ทำไมต้อง Study in Japan? เชื่อว่าหลายคนที่มีความชื่นชอบในภาษาและวัฒนธรรมญี่ปุ่น ไม่ว่าจะผ่านการฟังเพลง การอ่านมังงะ หรือดูโดราม่าก็ตาม มีความใฝ่ฝันว่าสักครั้งในชีวิตอยากไปเรียนที่ญี่ปุ่น ทำให้ในทุก ๆ ปี ประเทศญี่ปุ่นจะเป็นจุดหมายปลายทางแรก ๆ ในเอเชียที่คนไทยอยากไปเรียนภาษาระยะสั้นที่ประเทศญี่ปุ่น หรืออยากไปศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น ถึงแม้ว่าประเทศญี่ปุ่นจะอยู่ในทวีปเอเชียก็ตาม แต่วัฒนธรรมนั้นก็มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนและมีความแตกต่างจากประเทศไทยอย่างมาก เพื่อให้คนที่สนใจจะไปร่ำเรียนที่ประเทศญี่ปุ่นได้รู้ประเทศญี่ปุ่นอย่างลึกก่อนตัดสินใจไป ทาง APSthai เลยโครงการ Study in Japan ที่จะช่วยให้คำแนะนำเรื่องการศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น (Study in Japan) ให้กับบุคคลที่มีความสนใจ โดยจะเขียนบทความเพื่อให้ความรู้กับผู้ที่สนใจทั้งในด้านวัฒนธรรมญี่ปุ่น และการศึกษาญี่ปุ่นต่อไป
บางคนอาจสงสัยก็ได้ว่าครูโรงเรียนในญี่ปุ่นนั้นได้เรียนอะไรมาบ้าง กว่าจะเริ่มสอนในห้องเรียน จำเป็นต้องผ่านอะไรมาบ้าง ในบทความนี้เราจะมาดูว่าครูที่เราจะได้เรียนด้วยกันที่ญี่ปุ่นนั้น โดยเฉพาะครูในระดับมัธยมศึกษา ได้มาสอนเป็นครูอย่างไร
เงื่อนไขครูญี่ปุ่น=บัตรครู+ปริญญาตรี
เงื่อนไขอันแรกของครูญี่ปุ่นก็คือการที่จบสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี แม้ว่าจะทำงานเป็นประจำหรือไม่ประจำก็ตาม อันนี้สะท้อนแนวคิดที่ว่าครูจะต้องเป็นประตูเปิดทางเข้าวงวิชาการสำหรับนักเรียน นอกจากงานสอนในห้องเรียน ครูมีหน้าที่ในการทำงานวิจัยของตัวเอง ผมก็เคยเห็นวารสารรวมงานวิจัยของครูในห้องสมุดของโรงเรียนมัธยมศึกษา เพราะฉะนั้นครูญี่ปุ่นต้องจบสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีก่อน
เงื่อนไขอันที่สองก็คือใบอนุญาตครูบัตรครู ปกติเราเรียกว่า kyoin menkyo (教員免許) คนที่อยากจะเป็นครูมี 2 ช่องทางเป็นหลัก
- เข้าคณะครุศาสตร์เพื่อฝึกอบรมครูในมหาวิทยาลัย
ในแต่ละจังหวัดมีมหาวิทยาลัยภาครัฐที่มีครุศาสตร์อย่างน้อย 1 แห่ง คณะครุศาสตร์แบบนั้นเคยเป็นโรงเรียนเพื่อฝึกอบรมครูก่อนสงความโลกครั้งที่สอง หลักสูตรของเขาเรียกว่า kyoin yosei katei (教員養成課程) ปัจจุบันนี้กลายเป็นมหาวิทยาลัยแล้ว แต่ยังมีน่าที่จะอมรบครูที่จะสอนที่โรงเรียนในแต่ละจังหวัด
ขอยกตัวอย่างของกรุงโตเกียว กรุงโตเกียวมี Tokyo Gakugei Daigaku (東京学芸大学) หรือ Gakugei ซึ่งมีน่าที่ฝึกอบรมครูที่จะสอนในโรงเรียนภาครัฐในครูโตเกียว ในคณะครุศาสตร์ของ Gakugei นั้น มีสาขาการอมรมครูในทุกระดับ

ต้องบอกก่อนว่าคณะครุศาสตร์ในญี่ปุ่นนั้น ไม่ใช่ว่าทุกที่เป็นคณะเพื่อฝึกอบรมครู คณะครุศาสตร์ในมหาวิทยาลัยญี่ปุ่นบางแห่งเน้นการทำงานวิจัยเกี่ยวกับระบบการศึกษามากกว่าการฝึกอบรมครู
