เมื่อ Ranking ไม่ใช่ทุกสิ่งในการเลือกโรงเรียนให้กับลูก

CategoriesarticlesschoolTagged , ,

Not everything that can be counted counts, and not everything that counts can be counted

– Albert Einstien

เวลาจะเลือกโรงเรียนให้กับลูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงเรียนในประเทศอังกฤษ สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่มักจะดูเป็นอันดับต้น ๆ ก็คือ Ranking โรงเรียนไหน Ranking สูง ๆ ก็อยากจะให้ลูกเข้าไปเรียน เพราะมีความคิดไปแล้วว่าโรงเรียนที่ Ranking สูงย่อมหมายถึงคุณภาพการศึกษาที่ดี โอกาสในการเข้ามหาวิทยาลัยดี ๆ ได้มากขึ้น หรือเวลาเอาไปเล่าให้ใครฟังก็จะเป็นที่รู้จัก ดีกว่าเข้าโรงเรียนที่ไม่มีชื่อเสียง ไม่เป็นที่รู้จักเป็นไหน ๆ

คำถามคือ Ranking ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างในการเลือกโรงเรียนให้กับลูก ๆ หรือไม่ เอาจริง ๆ คุณพ่อคุณแม่ทราบกันอย่างแท้จริงหรือเปล่าว่า Ranking นั้นวัดมาจากอะไร มีความสำคัญมากแค่ไหน และมีอะไรนอกเหนือจาก Ranking อีกบ้างที่เราต้องให้ความสนใจ วันนี้เรามาหาคำตอบกันครับ

Ranking วัดจากอะไร ?

โรงเรียนในประเทศอังกฤษวัด Ranking จากเกรดที่นักเรียนในโรงเรียนสอบได้ ซึ่งบาง Ranking ก็วัดจากเกรด A-level บาง Ranking ก็วัดจากเกรด GCSE/IGCSE โดยส่วนใหญ่จะวัดกันตรงที่ว่าได้จำนวนเกรด A* ถึงเกรด A เป็นจำนวนเท่าไร ซึ่งหากมีจำนวนเกรด A* – A เป็นร้อยละยิ่งมาก ก็จะยิ่งมี Ranking ที่สูง

คำถามคือ สิ่งเหล่านี้เป็นตัวบอกคุณภาพของโรงเรียนได้อย่างแม่นยำมากแค่ไหน ?

ก็อาจจะใช่ว่าเมื่อจำนวนเกรด A* – A สูง ก็แปลว่านักเรียนส่วนใหญ่เรียนได้ดี ก็น่าจะแปลว่าคุณภาพการเรียนการสอนนั้นดี แต่เราต้องไม่ลืมอย่างหนึ่งว่าสุดท้ายแล้วนักเรียนจะเข้ามหาวิทยาลัยดี ๆ ได้หรือไม่นั้น ไม่ได้ขึ้นกับแค่เกรด A-level และเกรด GCSE/IGCSE อย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีกด้วย ซึ่งมีตัวอย่างให้เราเห็นมากมาย สำหรับนักเรียนหลาย ๆ คนที่ได้ A* เป็น 10 วิชาจาก IGCSE และได้ A* เกือบทุกวิชาจาก A-level แต่ไม่สามารถเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยดี ๆ ที่ตัวเองต้องการได้ เพราะขาดคุณสมบัติบางอย่าง และที่สำคัญที่สุดคือแสดงให้เห็นไม่ได้ว่า ตัวเอง Born to be ในสิ่งที่ตัวเองเลือก ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ สำหรับมหาวิทยาลัยระดับท็อปในประเทศอังกฤษ

นั่นแปลว่า Ranking ที่วัดจากเกรด A-level และ GCSE/IGCSE ของนักเรียนในโรงเรียน น่าจะไม่ใช่ตัวชี้วัดแล้ว ว่าลูกของเราเมื่อเข้ามาเรียนแล้วจะไปถึงเป้าหมายที่คาดหวังไว้ได้หรือไม่ สุดท้ายอาจจะได้แค่เกรดที่ดี แต่ไม่ได้มหาวิทยาลัยที่ต้องการ ซึ่งนั่นก็คงไม่มีประโยชน์อะไร

นั่นหมายความว่า ต้องดูว่าโรงเรียนมีระบบ support การสมัครมหาวิทยาลัย ได้ดีแค่ไหน ใช่หรือไม่ ?

