มหาวิทยาลัยที่อังกฤษ ยิ่งสมัครช้า ยิ่งเสียโอกาส

CategoriesarticlesTagged ,

นักเรียน 2 คนที่เหมือนกัน กับ ผลลัพธ์ที่แตกต่าง

เมื่อหลายปีก่อน มีนักเรียนของเราคนหนึ่ง สมัครเรียนสาขา Architecture ที่ University College London หรือ UCL ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนตุลาคมของตอนอยู่ Year 13 ซึ่งก็คือช่วงเทอม 1 เป็นการสมัครก่อน deadline พอสมควรเพราะจริง ๆ deadline ในการสมัครอยู่ที่เดือนมกราคมหรือช่วงเทอม 2 ในขณะที่นักเรียนอีกคนหนึ่ง สมัครเรียนสาขา Architecture ของ UCL เหมือนกันแต่สมัครเอาตอนช่วงใกล้ deadline มาก ๆ ก็คือประมาณต้นเดือนมกราคม

หลังจากสมัครได้ไม่นาน นักเรียนคนแรกก็ได้รับจดหมายเชิญจาก UCL ให้มาพบที่งานนิทรรศการศึกษาต่อแห่งหนึ่งในประเทศไทยช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน ในงานนั้น นักเรียนคนนี้ได้เข้าสัมภาษณ์กับทีม admissions tutors ได้แสดงผลงานทางด้าน Architecture ของตัวเอง และสุดท้ายทาง UCL ก็ตัดสินใจในงานนั้นเลยว่าจะให้ conditional offer นักเรียนคนนี้ (รับแบบมีเงื่อนไขว่าต้องทำเกรด A-level ตอนจบได้เท่าไร) ซึ่งทั้งหมดนี้ใช้เวลาแค่เพียงครึ่งเดือนหลังจากที่ยื่นสมัครไป หลังจากนั้นนักเรียนคนนี้ก็ตั้งใจเรียนเพื่อสอบให้ได้เกรดตามที่ UCL ต้องการ และสุดท้ายก็ทำได้ตามนั้น และเข้าไปเรียนได้สำเร็จ

ส่วนนักเรียนคนที่สองหลังจากสมัครไปช่วงต้นเดือนมกราคมแล้ว ปรากฏว่ามหาวิทยาลัยไม่ตอบกลับมาสักทีว่ารับหรือไม่ แต่ละเดือนผ่านไป นักเรียนคนนี้ได้แต่กระวนกระวายใจ และสิ่งที่เกิดขึ้นได้ส่งผลต่อการเรียนเพราะมีเรื่องกังวลใจอยู่ตลอดเวลา สุดท้าย UCL ตอบกลับมาช่วงเดือนเมษายนว่านักเรียนคนนี้ได้ conditional offer เช่นกัน น่าเสียดายว่า 2-3 เดือนที่เฝ้ารอคำตอบจาก UCL นั้น นักเรียนไม่มีสมาธิในการเรียนเลย จึงทำให้ไม่สามารถที่จะอ่านหนังสือหรือเตรียมตัวสอบได้ทัน ทำให้สุดท้ายทำเกรด A-level ออกมาไม่ได้ตามที่ UCL ต้องการ และไม่ได้เข้าไปเรียนที่ UCL ในที่สุด

นักเรียน 2 คนนี้ มีคุณสมบัติหลาย ๆ อย่างที่เท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกรด เรื่องคุณภาพผลงานทางด้าน Architecture หรือคุณสมบัติอื่น ๆ แต่สุดท้ายผลลัพธ์ที่ได้ในการสมัครมหาวิทยาลัยนั้นกลับต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพียงเพราะว่า คนหนึ่งสมัครเร็วกว่าอีกคนหนึ่งมาก ๆ เท่านั้นเอง

ทบทวน timeline ของ UCAS กันสักหน่อย

ก่อนที่เราจะวิเคราะห์เรื่องราวที่เกิดขึ้นตามที่เล่าข้างต้นนั้น มาทบทวนกันก่อนดีกว่าครับว่า timeline ของการทำ UCAS Application นั้นเป็นอย่างไรบ้าง

การสมัครมหาวิทยาลัยที่อังกฤษผ่านระบบ UCAS นั้น เมื่อนักเรียนขึ้น Year 13 จะต้องเข้าไปกรอกข้อมูลต่าง ๆ ในระบบ UCAS ได้แก่

  • ประวัติส่วนตัว
  • ประวัติการศึกษา ผลการเรียนต่าง ๆ
  • สาขาวิชาและมหาวิทยาลัยที่ต้องการ ซึ่งเลือกได้สูงสุด 5 ที่
  • Personal Statement ซึ่งใช้โน้มน้าวจูงใจมหาวิทยาลัยให้เชื่อว่าเรา born to be ในสิ่งที่เราจะเลือกจริง ๆ
  • Reference จากครูผู้สอนที่ใช้เป็นอีกหลักฐานเพื่อยืนยันตัวตนของเราว่าเราใช่ในสิ่งที่เราจะเลือกจริง ๆ

ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องทำให้เสร็จก่อน deadline ที่กำหนดไว้ ซึ่งมี deadline ใหญ่ ๆ อยู่ 2 จุดคือ

  • วันที่ 15 ตุลาคม ของ Year 13 หรือ Grade 12 (ก่อนปีที่จะเข้าเรียนมหาวิทยาลัย) เป็น deadline ของการสมัคร Oxford, Cambridge ในทุกสาขาวิชา และการสมัครสาขา Medicine (หมอ) Dentistry (หมอฟัน) Veterinary Sciences (สัตวแพทย์) ของทุกมหาวิทยาลัย
  • วันที่ 15 มกราคม ของ Year 13 หรือ Grade 12 (ปีเดียวกับที่จะเข้าเรียนมหาวิทยาลัย) เป็น deadline ของสาขาวิชาและมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ที่เหลือนอกเหนือจากข้างต้น

หลังจากที่ส่งข้อมูลทั้งหมดแล้ว แต่ละมหาวิทยาลัยอาจเรียกสัมภาษณ์หรือพิจารณาคะแนนสอบอื่น ๆ เพิ่มเติมเช่นพวก admissions tests ก่อนจะตัดสินใจว่าจะให้ offer หรือตอบรับนักเรียนหรือไม่ ซึ่งในกรณีทั่ว ๆ ไป ถ้ามหาวิทยาลัยเห็นว่าเราน่าสนใจ ก็จะให้ offer มาแบบมีเงื่อนไข (conditional offer) ว่าสุดท้ายนักเรียนต้องทำเกรด A-level หรือ IB ตอนจบได้เท่าไร จึงจะรับเข้าไปเรียนจริง ๆ แต่ถ้ามหาวิทยาลัยเห็นว่าเรายังไม่น่าสนใจพอ ก็จะทำการปฏิเสธการสมัครของเรา

เมื่อทุกที่ที่นักเรียนเลือกไปตอนแรก ตอบรับแบบมีเงื่อนไขหรือปฏิเสธมาแล้ว นักเรียนก็มีหน้าที่ที่จะต้องตอบกลับเช่นกันว่าจะเอาที่ไหนบ้าง (เลือกได้สูงสุด 2 ที่) ภายในเดือนพฤษภาคม หรือ เดือนมิถุนายน ขึ้นกับว่ามหาวิทยาลัยทั้งหมดตอบกลับมาเร็วหรือช้าแค่ไหน จากนั้นนักเรียนก็มีหน้าที่ไปสอบ A-level หรือ IB ให้ได้เกรดตามที่มหาวิทยาลัยตั้งเงื่อนไขเอาไว้ให้ใน offer ซึ่งถ้าทำได้ก็จะได้เข้าไปเรียน

หมายเหตุ : รายละเอียดปลีกย่อยเกี่ยวกับเรื่องนี้ เช่น แล้วถ้าทำเกรดไม่ได้จะทำอย่างไร หรือถ้าไม่มีที่ใดเลยตอบรับแบบมีเงื่อนไขตั้งแต่ต้นจะทำอย่างไร ไว้จะเล่าให้ได้อ่านกันในบทความถัด ๆ ไปนะครับ คอยติดตามนะครับ

จาก timeline คร่าว ๆ ดังกล่าว เมื่อกลับไปดูกรณีตัวอย่างที่นำมาเล่าไว้ข้างต้น จะเห็นว่านักเรียนทั้ง 2 คนนั้นเป็นกรณีที่มี deadline ในการสมัครอยู่ที่วันที่ 15 มกราคม แต่คนแรกเลือกที่จะสมัครล่วงหน้าก่อน deadline เป็นเวลาเกือบ 3 เดือน ในขณะที่คนที่สองนั้นเลือกที่จะสมัครก่อน deadline จริง ๆ แค่ไม่กี่วัน ซึ่งส่งผลให้โอกาสในชีวิตต่างกัน มหาวิทยาลัยก็ตอบมาในช่วงเวลาที่ห่างกันมาก ๆ และสุดท้ายก็ส่งผลกระทบต่อคนที่ล่าช้ากว่าเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ได้บอกเอาไว้ว่าสมัครยิ่งเร็วยิ่งดี

จากงาน UCAS International Teacher and Adviser Conference 2019 ที่ผ่านมา หลาย ๆ มหาวิทยาลัยที่เราได้คุยตอนไปร่วมงานได้แนะนำเอาไว้อย่างชัดเจนว่า การสมัครมหาวิทยาลัยผ่าน UCAS Application นั้นยิ่งทำเร็วยิ่งดี และยิ่งใกล้ deadline ยิ่งไม่ดี ไม่ว่าจะเป็น deadline แบบ 15 ตุลาคมหรือ 15 มกราคม

