สหราชอาณาจักรหรือ UK นั้น เป็นหนึ่งในประเทศที่มีการศึกษาอยู่ในระดับแนวหน้าของโลก มีเป้าหมายสูงสุดในการพัฒนาทักษะที่จำเป็นกับการประสบความสำเร็จในชีวิตในทุก ๆ ด้านของคน ๆ หนึ่งให้ไปถึงระดับสูงสุด ซึ่งความเชื่อหลัก ๆ ของเขา คือความเชื่อที่ว่าคน ๆ หนึ่งจะประสบความสำเร็จอย่างที่ว่าได้นั้น คน ๆ นั้นจะต้องได้เรียนในสิ่งที่ตัวเอง Born to be มี Passion และตรงกับเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ของชีวิต (Life Purpose) และจุดเริ่มต้นของการออกเดินทางเพื่อค้นหาตนเองของคน ๆ หนึ่งอย่างจริงจังนั้น ก็จะเริ่มที่ช่วงอายุ 13 ปี หรือ Year 9
Year 9 จึงเป็น Year ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก จนโรงเรียนระดับ Top หลายแห่งใน UK นั้น ได้ตั้ง Year 9 เป็นปีรับเข้าที่สำคัญที่สุด และคัดเลือกกันอย่างจริงจัง เพื่อให้ได้คนที่พร้อมจะเข้าไปเริ่มค้นหาตนเองจนเจอสิ่งที่ Born to be มี Passion และพบเจอเป้าหมายชีวิตอันยิ่งใหญ่ จนนำไปสู่ความสำเร็จทั้งการเข้ามหาวิทยาลัยในฝัน การมีอาชีพที่ยอดเยี่ยม และการมีชีวิตที่ดีในที่สุด
เมื่อ Year 9 เป็นจุดรับเข้าที่มีความสำคัญ โรงเรียนระดับ Top หลาย ๆ แห่งก็จะมีเกณฑ์ กติกา ขั้นตอนต่าง ๆ ในการรับเข้าที่ไม่ได้ง่ายสำหรับทุกคน บางโรงเรียนก็ให้ความสำคัญกับเรื่องของความรู้พื้นฐานเพื่อที่จะเรียนต่อในระดับ Year 9 แต่หลาย ๆ โรงเรียนก็ทิ้งสิ่งเหล่านั้นไปทั้งหมด และวัดกันแค่เรื่องของทักษะสำคัญที่มีความจำเป็นกับการเรียนให้ประสบความสำเร็จ ทักษะเหล่านี้ไม่ใช่ว่าจะวัดกัน 1-2 ปีล่วงหน้า แต่เริ่มวัดกันตั้งแต่ตอนที่เด็ก ๆ อยู่ Year 6 เพื่อให้แน่ใจว่าเด็ก ๆ จะมีพื้นฐานทักษะที่ดีมาตั้งแต่ต้นจริง ๆ
และการวัดสิ่งเหล่านี้ จะวัดจากข้อสอบที่เรียกว่า ISEB Common Pre-Test
ISEB Common Pre-Test คือตัวทำนายชั้นดี ว่าจะเรียนหนังสือได้ดีหรือไม่
พูดถึงเรื่องของการศึกษา ก็จะหนีไม่พ้นถึงคำสำคัญ 2 คำคือคำว่าความรู้ (Knowledge) และทักษะ (Skill) ความรู้นั้นได้แก่ข้อเท็จจริง ข้อมูล สูตร สมการ หรือเนื้อหาต่าง ๆ ที่เนื่องด้วยวิชานั้น ๆ แม้จะมีความสำคัญแต่ก็มีความเปราะบาง เพราะเป็นสิ่งที่ลืมได้ง่าย เปลี่ยนได้ตามกาลเวลา และมีโอกาสจะล้าสมัย ในขณะที่ทักษะนั้น คือสิ่งที่เมื่อทำเป็นแล้ว จะทำเป็นเลยทั้งชีวิต สามารถฝึกได้ และหลาย ๆ ทักษะจะไม่ได้เนื่องด้วยวิชา อย่างเช่นทักษะการคิด ทักษะทางการคำนวณ ทักษะในการตัดสินใจต่าง ๆ เป็นต้น
และแน่นอนว่าโรงเรียนระดับ Top ใน UK นั้น รู้เรื่องนี้ดี หลาย ๆ ที่จึงให้ความสำคัญกับความรู้ค่อนข้างน้อย และไปเน้นที่เรื่องของทักษะที่สำคัญมากกว่า นั่นนำไปสู่ข้อสอบกลางที่มีชื่อว่า ISEB Common Pre-Test ซึ่งเป็นการสอบที่เด็ก ๆ มักจะสอบกันตอนต้น Year 6 และประกอบไปด้วย 4 ทักษะย่อย ๆ ได้แก่
