คุณเคยหยิบหนังสือญี่ปุ่นใน Kinokuniya Books มาบ้างหรือไม่ หากคุณคุ้นเคยกับหนังสือญี่ปุ่นอย่างมาก อาจรู้เลยว่าญี่ปุ่นมีหนังสือหน้าปกอ่อน 2 ประเภท เราเรียกว่า บุงโกะ (文庫) กับ ชินโชะ (新書)
ในบทความนี้ เราขอนำเสนอหนังสือหน้าปกอ่อน 2 ประเภทในญี่ปุ่นและเข้ามาดูบทบาทของหนังสือเหล่านั้นในการขยายแวดวงความรู้เชิงวิชาการในประชากรในญี่ปุ่น
บุงโกะ (文庫) คืออะไร?
บุงโกะ (文庫) กับ ชินโชะ (新書) คือขนาดของหนังสือปกอ่อนของญี่ปุ่น
บุงโกะใช้กระดาษกว้าง 105 มม. และสูง 148 มม. ส่วนชินโชะใช้กระดาษกว้าง 105 มม. และสูง 173 มม. นอกจากขนาดของหนังสือแต่ละเล่ม บุงโกะกับชินโชะมีบทบาทที่แตกต่างกัน

พูดถึงหนังสือหน้าปกอ่อนหรือ paperback แล้ว มีเพียงบุงโกะเท่านั้นที่เป็นคำแปลของ paperback ซึ่งมีหนังสือฉบับหน้าปกแข็งก่อนหรือ hardback ที่ถูกพิมพ์ออกไว้แล้ว เพราะฉะนั้น บุงโกะก็จะมีหนังสือหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นนวนิยาย หนังสือรวมเรื่องสั้น บทกวีหรือหนังสือวิชาการก็ตาม
ปกติสำนักพิมพ์จะพิมพ์ฉบับหน้าปกแข็งออกก่อน เรียกว่า ทันโกบน (単行本) หลังจากที่ขายฉบับทันโกบนแล้ว เขาค่อยพิมพ์ฉบับบุงโกะ ส่วนใหญ่ใช้เนื้อหาเดียวกัน แต่บางทีผู้เขียนได้ปรับเนื้อหาและให้นักประพันธ์อื่นเขียนคำนำหรือคำอธิบายใหม่ ราคาก็ไม่เหมือนกัน ฉบับบุงโกะมักถูกกว่าฉบับทันโกบน
ถ้าอย่างนั้น คุณอาจสงสัยว่าจะซื้อฉบับไหนดีกว่ากัน? มันขึ้นอยู่กับรสนิยมของแต่ละคน ผมชอบซื้อฉบับบุงโกะมากกว่า เพราะประหยัดเงิน ลดน้ำหนักได้ และบางทีนักเขียนเพิ่มข้อมูลใหม่จากฉบับทันโกบน แต่ฉบับทันโกบนอาจสวยมากกว่าก็ได้

ชินโชะ (新書) คืออะไร?