ถ้าคุณพ่อคุณแม่เริ่มศึกษาข้อมูลของโรงเรียนต่าง ๆ ในประเทศอังกฤษจากเว็บไซต์ของเขา ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบ support เพื่อสมัครเข้ามหาวิทยาลัยนั้น สุดท้ายจะพบว่าเกือบทุกโรงเรียนจะกล่าวอ้างไปในทำนองเดียวกันคือ

  • ให้ความช่วยเหลือเรื่อง UCAS Application
  • ช่วยเตรียมเรื่อง Personal Statement, Reference, Admissions tests, Interview
  • มีทีมอาจารย์มืออาชีพ เคยมีประสบการณ์ในการช่วยเหลือนักเรียนในเรื่องนี้มามากกว่า 20 ปี
  • พานักเรียนไปดูมหาวิทยาลัย หรือ ไม่ก็เชิญมหาวิทยาลัยมาพูดคุยให้นักเรียนฟัง
  • และอื่น ๆ อีกมากมายเพื่อที่จะบอกว่า โรงเรียนเรามีระบบ support การสมัครเข้ามหาวิทยาลัยให้กับนักเรียน

ให้เราลองเปรียบเทียบเรื่องนี้กับร้านอาหารครับ ร้านอาหารหลาย ๆ ร้านก็ติดป้ายหน้าร้านว่าอาหารอร่อย สด สะอาด ไม่มีใครที่ไหนเขาติดป้ายว่าอาหารร้านเราไม่อร่อย ไม่สด ไม่สะอาดหรอกครับ และสุดท้ายมันจะอร่อย สด สะอาดจริงหรือไม่ มันก็ต้องวัดกันจริง ๆ เมื่อมีคนไปลองทาน ลองชิมดูแล้วเท่านั้น เรื่องของโรงเรียนก็เช่นกัน การบอกว่ามีระบบ support ต่าง ๆ ก็คงเชื่อได้ว่ามีจริง ๆ แต่มีแล้วดีพอหรือไม่ ที่สุดท้ายถ้าเราเลือกโรงเรียนนี้ให้ลูกของเรา แล้วลูกของเราจะสามารถเข้ามหาวิทยาลัยที่ตัวเองต้องการในสาขาที่ตัวเองต้องการได้จริง ๆ ของแบบนี้แค่กล่าวอ้างไม่ได้ ต้องมีผลงานจริง ๆ มายืนยันให้เห็นครับ

ที่ที่นักเรียนไปเรียนต่อหลังจากเรียนจบ (University destination) จึงเป็นเรื่องสำคัญ

บางโรงเรียนเขียนไว้อย่างสวยหรูในเว็บไซต์ว่า support นักเรียนอย่างไรบ้าง แต่หาข้อมูลเรื่องที่ว่านักเรียนเรียนจบแล้วไปเรียนต่อที่ไหนได้บ้างแทบไม่เจอเลย นั่นควรเป็นเรื่องที่น่าสงสัยแล้วว่า โรงเรียนนั้นจะสามารถดูแลลูกของเราได้จริง ๆ หรือไม่

บางโรงเรียนเขียนเอาไว้ว่าที่ผ่านมามีนักเรียนสอบเข้า Oxford, Cambridge, LSE, Imperial, UCL ได้มากมาย คำถามคือมากมายนั้นแปลว่ากี่คน และแม้บางโรงเรียนจะเขียนเอาไว้ว่ามีจำนวนเป็นสิบ ๆ คน คำถามคือ สิบ ๆ คนในช่วงระยะเวลากี่ปี ตรงนี้คุณพ่อคุณแม่จะต้องพิจารณาให้ดีว่า โรงเรียนนั้น ๆ เอาข้อมูลเหล่านี้มาแสดงอย่างคลุมเครือ หรือเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมามากแค่ไหน เพราะนี่เป็นข้อมูลที่ชี้นำการตัดสินใจได้ง่าย ๆ หากไม่พิจารณาให้ดีครับ

บางโรงเรียนจริงใจ และ ตรงไปตรงมามาก ๆ เขียนสรุปเป็นปี ๆ ให้เห็นเลยว่า ปีนี้แต่ละมหาวิทยาลัยมีนักเรียนของตัวเองเข้าได้กี่คนในสาขาวิชาไหนบ้าง เข้าน้อยก็เขียน เข้ามากก็เขียน ไม่บิดเบือน ไม่สร้างความคลุมเครือ แถมบางที่พูดถึงเกรด A-level และ GCSE/IGCSE แต่ละวิชาของนักเรียน แบบละเอียดมาก ๆ เช่น วิชา Art and Design ได้ A* กี่คน A กี่คน เปิดเผยไปจนกระทั่งถึงว่ามีนักเรียนสอบตกกี่คน ซึ่งตรงนี้จะเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจให้คุณพ่อคุณแม่ได้ดีมาก ๆ ครับ

สรุปแล้ว ดู University Destination อย่างเดียวพอเลย ใช่ไหม ?