- Mathematics ทักษะในการคิดคำนวณและให้เหตุผลทางตัวเลขต่าง ๆ
- English ทักษะเรื่องของการอ่าน (Reading Comprehension) และการใช้ภาษาให้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ (Grammar)
- Verbal Reasoning ทักษะการใช้เหตุผลที่เกี่ยวข้องกับภาษา เช่น การถอดรหัสลับ การเล่นคำ การสลับตัวอักษรต่าง ๆ
- Non-verbal Reasoning ทักษะการใช้เหตุผลที่ไม่เกี่ยวข้องกับภาษา เช่น การดูรูป การดูแนวโน้ม การถอดรหัสภาพ เป็นต้น
ซึ่งทั้ง 4 ทักษะในการสอบ ISEB Common Pre-Test นี้ หลาย ๆ คนอาจสงสัยว่าวัดไปแล้วจะได้อะไร มันจะตอบได้หรือไม่ว่าเด็กคนหนึ่งมีความรู้ความสามารถและความพร้อมสำหรับการเรียนในโรงเรียนระดับ Top ที่ UK มากแค่ไหน ตรงนี้ก็ต้องกลับไปที่เรื่องของความรู้ และ ทักษะ อีกครั้ง
ทุกวิชาที่เด็ก ๆ จะได้เรียนในระดับที่สูงขึ้น จะประกอบไปด้วยความรู้และทักษะ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราพูดถึงวิชา Physics มันจะมีกฎทาง Physics หลักการ สูตรคำนวณ และข้อมูลสำคัญอื่น ๆ อีกมากมายที่ต้องจำและทำความเข้าใจ สิ่งเหล่านี้เรียกว่าความรู้ ซึ่งเรากล่าวกันไปแล้วว่าทาง UK เข้าใจดีว่ามันไม่ได้เป็นสิ่งที่ยั่งยืนสักเท่าไร แต่ในขณะเดียวกันในวิชา Physics ถ้าเด็ก ๆ จะเรียนได้ดีนั้น ก็ต้องมีทักษะในการแก้ปัญหา ทักษะในการใช้เหตุผล ทักษะในการคิดคำนวณต่าง ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สามารถบอกโอกาสในการประสบความสำเร็จของเด็ก ๆ ในอนาคตได้มากกว่า
และสมมติว่าเราพูดถึงวิชา Chemistry แม้มันจะมีเรื่องของความรู้ในวิชาที่ต่างไปจาก Physics แต่เราจะพบว่าทักษะต่าง ๆ ที่ต้องมีเพื่อให้ประสบความสำเร็จในการเรียนนั้นไม่ต่างกันเลย และนักการศึกษาทั้งหลายรวมถึงโรงเรียนระดับ Top หลาย ๆ แห่งใน UK ก็พบว่า ทั้ง 4 ทักษะ ได้แก่ Mathematics, English, Verbal Reasoning, และ Non-verbal Reasoning นั้น เป็น 4 ทักษะพื้นฐานที่ครอบคลุมการเรียนวิชาทั้งหมดในระดับที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นวิชาอะไรก็ตาม
เพราะฉะนั้น แค่วัด 4 ทักษะนี้ ก็จะบอกได้แล้วว่า เด็ก ๆ ที่จะรับเข้าไปตอน Year 9 นั้น จะประสบความสำเร็จในการเรียนและในชีวิตได้มากน้อยแค่ไหน
การซ้อมทำข้อสอบ ISEB Common Pre-Test ให้มาก ๆ สามารถทำให้คะแนนออกมาดี ได้หรือไม่
การสอบในสิ่งที่วัดทักษะ การซ้อมและหัดทำบ่อย ๆ เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ยิ่งหัดทำข้อสอบเยอะ ก็ยิ่งเกิดความคุ้นเคย ซึ่งข้อสอบที่จะนำมาใช้ในการหัดเพื่อเตรียมสอบ ISEB Common Pre-Test นั้น จะเป็นข้อสอบและแบบฝึกหัดที่เขามีให้ซื้อบนเว็บไซต์ของ ISEB Common Pre-Test เองก็ได้ หรือจะเป็นข้อสอบอื่น ๆ ที่ใกล้เคียง อย่างเช่น CAT4 หรือ UKiset ในส่วนที่มีการวัดทักษะเดียวกันหรือใกล้เคียงกันก็ได้ สิ่งเหล่านี้ล้วนมีประโยชน์ทั้งนั้น