คณะครุศาสตร์และสถาบันครุศาสตร์ในมหาวิทยาลัยโตเกียวเป็นตัวอย่างที่ดี ถึงแม้ว่าสถาบันครุศาสตร์ของ ม.โตเกียวเป็นศูนย์กลางของศึกษาศาสตร์แห่งหนึ่งในญี่ปุ่น แต่ผู้จบสำเร็จการศึกษาที่นี่ทำงานเป็นครูจำนวนน้อย ส่วนใหญ่จะไม่ได้บัตรครูอีกด้วย
- เข้าคณะในมหาวิทยาลัยที่มีหลักสูตรการฝึกอบรมครู
นอกจากเข้าคณะครุศาสตร์ ยังมีช่องทางหลักอีกทางหนึ่ง ก็คือเข้าคณะอื่นที่มีหลักสูตรการฝึกอบรมครูในมหาวิทยาลัย คณะในมหาวิทยาลัยส่วนหนึ่งมีหลักสูตรการฝึกอบรมครูของวิชาที่เกี่ยวข้องกับคณะนั้น เรียกว่า kyoshoku katei (教職課程) อย่างเช่น ในคณะเศรษฐศาสตร์ คณะสังคมศาตร์ คณะนิติศาสตร์บางแห่งจะมีหลักสูตรการฝึกอบรมครูของวิชาสังคมศึกษา นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์จะได้บัตรครูวิชาวิทยาศาสตร์หรือคณิตศาสตร์ ในอักษรศาสตร์จะได้บัตรครูวิชาภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ
นักศึกษาที่เรียนในระบบนี้จะเรียนและได้หน่วยกิตของหลักสูตรการฝึกอบรมครูที่รัฐบาลกำหนด พร้อมกับว่าเรียนวิชาการของคณะตัวเอง ผู้เขียนก็เหมือนกัน ผมเอกภาษาไทยและไทยศึกษาในคณะที่เน้นมนุษยศาสตร์ในญี่ปุ่น พร้อมกับนั้นได้เรียนในหลักสูตรการฝึกอบรมครูของวิชาภาษาอังกฤษ ครูสอนภาษาญี่ปุ่นที่ผมทำงานด้วยกันบ่อยนั้น จบสำเร็จคณะสาขาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเคโอ (Keio University) เขาก็เรียนในหลักสูตรนี้พร้อมกับว่าเรียนความรู้เชี่ยวชาญในด้านประวัติศาสตร์
หางานครูในโรงเรียนญี่ปุ่น
เมื่อได้บัตรครูแล้ว คนที่อยากจะเป็นครูจะหางานในโรงเรียน วิธีหางานเป็นครูขึ้นอยู่กับว่าทำงานในโรงเรียนภาครัฐหรือภาคเอกชน สำหรับคนที่อยากจะเป็นครูในภาครัฐ แต่ละจังหวัดจัดการสอบปีละครั้ง เรียกว่า kyoin saiyo shiken (教員採用試験) ทุกคนมองว่าการสอบนี้ยากกว่าได้บัตรครูในมหาวิทยาลัย เนื้อหาการสอบนั้นแล้วแต่จังหวัด ปกติมันรวมถึงการสอบเป็นเขียน ชั้นเรียนจำลอง การสัมภาษณ์ ฯลฯ ผู้ผ่านสอบจะถูกสั่งไปสอนในโรงเรียนในแต่ละจังหวัด สำหรับคนที่อยากจะเป็นครูในภาคเอกชน ก็หาโรงเรียนที่รับสมัครครูใหม่ แต่แต่ละโรงเรียนจะจัดการสอบ
สรุป: ครูเป็นช่องทางอนาคตสำหรับนักเรียน
ครั้งนี้ผมได้แนะนำวิธีเป็นครูในโรงเรียนญี่ปุ่นอย่างคร่าว ๆ สรุปได้ว่าครูญี่ปุ่นมีหน้าที่จะเปิดโลกของวิชาการให้กับนักเรียน เพราะฉะนั้นต้องมีปริญญาตรี นอกจากการเข้าคณะครุศาสตร์เพื่อฝึกอบรมครู ยังมีช่องทางในคณะอื่น ๆ ด้วย จะได้เป็นครูที่มีทักษะฝีมือทั้งในด้านการสอนและในด้านการทำงานวิจัย
ในสุดท้ายผมขอชี้ปัญหาเกี่ยวกับครูญี่ปุ่นด้วย ในช่วงนี้จำนวนนักศึกษาที่อยากจะเป็นครูน้อยลงทุก ๆ ปี ทำให้คุณภาพครูก็ลงไปเรื่อย ๆ ในกระแสที่ปรับคุณภาพการศึกษาให้ดีขึ้น งานภาระของครูในโรงเรียนก็เพิ่มขี้น อาจกล่าวได้ว่าครูส่วนใหญ่ไม่มีความว่างพอสมควรที่จะเตรียมการสอนหรือทำงานวิจัยของตัวเอง
ในเวลาเลือกโรงเรียนที่คุณไป ลองสังเกตดูด้วยว่าโรงเรียนนั้นมีครูแบบไหนบ้างและทำงานวิจัยของตัวเองอะไรบ้าง เป็นเคล็ดลับในการเลือกโรงเรียนที่ใกล้เคียงกับอุดมการณ์ของคุณ!