ตามนิสัยของคนทั่วไปที่ชอบทำอะไรใกล้ ๆ deadline คนจำนวนมาก ๆ จะแห่ submit UCAS Application ในช่วงนั้น ทำให้จำนวนใบสมัครที่เข้าไปยังแต่ละมหาวิทยาลัยมีเยอะมาก ๆ เยอะจนเขาไม่สามารถทยอยดูให้เสร็จได้อย่างรวดเร็วเหมือนช่วงก่อนหน้านั้น ทำให้ส่งผลเสียหลาย ๆ อย่างตามมาเช่น การตอบกลับที่ล่าช้า การมีตัวเปรียบเทียบมากเกินไป หรือ การดูผิดพลาดตกหล่น ซึ่งเรื่องนี้ต้องยอมรับ เพราะว่า admissions tutors ที่ทำหน้าที่คัดเลือกใบสมัครทั้งหลายก็เป็นคน ย่อมมีประสิทธิภาพการทำงานและการตัดสินใจที่ต่ำลงเมื่อเจอปริมาณงานที่มหาศาลในเวลาอันจำกัด

มหาวิทยาลัยทั้งหลายจึงแนะนำว่า ถ้าส่งข้อมูลมาก่อนได้ ก็คือรีบทำ UCAS Application ให้เสร็จก่อน deadline จะเป็นการดีมาก ๆ เพราะเขาจะมีเวลาดูของเราเต็มที่ การเปรียบเทียบน้อย การตอบกลับก็จะรวดเร็ว ทำให้เราวางแผนที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ต่อไปได้ง่ายขึ้น และ ไม่ต้องมีระยะเวลาที่ต้องนั่งกังวลใจที่ยาวนานเกินไปด้วย

หลาย ๆ มหาวิทยาลัยที่ไม่ใช่ Oxford และ Cambridge ยังบอกอีกว่า สำหรับนักเรียนที่ส่งข้อมูล UCAS Application มาก่อน 15 ตุลาคม มหาวิทยาลัยอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ Oxford หรือ Cambridge ที่ได้รับใบสมัครเหล่านี้ มักจะคิดไปในทำนองว่านักเรียนคนนี้ต้องสมัคร Oxford หรือ Cambridge ด้วยแน่ ๆ (ไม่ว่าจริง ๆ แล้วนักเรียนคนนั้นจะสมัคร Oxford หรือ Cambridge หรือไม่ก็ตาม เนื่องจากแต่ละที่จะมองไม่เห็นว่านักเรียนแต่ละคนสมัครที่อื่นที่ไหนบ้าง) เมื่อคิดไปในทำนองนั้นก็มักจะอยากได้ตัวนักเรียนคนนั้น เพราะน่าจะเป็นนักเรียนระดับท็อป มหาวิทยาลัยก็จะตอบกลับนักเรียนกลุ่มนี้เร็วเป็นพิเศษ เพื่อต้องการดึงตัวนักเรียนไว้ นี่ก็เป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่มหาวิทยาลัยนำมาเล่าให้ฟังครับว่า ถ้าเรามีความพร้อม ทำทุกอย่างไว้เนิ่น ๆ แล้ว เราสามารถ submit UCAS Application ให้เสร็จเลยตั้งแต่ก่อน 15 ตุลาคม ไม่ว่าจริง ๆ แล้วเราจะเลือก Oxford หรือ Cambridge หรือไม่ก็ตาม ก็จะเพิ่มโอกาสที่เราจะได้รับคำตอบรับจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ได้เร็วขึ้นกว่าเดิมอีกเป็นอย่างมาก

ควรเตรียมตัวล่วงหน้าอย่างช้าสุดคือวันที่จบ Year 11 หรือ Grade 10 กันเลยทีเดียว

หลาย ๆ คนยังเข้าใจผิดว่า การเริ่มทำทุกอย่างให้เร็วคือเริ่มตอนต้น Year 13 หรือ Grade 12 ถามว่าผิดอย่างไร ลองคิดดูแบบนี้นะครับ