ในขณะเดียวกัน ชินโชะเป็นประเภทหนังสืออีกประเภทหนึ่ง ซึ่งเป็นประเภทที่ไม่เห็นในประเทศอื่นเลย ชินโชะเป็นหนังสือวิชาการสำหรับชาวบ้านหรือผู้คนที่ไม่ใช่ผู้เชียวชาญในด้านวิชาการ
สำนักพิมพ์ชูโอโครน (中央公論新社) จัดทำ ชินโชะ-ไตโช (新書大賞) หรือรางวัลชินโชะประจำปี ขอแนะนำชื่อหนังสือชินโชะที่ได้รับรางวัล 2023 เพื่อได้รู้ว่าชินโชะมีเรื่องแบบไหนบ้าง
- ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับปรัชญาสมัยใหม่ โดย มาซายะ ชิบะ
- ผู้ชมภาพยนตร์แบบกรอไปข้างหน้า -กระแสปัจจุบันของการชมภาพยนตร์แบบเร็ว การสปอยล์ และการบริโภคสื่อ โดย โทโยชิ อินาดะ
- ต้นกำเนิดของมนุษยชาติ -“การเดินทางอันยิ่งใหญ่” ของ Homo sapiens บอกเล่าโดย DNA โบราณ- โดย เคนอิจิ ชิโนดะ
ปกติชินโชะถูกเขียนด้วยภาษาเรียบง่ายกว่าหนังสือวิชาการอันแท้จริง คนทั่วไปจะได้เข้าถึงความรู้ความเห็นอย่างสะดวก
เพราะฉะนั้น สมมติว่าคุณสนใจประเด็นใดประเด็นหนึ่งในวิชาการ เช่น เศรษฐศาสตร์ คณิตศาสตร์ วัฒนธรรมญี่ปุ่น หรือ อะไรก็ได้ คุณหยิบหนังสือชินโชะมาอ่านแล้ว จะได้รู้ภาพจำของประเด็นหรือความรู้ทั่วไปในประเด็นนั้นได้
ขอนำเสนอประสบการณ์ส่วนตัว ในช่วงที่เพิ่งเริ่มเรียนไทยศึกษาที่มหาวิทยาลัย ผมได้ซื้อหนังสือชินโชะทั้ง 3 เล่มมาอ่าน ซึ่งพูดถึงประวัติศาสตร์ของการเมืองและเศรษฐกิจไทย ผมได้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสังคมไทยด้วยหนังสือชินโชะเหล่านี้ตอนอยู่ปี 1 ย้อนกลับแล้ว ประสบการณ์นี้ช่วยผมในตอนอ่านหนังสือวิชาการเป็นภาษาไทยในตอนอยู่ปี 3 และ ปี 4 อย่างมาก

อดีต ปัจจุบันและอนาคตของ บุงโกะ กับ ชินโชะ
ชาวญี่ปุ่นได้เริ่มอ่านหนังสือบุงโกะกับชินโชะเมื่อไร?
นักวิชาการบางคนมองว่าสำนักพิมพ์อิวานามิ (岩波書店) เป็นจุดแรกที่ได้ขยายกระแสการพิมพ์หนังสือบุงโกะ สำนักพิมพ์อิวานามิได้เริ่มพิมพ์หนังสือฉบับบุงโกะ เรียกว่า อิวานามิบุงโกะ (岩波文庫) ในค.ศ. 1927 โดยเลียนแบบชุดหนังสือของสำนักพิมพ์ Reclam Verlag ในประเทศเยอรมนี
หนังสือฉบับบุงโกะในสมัยนั้น ส่วนใหญ่เป็นหนังสือแปลของ Classics ไม่ว่าจะเป็นหนังสืองิชาการหรือวรรณกรรมก็ตาม สำนักพิมพ์ขายหนังสือแปลในรูปแบบบุงโกะและช่วยให้ชาวญี่ปุ่นเข้าถึงความรู้ทันสมัยจากยุโรปอเมริกา
ต่อมาสำนักพิมพ์หลายแห่งเริ่มพิมพ์หนังสือฉบับบุงโกะ นอกจากสำนักพิมพ์อิวานามิ นักศึกษาญี่ปุ่นมักจะอ่านบุงโกะจากสำนักพิมพ์โคดันชะ (講談社) สำนักพิมพ์ชิกุมะ (筑摩) ฯลฯ สำนักพิมพ์ชิกุมะมีกลุ่มบุงโกะสำหรับหนังสือวิชาการเฉพาะทาง เรียกว่า ชิกุมะ กากูเก บุงโกะ (ちくま学芸文庫) ซึ่งอาจบอกได้ว่าไม่มีนักศึกษาญี่ปุ่นคนไหนที่ไม่เคยหยิบมาอ่าน
