แม้บางคนจะทำผลงานตอนช่วง IGCSE ได้ดี แต่พอขึ้น A-level มาได้ยังไม่ถึงปีก็มีอาการต้องสะดุด เหตุเพราะว่า A-level นั้นยากกว่า IGCSE มาก ๆ ทั้งในแง่ของเนื้อหาที่ลึกขึ้น และ Skills ที่จำเป็นกับการประสบความสำเร็จในวิชาต่าง ๆ นั้น มีความเข้มข้นมากขึ้น หลาย ๆ คนถึงกับเริ่มถอดใจว่าการสอบ AS-level ซึ่งเป็นการสอบเนื้อหาครึ่งแรกของ A-level ที่จะมาถึงในช่วงปลาย Year 12 (ประมาณเดือน May/June) นั้น ตัวเองจะทำได้ดีหรือไม่

คำถามหนึ่งที่ผู้เขียนได้รับเสมอเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คือ ถ้า AS-level เราไม่พร้อมจริง ๆ เราก็ทำเท่าที่ทำได้ไปก่อน แล้วค่อยไปทำเกรด A-level ดี ๆ ได้ไหม ประมาณว่าปีแรกนี้ปรับตัวไม่ทันแล้ว ค่อย ๆ ตั้งหลักกันใหม่ แล้วไปทำให้มันดีขึ้นตอนปีหน้าจะได้หรือไม่

เพื่อที่จะตอบคำถามนี้ เราต้องมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับเกรด AS-level กันก่อนว่า มันมีความสำคัญอย่างไรบ้าง แล้วคำถามที่ว่า AS-level สามารถทำเกรดเท่าไรก็ได้ไปก่อนได้ไหมนั้น จะได้รับคำตอบครับ

AS-level เป็นหลักฐานสำคัญในการยื่นสมัครมหาวิทยาลัย

การสมัครมหาวิทยาลัยในประเทศต่าง ๆ มักจะเริ่มต้นในช่วงเปิดเทอม Year 13 ใหม่ ๆ ณ เวลานั้นเราจะไม่มีเกรด A-level ตัวจบ เกรดจริง ๆ ที่เรามีจะมีเพียงเกรด AS-level ทำให้เกรด AS-level นี้เป็นหลักฐานสำคัญในการยื่นสมัครมหาวิทยาลัยในประเทศต่าง ๆ เกรด AS-level ที่ดีจะเป็นตัวบอกว่าที่ผ่านมา 1 ปี เราเรียนได้ดีแค่ไหน ส่วนเกรด AS-level ที่ไม่ดีจะเป็นตัวบอกว่าเราเรียนได้แย่แค่ไหนในตลอด 1 ปีที่ผ่านมา

อย่างในการสมัครมหาวิทยาลัยชั้นนำที่สหราชอาณาจักร อย่าง Cambridge นั้น นอกจากการกรอกข้อมูลใน UCAS ตามปกติแล้ว ยังต้องมีการกรอกข้อมูลเพิ่มเติมใน My Cambridge Application ซึ่งในนั้นเราจะต้องใส่เกรด AS-level ที่เราได้ พร้อมทั้งคะแนนมาตรฐานอย่าง UMS ลงไปอย่างละเอียด หมายความว่า เกรด AS-level ที่ดีถึงขนาดได้เกรด A แล้วนั้น ก็อาจจะยังดีไม่พอเสียด้วยซ้ำ ถ้าคะแนนมาตรฐานอย่าง UMS ออกมาไม่ดี

เพราะฉะนั้น คงจะไม่เกินจริง ถ้าจะบอกว่า AS-level นั้นเป็นหลักฐานมัดตัวชั้นเยี่ยม ว่าที่ผ่านมาเราทำหน้าที่ในการเรียนของเราได้ดีพอหรือไม่ และนั่นคือ First Impression แรกที่มหาวิทยาลัยจะรู้สึกกับเรา

AS-level เป็นข้อมูลสำคัญสำหรับทำ Predicted Grade

สืบเนื่องจากข้อที่แล้ว ด้วยความที่เราจะยังไม่มีเกรด A-level จริง ๆ ในช่วงที่เรายื่นสมัครมหาวิทยาลัย ในหลาย ๆ ประเทศอย่างที่สหราชอาณาจักร จะขอให้คุณครูที่โรงเรียนของเราต้องส่ง Predicted Grade หรือการทำนายล่วงหน้าว่าเราจะเรียนจบด้วยเกรดเท่าไรไปให้ ซึ่ง Predicted Grade นั้นมีความสำคัญมาก ๆ ถึงขั้นที่ว่าเป็นตัวตัดสินเลยว่าเราจะเลือกมหาวิทยาลัยไหนได้หรือไม่ได้บ้าง

เหตุผลที่เป็นเช่นนั้นเพราะว่า ในหน้าเว็บไซต์ของแต่ละมหาวิทยาลัย ถ้าเราเข้าไปที่คอร์สที่เราอยากจะเรียน และไปดูตรงส่วนของ Entry Requirements เราจะพบกับเกรดที่เขาต้องการ ซึ่งถ้า Predicted Grade ที่เราได้ ไม่ถึงเกรดที่เขาต้องการนี้ แล้วเราฝืนยื่นสมัครมหาวิทยาลัยนี้เข้าไป ก็มีความเป็นไปได้เป็นอย่างมากว่า เราจะถูกปฏิเสธโดยทันที โดยที่เขายังไม่ได้พิจารณาส่วนอื่น ๆ ของการสมัครของเราแม้แต่น้อย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราได้ Predicted Grade เป็น AAA แต่เลือกที่จะสมัครที่ที่ขอเกรด A*AA ก็มีโอกาสสูงมาก ๆ ที่เราจะถูกปฏิเสธตั้งแต่ต้น