อย่างไรก็ดี การหัดทำข้อสอบเหล่านี้ ไม่ใช่ทุกสิ่งและไม่ใช่เพียงกลยุทธ์เดียวที่ควรใช้ เพราะการหัดทำข้อสอบเก่าหรือแบบฝึกหัดเหล่านี้ให้มาก ๆ นั้นสิ่งที่ช่วยได้เป็นหลักคือการทำให้เกิดความคุ้นเคยว่า ข้อสอบจะออกในลักษณะไหนบ้าง มันอาจจะช่วยได้มากหน่อยในเรื่องของการทำให้ทำได้ทันเวลา ไม่ต้องเสียเวลาในการนึกนานว่าโจทย์ที่เจอนั้นจะต้องทำอย่างไร แต่มันอาจไม่ได้เป็นวิธีการที่จะฝึกให้เด็ก ๆ พัฒนาทักษะทั้ง 4 ได้อย่างแท้จริงขนาดนั้น
คนที่มีเทคนิคการสอบที่ดีแถมยังมีความคุ้นเคยเพราะซ้อมมาเยอะ ย่อมได้เปรียบระดับหนึ่ง แต่ถ้าไปเจอคนที่มีเทคนิคการสอบที่ดี ซ้อมมาเยอะเหมือนกัน แต่มีพื้นฐานทางทักษะทั้ง 4 อย่างที่แน่นกว่า คนที่มีแต่เทคนิคการสอบก็ย่อมจะสู้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นให้มองว่าการหัดทำข้อสอบและแบบฝึกหัดต่าง ๆ นั้นเป็นแค่ปลายทางของสิ่งที่ต้องฝึกฝน แต่ไม่ใช่จุดเริ่มต้น และไม่ใช่ทั้งหมด
ถ้าอย่างนั้นจะฝึกทักษะทั้ง 4 เพื่อเตรียมสอบ ISEB Common Pre-Test อย่างไร
อยากเก่งสิ่งใด ต้องฝึกสิ่งนั้นโดยตรง หลักการนี้เราเรียกว่า Direct Learning ยกตัวอย่างเช่น ถ้าใครสักคนอยากจะเรียนภาษาใหม่ ๆ ให้ดี การเรียนผ่าน Application ต่าง ๆ ที่ทำออกมาคล้าย ๆ เกม ให้เราเรียนรู้ได้อย่างสนุกสนานนั้น อย่างมากก็ทำให้เราเก่งขึ้นได้แค่ระดับหนึ่ง สู้การเรียนโดยการไปคุยกับคนที่ใช้ภาษานั้น ๆ หรือไปใช้ชีวิตสักระยะในประเทศนั้น ๆ จริง ๆ ซึ่งมีความเป็น Direct Learning มากกว่าไม่ได้เลย
การฝึก 4 ทักษะใน ISEB Common Pre-Test ก็เช่นเดียวกัน การหัดทำแต่ข้อสอบเป็นแค่ปลายทาง และไม่ได้เป็น Direct Learning อย่างที่ควรจะเป็น เพราะฉะนั้นเพื่อให้เกิด Direct Learning และพัฒนาทักษะทั้ง 4 ด้านให้ได้ดีจริง ๆ นี่คือคำแนะนำเกี่ยวกับตัวอย่างของสิ่งที่ทำได้ เพื่อที่จะฝึกหัดสิ่งเหล่านี้
- Mathematics
- ฝึกคิดเลขในใจ (Mental Math)
- ทำโจทย์ Word Problems ที่มีหลายขั้นตอน
- การนำ Math ไปใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การซื้อของ ทอนเงิน การวางแผนการใช้จ่ายต่าง ๆ
- English
- อ่านหนังสือให้มาก
- เขียนสรุปใจความสำคัญ หรือเขียนเรื่องใหม่จากสิ่งที่ได้อ่าน
- เขียน Essay แล้วให้ AI ช่วยแนะนำ Grammar ที่ถูกต้อง
- Verbal Reasoning
- เล่นเกมคำศัพท์ต่าง ๆ
- เรียนรู้ศัพท์ใหม่ ๆ ให้ได้มาก ๆ
- ฝึกการนำ Synnonym กับ Antonym มาใช้ในการเขียน
- Non-verbal Reasoning
- ประดิษฐ์สิ่งของ
- ต่อตัวต่อ
- วาดรูป 2 มิติและ 3 มิติ