ส่วนชินโชะก็เริ่มต้นด้วยสำนักพิมพ์อิวานามิ (岩波書店) สำนักพิมพ์อิวานามิพิมพ์หนังสือชินโชะครั้งแรกในค.ศ. 1938 เรียกว่า อิวานามิชินโชะ (岩波新書) โดยเลียนแบบขนาดของ Pelican Books ในประเทศอังกฤษ แต่เนื้อหาไม่เหมือนกัน ปกติชินโชะถูกเขียนในเนื้อหาวิชาการหรือแนวคิดเฉพาะทาง โดยผู้เชียวชาญในด้านนั้น ซึ่งสะท้อนสภาพสังคมในสมัยนั้น เพราะฉะนั้น ชินโชะมีบทบาทในการเข้าถึงความรู้เฉพาะทางสำหรับชาวบ้านให้ง่ายขึ้น
ปัจจุบันนี้ก็มีกลุ่มชินโชะที่น่าเชื่อถือออกมาจากสำนักพิมพ์หลายแห่ง อย่างเช่น สำนักงานชิกุมะ (筑摩) สำนักพิมพ์ชูโอโครน (中央公論新社) ฯลฯ
แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่ามีกระแสที่ว่าชินโชะกลายเป็น “นิตยสาร” ด้วย เนื้อหาชินโชะได้สะท้อนสภาพสังคมในแต่ละสมัยก็จริง แต่ปัจจุบันนี้ชินโชะบางเล่มมักจะสื่อแค่ข่าวหลักในช่วงเวลานั้น โดยไร้การวิเคราะห์วิจารณ์อย่างลึกซึ้ง เพราะฉะนั้น ในเวลาเลือกอ่านหนังสือชินโชะ จำเป็นต้องระวังนิดหน่อย
สรุป
ในบทความนี้ เราแนะนำ “บุงโกะ” กับ “ชินโชะ” เป็นรูปแบบหนังสือในญี่ปุ่น ซึ่งทำประโยชน์ในการเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชนญี่ปุ่นให้ทั่วถึงมาตลอด อาจเรียกได้แล้วว่ามันเป็น “วัฒนธรรม” ญี่ปุ่น
หากคุณอยากจะเรียนหนังสือในสิ่งแวดล้อมที่มีทรัพยากรความรู้มากมาย ติดต่อเราได้เลยครับ
ทำไมต้อง Study in Japan? เชื่อว่าหลายคนที่มีความชื่นชอบในภาษาและวัฒนธรรมญี่ปุ่น ไม่ว่าจะผ่านการฟังเพลง การอ่านมังงะ หรือดูโดราม่าก็ตาม มีความใฝ่ฝันว่าสักครั้งในชีวิตอยากไปเรียนที่ญี่ปุ่น ทำให้ในทุก ๆ ปี ประเทศญี่ปุ่นจะเป็นจุดหมายปลายทางแรก ๆ ในเอเชียที่คนไทยอยากไปเรียนภาษาระยะสั้นที่ประเทศญี่ปุ่น หรืออยากไปศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น ถึงแม้ว่าประเทศญี่ปุ่นจะอยู่ในทวีปเอเชียก็ตาม แต่วัฒนธรรมนั้นก็มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนและมีความแตกต่างจากประเทศไทยอย่างมาก เพื่อให้คนที่สนใจจะไปร่ำเรียนที่ประเทศญี่ปุ่นได้รู้ประเทศญี่ปุ่นอย่างลึกก่อนตัดสินใจไป ทาง APSthai เลยโครงการ Study in Japan ที่จะช่วยให้คำแนะนำเรื่องการศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น (Study in Japan) ให้กับบุคคลที่มีความสนใจ โดยจะเขียนบทความเพื่อให้ความรู้กับผู้ที่สนใจทั้งในด้านวัฒนธรรมญี่ปุ่น และการศึกษาญี่ปุ่นต่อไป