คำถามคือ Predicted Grade คิดมาจากอะไร คำตอบคือมาได้จากหลายอย่างรวม ๆ กัน แต่ที่มีน้ำหนักมากที่สุด ก็คือผลสอบ AS-level มีบางโรงเรียนที่ทำเป็นสถิติย้อนหลังรวบรวมเอาไว้ว่า ถ้าได้ AS-level เท่านี้ จะให้ Predicted Grade ได้สูงสุดเท่าไร ซึ่งบางโรงเรียนจะไม่ยอมให้เราต่อรองใด ๆ ทั้งสิ้นและยึดตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้เท่านั้น กลายเป็นว่าถ้าเราผิดพลาดที่ AS-level แม้เพียงเล็กน้อย เราก็จะพลาด Predicted Grade ที่คาดหวัง และพลาดจากโอกาสที่จะได้เลือกมหาวิทยาลัยที่เราต้องการโดยทันที

เพราะฉะนั้น AS-level จึงเป็นตัวกำหนดอนาคตเป็นอย่างดี ว่าเราจะมีทางเลือกที่เป็นไปได้สำหรับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ อย่างไรบ้าง

คะแนนใน AS-level ส่งผลต่อเกรด A-level ที่เราจะได้ตอนจบ

คะแนนและเกรดที่เราได้ในการสอบ AS-level สำหรับกรณีของ International A-level นั้น เป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลต่อเกรด A-level ตอนจบ การทำเกรด AS-level เอาไว้ไม่ดี จะทำให้โอกาสที่เราจะได้เกรด A-level ดี ๆ นั้นมีน้อยลง นั่นหมายถึงโอกาสที่จะทำได้ตามเงื่อนไขที่มหาวิทยาลัยตั้งเอาไว้ใน Conditional Offer ต่าง ๆ ก็จะน้อยลงไปด้วย

ส่วนการสอบ AS-level สำหรับกรณีของ UK A-level นั้น แม้ AS-level จะไม่ได้ถูกนำไปใช้คิดหรือส่งผลต่อการคิดเกรด A-level เพราะต้องสอบใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ต้น แต่การทำ AS-level ได้ไม่ดีพอ ก็สามารถเป็นตัวชี้วัดที่ดีที่จะใช้บอกได้แล้วว่า เรามีความพร้อมที่ไม่เพียงพอ โอกาสที่จะประสบความสำเร็จใน A-level จริง ๆ นั้นก็จะยิ่งยากขึ้นตามไปด้วย

เพราะฉะนั้น การทำ AS-level ให้ดีที่สุด จึงเป็นดั่งต้นทุนที่สำคัญ ที่จะส่งผลดีต่อเกรดตอนจบ A-level ของเรา และข้อเตือนใจสำคัญอย่างหนึ่งที่จะต้องชี้แจงเอาไว้ก็คือ ครึ่งหลังของ A-level (ที่เรียกกันว่า A2-level) นั้น ยากกว่า AS-level มาก ๆ เพราะฉะนั้น ถ้า AS-level ไม่ดี ก็แทบจะเป็นฝันที่เป็นจริงได้ยากที่ A-level จะออกมาดีได้

จากทั้ง 3 เหตุผลข้างต้นที่แสดงให้เห็นว่า AS-level มีความสำคัญอย่างไร คงจะทำให้ได้คำตอบแล้วว่า เราสามารถทำ AS-level เท่าที่พอจะทำได้ไปก่อน แล้วค่อยไปแก้ตัวเอาในปีหน้าได้หรือไม่ และสำคัญที่สุดที่อยากจะเตือนสติเอาไว้ก็คือ ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่ใด ๆ ก็ตามในชีวิต เราควรตั้งใจที่จะทำให้ดีที่สุดอยู่เสมอ การรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเองให้ดี เป็นทักษะสำคัญ เป็นนิสัยที่มีคุณค่า ที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จในวันข้างหน้าได้

และเพื่อเป็นกำลังใจให้กับทุกคน ความจริงก็คือ AS-level หรือแม้กระทั่ง A-level จะไม่ยากจนเกินไปเลย ขอเพียงแค่เป็นวิชาที่เราเก่ง รัก ชอบ ถนัด และมีความสุขจริง ๆ ที่จะเรียน ประกอบกับการทำหน้าที่ให้ดี อยู่ในโรงเรียนที่ดี และขยันฝึกซ้อมให้ดี อย่าว่าแต่ A* เลย คะแนน 100 เต็ม 100 ก็เป็นเรื่องที่ทุกคนทำได้อย่างแน่นอนครับ

ติวเสริม AS-level และ A-level เพื่อเกรดที่ยอดเยี่ยม ติดต่อที่ Line @krutoo ได้เลยครับ

For The Best Education In Your Own Version