  • Personal statement ที่ต้องเขียนเล่าเรื่องราวทั้งหมดของตัวเอง ทั้งการเรียน ทักษะ ประสบการณ์ต่าง ๆ การฝึกงาน ฯลฯ ด้วยจำนวนตัวอักษรแค่ 4,000 ตัวอักษรแล้วสามารถโน้มน้าวใจมหาวิทยาลัยได้ว่าเรา born to be ในสิ่งที่เราเลือกจริง ๆ สิ่งที่สำคัญขนาดนี้ สามารถเริ่มคิดเริ่มเขียนตอนต้น Year 13 หรือ Grade 12 แค่ไม่กี่เดือนก่อน submit UCAS Application ได้หรือไม่ ?
  • Reference 1 ฉบับจากครูที่โรงเรียน ที่ต้องรวบรวมเรื่องราวทั้งหมดทั้งด้านการเรียน พฤติกรรม ทักษะต่าง ๆ ประสบการณ์ต่าง ๆ ในทุกแง่มุม และไม่ใช่จากครูคนเดียวแต่จากครูทุกคนที่สอนเรา แถมยังต้องสอดคล้องกับ Personal Statement ที่เราเขียนด้วย ของแบบนี้สามารถเริ่มคุยกับครู เริ่มเตรียมตัวตอนต้น Year 13 หรือ Grade 12 แค่ไม่นานก่อน submit UCAS Application ได้จริง ๆ หรือ ?
  • Admissions Tests ซึ่งเป็นข้อสอบพิเศษเพื่อวัดความรู้และทักษะเฉพาะทาง ใช้กับบางสาขาวิชาและบางมหาวิทยาลัย ต้องใช้การฝึกฝนเป็นอย่างมาก เพราะไม่เหมือนกับเนื้อหาที่เรียนใน A-level และ IB แบบตรง ๆ ถามว่าเราสามารถฝึกฝนสิ่งเหล่านี้ด้วยเวลาเพียงไม่กี่เดือนก่อนถึงวันทำข้อสอบจริง ๆ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นตอนต้น Year 13 หรือ Grade 12 ได้หรือไม่ ?
  • Interview ของบางสาขาวิชาและบางมหาวิทยาลัย จะถามเจาะลึกในสิ่งที่นักเรียนสมัครเรียน ซึ่งต้องผ่านการเตรียมตัวค้นคว้าข้อมูลต่าง ๆ เป็นอย่างดี และฝึกทักษะการพูด การนำเสนอมาอย่างมากมาย ไม่ใช่แค่การซ้อมถามตอบง่าย ๆ ด้วยการหาตัวอย่างคำถามจาก internet คำถามก็คือ กระบวนการแบบนี้สามารถฝึกฝนได้ในเวลาเพียงไม่กี่เดือนก่อนถูกเรียก interview จริง ๆ ตอนช่วงต้น Year 13 หรือ Grade 12 ได้หรือไม่ ?

ถ้าพิจารณาดูดี ๆ จะพบว่าคำตอบคือเป็นไปไม่ได้เลยที่นักเรียนจะเริ่มเตรียมสิ่งเหล่านี้ตอนต้น Year 13 หรือ Grade 12 เอาจริง ๆ อย่างช้าที่สุดที่ควรจะเริ่มเตรียมก็คือ วันแรกที่สอบ IGCSE เสร็จ หรือปิดเทอมสุดท้ายของ Year 11 หรือ Grade 10 เลยทีเดียวครับ ถึงจะสามารถทำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้ทัน และเมื่อถึงช่วงที่ต้องส่งข้อมูลผ่าน UCAS จริง ๆ ก็จะมีทุกอย่างพร้อม ทำได้ไวกว่ากำหนด และได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยไวกว่าปกติ แล้วทุกอย่างก็จะราบรื่นครับ

สรุปแล้ว มหาวิทยาลัยที่อังกฤษ ยิ่งสมัครช้า ยิ่งเสียโอกาสแต่ไม่ใช่แค่นั้นครับ ยิ่งเตรียมตัวช้า ยิ่งเสียโอกาส เช่นกัน เพราะฉะนั้น รีบหาตัวเองให้เจอว่าอยากเรียนอะไร แล้วเตรียมตัวเนิ่น ๆ วางแผนเนิ่น ๆ เพื่อให้ตัวเองได้รับโอกาสที่ดีที่สุดในการได้ไปเรียนในสาขาวิชาที่ใช่ตัวเองที่สุดในมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดนะครับ

แบ่งปันเรื่องราวนี้ :
error10
Tweet 20
fb-share-icon20

About the author

ตอนเด็ก ๆ ชอบเรียนเลขมาก จนไม่อยากเรียนวิชาอื่นเลย แต่ระบบบ้านเรามันไม่ตอบโจทย์ เราไม่มีอิสระเสรีที่จะทำอะไรแบบนั้นได้ พอได้มาเป็นครู ได้มาเจอหลักสูตรอังกฤษ ที่เด็ก ๆ เลือกเรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบได้อย่างแท้จริง จึงอินมาก ๆ และอยากให้คุณพ่อคุณแม่ทุกคนได้สนับสนุนลูก ๆ ให้ได้เลือกทางเดินของตัวเอง อย่างมีแผน และ อย่างถูกต้อง

Leave a Reply