การฝึกหรือเล่นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จนเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรในแต่ละสัปดาห์ จะทำให้การฝึกทักษะที่สำคัญทั้ง 4 อย่างนี้เป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ ค่อย ๆ พัฒนาขึ้นอย่างยั่งยืน ทำให้เมื่อถึงเวลาที่ต้องไปหัดทำข้อสอบ แค่เรียนรู้เทคนิคการทำข้อสอบ ก็จะสามารถทำได้ นำไปสู่การสอบจริงที่ได้คะแนนดี ๆ อย่างแน่นอน
และจริง ๆ แล้วการจะปั้นคะแนน ISEB Common Pre-Test ให้ดี อาจกลับมาที่ห้องเรียน
ในเมื่อทั้ง 4 ทักษะของ ISEB Common Pre-Test ได้แก่ Mathematics, English, Verbal Reasoning, และ Non-verbal Reasoning นั้นเป็นตัวชี้วัดที่ดีว่าเด็ก ๆ จะประสบความสำเร็จในการเรียนวิชาต่าง ๆ ในการเรียนในระดับที่สูงขึ้นหรือไม่ ในทางตรงกันข้าม การที่เด็ก ๆ ตั้งใจเรียนวิชาต่าง ๆ ในห้องเรียนมาโดยตลอด ก็มีส่วนสำคัญที่จะทำให้คะแนน ISEB Common Pre-Test ใน 4 ทักษะนั้นออกมาดีเช่นกัน
จริง ๆ แล้วข้อสอบ ISEB Common Pre-Test และข้อสอบแนวใกล้เคียง อย่างเช่น CAT4 หรือ UKiset นั้น ไม่ได้สนับสนุนให้เด็ก ๆ ต้องไปหาติวเตอร์เพื่อใช้ช่วยติวข้อสอบ และเขาก็ไม่ได้เชื่อว่าการฝึกทำข้อสอบให้เยอะพอจะเป็นตัวช่วยที่สำคัญที่สุดอย่างที่เราได้เกริ่นเรื่องนี้กันไปแล้ว เพราะความเชื่อของเขาคือ เด็ก ๆ ที่ทำเหตุปัจจัยมาดี คือตั้งใจเรียนสม่ำเสมอ พัฒนาทักษะต่าง ๆ ในวิชาทั้งหลายมาอย่างถูกต้องสมวัย เด็ก ๆ เหล่านี้ก็จะมีทักษะพื้นฐานต่าง ๆ ที่เพียงพอ ที่แค่รู้แนวข้อสอบ ISEB Common Pre-Test นิดหน่อย ก็จะสามารถทำคะแนนให้สูงได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาตัวช่วยอะไรเลย
นั่นหมายความว่าการให้เด็ก ๆ รู้หน้าที่ ว่านอกจากการเล่นให้สนุก สำรวจโลกให้กว้างขวาง และเรียนรู้ที่จะลองทำอะไรต่าง ๆ ให้มากมายแล้ว การตั้งใจเรียนซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญในชีวิตนั้น ก็ต้องทำให้ดีที่สุดมาตั้งแต่เล็ก ๆ การจะรอให้โตก่อนแล้วค่อยมาตั้งใจเรียนอาจทำให้พลาดโอกาสหลาย ๆ อย่างในชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขาดทักษะการเรียนรู้ที่จำเป็นกับการประสบความสำเร็จในชีวิต ซึ่งหากถึงจุดนั้น จุดที่ต่อให้กลับมาตั้งใจเรียนก็ไม่ทันเสียแล้ว มันคงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายน่าดู
เพราะฉะนั้น ตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด บวกกับการเรียนรู้ทักษะโดยตรง เสริมด้วยการซ้อมทำข้อสอบเก่าและแบบฝึกหัดจนเกิดความคุ้นชิน ก็จะทำให้การทำข้อสอบ ISEB Common Pre-Test นั้นเป็นสิ่งที่ไม่ยากจนเกินไปที่จะได้คะแนนสูงพอ ที่จะทำให้เราเป็นคนที่มีโอกาสเข้าโรงเรียนระดับ Top ที่ UK ตั้งแต่ Year 9 ได้สำเร็จ
