุ่น การเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม หรือการฝึกงาน การเรียนภาษาญี่ปุ่นควรเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเรียนของเราเพื่อเพิ่มโอกาสในอนาคต
2. ไม่ควรละเลยการเข้าสังคม
การเก็บตัวอยู่ในกลุ่มเพื่อนคนไทยหรือนักศึกษาต่างชาติเท่านั้นอาจทำให้เราพลาดโอกาสในการเรียนรู้วัฒนธรรมญี่ปุ่นและการสร้างมิตรภาพใหม่ๆ ควรพยายามเปิดใจกับเพื่อนร่วมชั้นหรือเข้าร่วมกิจกรรมที่เราสามารถพบปะคนญี่ปุ่นและคนอื่นๆ จากทั่วโลก
3. ไม่ควรทำงานพิเศษมากเกินไปจนส่งผลต่อการเรียน
แม้การทำงานพิเศษจะช่วยเสริมรายได้ แต่การทำงานมากเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อการเรียนและสุขภาพ ควรจำกัดชั่วโมงการทำงานให้อยู่ในระดับที่ไม่กระทบต่อการเรียนหรือทำให้เราเหนื่อยล้ามากเกินไป ควรจัดการเวลาระหว่างการเรียนและการทำงานให้เหมาะสม
4. ไม่ควรละเลยการจัดการเอกสารสำคัญ
การอยู่ต่างประเทศจำเป็นต้องจัดการเอกสารอย่างเคร่งครัด เช่น วีซ่านักเรียน การต่ออายุวีซ่า การลงทะเบียนที่อยู่ การทำประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือการทำงานพิเศษ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเอกสารของเราอยู่ในสถานะที่ถูกต้องเสมอ หากมีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่หรือสถานะ ควรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที
5. ไม่ควรเรียนหรือทบทวนบทเรียนเพียงช่วงสอบ
อย่ารอจนถึงช่วงใกล้สอบจึงเริ่มทบทวนเนื้อหา การเรียนที่ญี่ปุ่นมักจะมีเนื้อหาที่เข้มข้นและต้องการความต่อเนื่อง ควรทบทวนบทเรียนทุกสัปดาห์ ทำงานและรายงานตามที่ได้รับมอบหมายอย่างต่อเนื่อง การรอจนถึงนาทีสุดท้ายอาจทำให้เราพลาดรายละเอียดที่สำคัญ
6. ไม่ควรละเลยสุขภาพจิตและกาย
การเรียนในต่างประเทศอาจทำให้คุณรู้สึกเหงาหรือเครียด ควรหาวิธีจัดการกับความเครียด เช่น ออกกำลังกาย พบปะเพื่อนฝูง หรือหาคำปรึกษาจากบริการให้คำปรึกษาของมหาวิทยาลัย หากมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ควรไปพบแพทย์และรับการรักษาอย่างทันท่วงที
การเรียนปริญญาตรีในประเทศญี่ปุ่นต้องอาศัยการเตรียมตัวที่ดี ความอดทน และการปรับตัวที่เหมาะสม หากเราสามารถจัดการด้านวิชาการและการใช้ชีวิตได้ดี เราจะได้รับประสบการณ์ที่มีคุณค่าและเปิดโอกาสในอนาคตอย่างมากค่ะ
