Assessment Tests : ประตูด่านแรกสู่การเข้าโรงเรียนชั้นนำที่อังกฤษ

CategoriesarticlesTagged , , , ,

เนื่องจากช่วงนี้มีเด็กๆหลายคนสนใจอยากจะไปเรียน Top school ที่ UK เป็นจำนวนมาก แต่การที่จะได้เข้าไปเรียนไม่ได้เข้ากันง่ายๆเลย จะต้องผ่านการทดสอบหลายด่าน และด่านแรกที่ทุกคนควรจะรู้จักกันไว้ เขาเรียกว่า Assessment tests จะมีอยู่ 3 test ที่ใช้กันแพร่หลายใน UK ก็คือ 

UKiset    (UK independent education system)

ISEB      (Independent Schools Examinations Board)  

CAT4     (The Cognitive Abilities Test fourth edition)

วันนี้จะมาอธิบายว่าข้อสอบแต่ละอันใช้ประเมินผู้สมัครด้านใดบ้างและทั้งสามอย่างนี้เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ถ้าเรารู้ก่อนว่าข้อสอบแต่ละอันประเมินอะไรบ้างจะได้เตรียมตัวได้อย่างถูกต้อง 

Assessment test เป็นเหมือนใบเบิกทาง ถ้าเราทำคะแนนออกมาได้ดี เราถึงจะได้ไปขั้นตอนถัดๆไป คือ ทำข้อสอบของโรงเรียนและสัมภาษณ์

มาเริ่มกันที่ข้อสอบ UKiset เป็นข้อสอบที่ใช้สอบเข้าโรงเรียนในระบบอังกฤษที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย เพื่อช่วยโรงเรียนประเมินผู้สมัครที่มีความเหมาะสมและหาโรงเรียนที่ใช่สำหรับพวกเขา ใช้ทดสอบในช่วงอายุ 9-18 ปี นอกจากนี้ UKiset เป็นการประเมินมาตรฐานที่สามารถใช้เพื่อระบุจุดแข็ง จุดอ่อน และความชอบในการเรียนรู้ของผู้สมัครได้ด้วย

UKiset ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงและวัดผลของผู้สมัครใน 4 ด้าน

  • Non-Verbal Reasoning ประเมินในเรื่องของการแก้ไขปัญหา โดยใช้แบบทดสอบที่ใช้รูปภาพ แผนภาพ และรูปแบบต่างๆ 
  • Verbal Reasoning ประเมินความสามารถในการเรียนรู้เกี่ยวกับคำและการใช้ภาษา
  • Mathematics วัดทักษะทางด้านการคิดคำนวณ หาค่า และการเรียงลำดับ 
  • English skills วัดทักษะทางด้านภาษา เช่น ไวยากรณ์ คำศัพท์ ความเข้าใจการอ่าน การฟัง และการเขียนอย่างสร้างสรรค์

ถัดมาก็คือ ISEB เป็นข้อสอบที่ใช้ entrance test ในโรงเรียนที่ประเทศอังกฤษสำหรับเด็กต่างประเทศ ซึ่งได้รับการยอมรับเป็นมาตราฐานใช้สำหรับประเมินเด็ก 11+ และ 13+ ซึ่งข้อสอบก็จะแตกต่างกันตามช่วงอายุ 

  • ข้อสอบ entrance สำหรับ 11+ วิชาหลักๆที่เด็กต้องสอบ คือ Math, English, Science สามารถสอบได้สองครั้งต่อปี คือช่วงเดือน November และ January
  • ข้อสอบ entrance สำหรับ 13+ มีการใช้อย่างแพร่หลายในโรงเรียน top prep school และ top senior school ใน UK ซึ่งสามารถสอบได้สามครั้งต่อปีคือช่วง November, January, May/June

วิชาที่น้องๆต้องใช้สอบก็มี 3 วิชาหลักคือ Maths, English, Science ที่เป็นวิชาพื้นฐานและสอบเพิ่มเติมในวิชา Humanity หรือ Languages เช่น Geography, French, German, Classical, Greek, Latin, Spanish เป็นต้น