สุดท้าย การทำ ISEB Common Pre-Test ให้ดี มันไม่ใช่แค่ทำให้สอบเข้าโรงเรียนระดับ Top ได้
การเข้าโรงเรียนระดับ Top ที่ UK ได้ตั้งแต่ Year 9 มันถือว่าเป็นความสำเร็จขั้นแรก ๆ ที่สำคัญมาก ๆ ในชีวิต อย่างไรก็ดี การทำ ISEB Common Pre-Test ให้ดีนั้น ไม่ได้มีประโยชน์แค่ในแง่ของการที่จะทำให้เราได้อยู่ในโรงเรียนที่ดี ๆ ที่จะช่วยพาเราไปสู่ความสำเร็จ แต่การทำ ISEB Common Pre-Test ให้ดีนั้น เป็นหนึ่งในขั้นตอนของการพิสูจน์ตัวเองที่สำคัญ
การตั้งใจสอบอะไรก็ตามให้ดี มันไม่ใช่แค่เป็นการบอกว่าคน ๆ นั้นมีความรู้และทักษะที่ได้มาตรฐานตามที่ข้อสอบกำหนดไว้ แต่มันหมายถึงการมีทักษะอื่น ๆ ที่สำคัญกับชีวิต ที่ไม่ได้วัดจากข้อสอบโดยตรง แต่วัดจากพฤติกรรมต่าง ๆ ที่ทำให้ทำข้อสอบเหล่านั้นออกมาได้ดี ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการเวลา การมีวินัย การมีความมุ่งมั่น การอดทนต่อความยากลำบาก การมีความฝันอันยิ่งใหญ่ การไม่ยอมแพ้ และอื่น ๆ อีกมากมาย เพราะฉะนั้น การทำข้อสอบอย่าง ISEB Common Pre-Test ให้ดี มันได้อะไรมากมายกว่าแค่ได้โรงเรียนที่ดี หรือได้พัฒนา 4 ทักษะที่สำคัญ แต่มันยังหมายถึงการมีทักษะชีวิตที่ดีขึ้นในรอบด้านอีกด้วย
สำหรับบางคนที่อาจไม่เคยคิดเรื่องการสมัครโรงเรียนระดับ Top ที่ UK เพื่อเข้า Year 9 มาก่อน การพาตัวเองมาอยู่ในบรรยากาศของการเตรียมตัวเพื่อทำสิ่งเหล่านี้สักครั้งหนึ่งในชีวิต ก็เป็นประสบการณ์ที่สำคัญ เป็นโอกาสในการได้พัฒนาทักษะที่สำคัญมากมาย คงไม่เกินไปที่จะพูดว่าการสอบ ISEB Common Pre-Test นี้ จริง ๆ แล้วอาจเป็นการสอบครั้งสำคัญในชีวิตสำหรับทุกคนเสียด้วยซ้ำไป โดยไม่ขึ้นกับว่าตั้งใจจะไปเรียนต่อโรงเรียน Top ใน UK ช่วง Year 9 หรือไม่ก็ตาม
สุดท้ายนี้ ใครตั้งใจจะสมัครเข้า Year 9 ของโรงเรียนระดับ Top ที่ UK ถ้าวันนี้อยู่ Year 4 จะเหลือเวลาประมาณ 1 ปีนิด ๆ ก่อนที่จะต้องยื่นสมัคร (ตอนอยู่ Year 5 ปลาย ๆ) และสอบ ISEB Common Pre-Test (ตอนอยู่ Year 6 ต้น ๆ) เวลา 1 ปีนี้ ยังเพียงพอที่จะตั้งใจเรียนในห้องเรียนให้ดีที่สุด พัฒนาทักษะทั้ง 4 ด้านที่สำคัญอยู่เสมอจนเป็นกิจวัตร และซ้อมทำข้อสอบจนเกิดความคุ้นเคย ขอให้เริ่มเข้ามาพูดคุยกับทีม Education Counsellor ของ APSthai เพื่อวางแผนได้แล้วครับ ทางเราจะช่วยตั้งแต่การเลือกโรงเรียนที่เหมาะสมที่สุด การช่วยวางแผนเตรียมสอบ ISEB Common Pre-Test และการสอบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการติดต่อประสานงานกับโรงเรียนต่าง ๆ ที่จะสมัคร ดูแลครบตั้งแต่ต้นจนจบครับ
เริ่มเส้นทางสู่ความสำเร็จวันนี้ ทักเข้ามาที่ Line @apsthai ได้เลยครับ
APSthai : The best education in your own version