สำหรับผู้เขียน University Destination เป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ เพราะเป็นตัวชี้วัดที่ดีในเรื่องผลลัพธ์ที่โรงเรียนสามารถสร้างได้ แต่ครั้นจะบอกว่านี่คือทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว ก็ขอบอกว่ายังไม่ใช่อีกเช่นกันครับ เพราะถึงเวลาจริง ๆ ยังมีปัจจัยอีกหลายอย่างที่ต้องพิจารณาให้ดี

อย่างเรื่องค่าใช้จ่ายก็เป็นเรื่องสำคัญ บางครั้งโรงเรียนที่ Ranking ต่ำลงมาหน่อย University Destination ไม่สวยหรูมากนัก แต่มีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าโรงเรียนอื่นมาก ๆ นั้นก็มีอยู่ ซึ่งถ้าลูกของเรามีความพร้อม ดูแลตัวเองได้ พัฒนาตัวเองได้ การให้ลูกไปอยู่ในโรงเรียนที่อาจจะดีรองลงมานิดหน่อย แต่ค่าใช้จ่ายถูกพอที่คุณพ่อคุณแม่จะบริหารจัดการได้ นั่นก็เป็นทางออกหนึ่งที่ดีครับ เพราะสุดท้ายแล้วแม้โรงเรียนหรือสิ่งแวดล้อมจะเป็นปัจจัยสำคัญในการประสบความสำเร็จของลูก แต่ตัวลูกเองก็เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดอยู่ดี

แต่สิ่งที่ต้องเตือนเกี่ยวกับเรื่องค่าใช้จ่ายคือ คุณพ่อคุณแม่บางครอบครัวจะหาทางออกด้วยการส่งลูกไปในโรงเรียนที่แจก scholarship สูง ๆ ซึ่งจากที่เห็นมาบ่อย ๆ โรงเรียนคุณภาพต่ำจำนวนมากแจก scholarship สูง ๆ เพื่อเป็นการทำการตลาดให้ได้นักเรียนมาเรียน ซึ่งประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะ แต่คุณภาพก็ต่ำเกินกว่าจะช่วยพัฒนาลูกของเราให้ไปถึงเป้าหมายได้ เพราะฉะนั้น เมื่อเจอโรงเรียนที่แจก scholarship สูง ๆ ให้กลับไปดูเรื่อง Ranking และ University destination ประกอบด้วยเพื่อให้แน่ใจว่าจะตัดสินใจไม่ผิดครับ

และแน่นอนว่าโรงเรียนดี ๆ ที่แจก schlolarship นั้นก็พอมีอยู่บ้างเช่นกัน สุดท้ายแล้วจึงแนะนำให้เดินทางสายกลาง คือเลือกที่ที่ประหยัดค่าใช้จ่าย แต่คุณภาพดีระดับที่ลูกของเราไปอยู่แล้วสามารถไปถึงเป้าหมายได้ในราคาที่คุณพ่อคุณแม่บริหารจัดการไหว นั่นคือตัวเลือกที่ดีที่สุดครับ

สุดท้ายแล้ว ไม่มีหรอกครับ ปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งที่จะใช้เป็นตัวตัดสินว่า นี่คือโรงเรียนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับลูก ต้องดูให้ครบรอบด้านอยู่ดี การวางแผนแต่เนิ่น ๆ การหาข้อมูลให้ครบถ้วน จะช่วยให้สุดท้ายคุณพ่อคุณแม่เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกได้ครับ

ทางผู้เขียนและทีมงาน ยินดีให้คำปรึกษานะครับ ติดต่อเข้ามาได้ตามหน้า contact เลยครับ

Email SubscriptionsSignup for our free newsletters

กรอก Email เพื่อรับข่าวสารการศึกษาต่อจากเรา 

แบ่งปันเรื่องราวนี้ :
error0

About the author

ตอนเด็ก ๆ ชอบเรียนเลขมาก จนไม่อยากเรียนวิชาอื่นเลย แต่ระบบบ้านเรามันไม่ตอบโจทย์ เราไม่มีอิสระเสรีที่จะทำอะไรแบบนั้นได้ พอได้มาเป็นครู ได้มาเจอหลักสูตรอังกฤษ ที่เด็ก ๆ เลือกเรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบได้อย่างแท้จริง จึงอินมาก ๆ และอยากให้คุณพ่อคุณแม่ทุกคนได้สนับสนุนลูก ๆ ให้ได้เลือกทางเดินของตัวเอง อย่างมีแผน และ อย่างถูกต้อง

Leave a Reply