นอกจากนี้ ISEB ยังใช้เป็นข้อสอบ pre-test ในโรงเรียนที่อังกฤษ สำหรับเด็กที่อยู่ Y.6-Y.7 เพื่อเป็นการวัดความสามารถและการบรรลุผลตามมาตรฐานอายุ และยังใช้เป็นข้อสอบ entrance test อีกด้วย

ข้อสอบ pre-test เป็นแบบ multiple choices ที่มีองค์ประกอบ 4 ด้าน ใช้เวลาสอบประมาณ 2.30 ชั่วโมง ซึ่งได้ระบุเวลาในการทำแต่ละพาร์ทอย่างชัดเจน

  • Verbal reasoning (36 นาที) คำถามจะถามเรื่อง คำศัพท์ทั่วไป คำตรงข้าม คำผสม รหัสตัวเลขต่างๆ เป็นต้น
  • Non-verbal reasoning (32 นาที) คำถามจะเป็นการถาม เปรียบเทียบรูปร่าง รูปทรง ประเภท และความสัมพันธ์ของรูปภาพ 
  • English (25 นาที) ถามถึงความเข้าใจในการอ่าน การสะกดคำและการใช้เครื่องหมายวรรคตอน
  • Mathematics (50 นาที) เนื้อหาที่เอามาออกข้อสอบจะอยู่ใน National Curriculum หัวข้อที่สอนจบในระดับ Y.5 

สำหรับข้อสอบตัวสุดท้าย คือ CAT4 เป็นแบบทดสอบความรู้ ความเข้าใจความสามารถของนักเรียน ซึ่งนำไปใช้ทดสอบกับเด็กตั้งแต่อายุ 6-17 ปี ซึ่งตัวข้อสอบจะบอกถึงจุดอ่อน จุดแข็งของผู้สมัครแต่ละคนได้ 

CAT4 ก็ได้แบ่งเป็นทั้งหมด 4 พาร์ทเช่นเดียวกัน เขาจะมีการกำหนดเวลาในแต่ละคำถามประมาณ 8-10 นาที ดังนั้น CAT4 จะเน้นความเร็วในการทำข้อสอบด้วย

  • Verbal Reasoning ความสามารถในการแสดงความคิดและเหตุผลผ่านคำศัพท์ เป็นสิ่งสำคัญสำหรับวิชาที่มีเนื้อหาการใช้คำศัพท์ที่สูงขึ้น
  • Quantitative Reasoning ความสามารถในการใชัทักษะเชิงตัวเลขในการแก้ไขปัญหา และนำไปปรับใช้ในเรื่องอื่นๆ
  • Non-Verbal Reasoning ทักษะการแก้ไขปัญหาโดยใช้รูปภาพและแผนภาพ เป็นทักษะที่สำคัญในวิชาต่างๆของโรงเรียน รวมถึงวิชาเลขและวิทยาศาสตร์
  • Spatial Ability ความสามารถในการคิดและสรุปในสามมิติ ซึ่งเป็นทักษะที่ต้องการใน STEM subjects

ทั้งสาม Assessment tests นั่นมีความเหมือนกันทั้งจุดประสงค์ในการประเมิน การแบ่ง Part ทดสอบ และหัวข้อที่ใช้ประเมิน จะเห็นว่าโรงเรียนที่อังกฤษให้ความสำคัญกับเรื่องของทักษะเป็นสำคัญ เพราะทั้ง 4 ด้านนี้ ก็การประเมินทักษะการแก้ไขปัญหา ทักษะการคิดคำนวณ ทักษะการใช้ภาษา และทักษะการคิดวิเคราะห์ สิ่งเหล่านี้เป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่ใช้คัดเลือกเด็กที่เหมาะสมที่จะเข้าไปเรียนในระบบอังกฤษนั่นเอง

ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยแต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะทำไม่ได้ ถ้าเราได้เตรียมตัวล่วงหน้าก่อนที่สมัครก็จะเพิ่มโอกาสในการเข้าโรงเรียนดีๆที่อังกฤษได้ 

About the author

ปกติเป็นคนไม่ชอบเขียนเพราะเขียนอะไรยาวๆไม่ค่อยเก่ง ชอบพูดคุยสื่อสารมากกว่าจึงทำPodcast แต่ก่อนอัดPodcastเราก็จะเขียนสคริปตลอด เริ่มเขียนได้ดีขึ้นก็ลองมาเขียนบทความดูบ้าง

Leave a Reply