สำหรับน้องหลาย ๆ คนที่มีความฝันอยากเรียนทางด้านแพทย์หรือทันตแพทย์ในต่างประเทศ โดยที่ประเทศอังกฤษนั่น นอกจากการยื่นผลการเรียนทางด้าน Academic และในส่วนของ Personal Statement ที่โชว์ความเป็น Born to be ของตัวเองแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ น้องจะต้องเตรียมตัวเพิ่มเติมนั่นก็คือ การสอบ  Admission test ที่จำเป็นต้องสอบ เพื่อที่จะได้แสดงทักษะที่จำเป็นต่อการเข้าศึกษาต่อคอร์สที่เราสมัคร ดังนั้นมาไขข้อสงสัยเกี่ยวกับ  Admission test อย่าง UCAT ไปกับบทความนี้กันได้เลยนะคะ

UCAT คืออะไร ? 

UCAT หรือ University Clinical Aptitude Test เป็นข้อสอบวัดความถนัดทางคลินิกที่ใช้คัดเลือกน้อง ๆ ที่สมัครเข้าคณะแพทยศาสตร์และทันตแพทยศาสตร์ใน UK Universities ข้อสอบนี้ไม่ได้เน้นความรู้ทางวิชาการโดยตรง แต่จะวัดทักษะในการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการตัดสินใจ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญของบุคลากรทางการแพทย์ 

UCAT สอบอะไรบ้าง ?

ข้อสอบ UCAT ถูกแบ่งเป็น 4 ส่วนหลัก ๆ โดยแต่ละส่วนจะมีการวัดความรู้และความสามารถที่แตกต่างกันออกไป ลักษณะของข้อสอบเป็นแบบ Multiple – Choice ที่จะต้องทำผ่าน Computer – based test กำหนดเวลาในการทำข้อสอบไม่เกิน 2 ชั่วโมง โดยเนื้อหาการสอบจะเป็นดังนี้

  1. Verbal Reasoning : เป็นการประเมินความสามารถในการทำความเข้าใจ, วิเคราะห์ข้อความและการให้เหตุผล ตัวอย่างข้อสอบจะเป็นแนวการวิเคราะห์และประเมินข้อมูลจากข้อความที่กำหนด โดยในพาร์ทนี้จะมีข้อสอบ 44 ข้อ และเวลาในการทำอยู่ที่ 22 นาที คะแนนในส่วนนี้จะอยู่ระหว่าง 300 – 900 คะแนน
  1. Decision Making : เป็นการประเมินความสามารถในการตัดสินใจและให้เหตุผลอย่างถูกต้องโดยใช้ข้อมูลที่ซับซ้อน รวมถึงการประเมินทักษะการแก้ปัญหาและการคิดอย่างมีวิจารณญาณ โดยพาร์ทนี้จะมีข้อสอบ 35 ข้อ และเวลาในการทำอยู่ที่ 37 นาที คะแนนในส่วนนี้จะอยู่ระหว่าง 300 – 900 คะแนน
  1. Quantitative Reasoning : เป็นการประเมินความสามารถในการวิเคราะห์, การตีความและคำนวณข้อมูลในเชิงตัวเลข โดยพาร์ทนี้จะมีข้อสอบ 36 ข้อ และเวลาในการทำ 26 นาที คะแนนในส่วนนี้จะอยู่ระหว่าง 300 – 900 คะแนน

4. Situational Judgement : เป็นการวัดความสามารถในการเข้าใจสถานการณ์ในโลกแห่งความเป็นจริง และสามารถระบุปัจจัยสำคัญรวมถึงพฤติกรรมที่เหมาะสมในการจัดการกับสถานการณ์นั้น หรือ การตัดสินใจที่เหมาะสมเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ทางจริยธรรมหรือทางวิชาชีพต่างๆ โดยพาร์ทนี้จะมีข้อสอบ 69 ข้อ และเวลาในการทำ 26 นาที การให้คะแนนให้พาร์ทนี้จะไม่ใช่การคะแนนเหมือนกับพาร์ทอื่นๆ แต่จะให้เป็น Bands ตั้งแต่ 1 – 4 โดย Band 1 คือ สูงที่สุด และ Band 4 คือ ต่ำที่สุด 

Universities ที่ต้องใช้คะแนน UCAT ในการยื่น

** ผู้สมัครควรตรวจสอบ Entry requirement ของแต่ละหลักสูตรกับ University ก่อนทำการสมัครสอบ UCAT หรือสามารถเช็ค Entry requirement ได้ที่ Website ของ University หรือถ้าใครต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถติดต่อพูดคุยกับทางทีมงาน APSthai ของเราได้เลยนะคะ

เตรียมตัวให้พร้อม สำหรับการสอบ UCAT 

การสอบ UCAT จะเปิดรับสมัครในช่วงเดือน May จากนั้นจึงจะสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมการการสอบได้ในเดือน June และจัดสอบระหว่างเดือน July ไปจนถึง เดือน September ซึ่งสามารถเลือก วัน – เวลาการสอบได้เอง หลังจากสอบเสร็จแล้วคะแนนสอบจะส่งไปทางมหาวิทยาลัยที่เรายื่นไว้ ในเดือน November ของปีที่สอบ ทั้งนี้ คะแนน UCAT จะสามารถเก็บได้ปีต่อปีเท่านั้น หากต้องการยื่นคะแนนสอบในปีถัดไปจะต้องลงทะเบียนสอบใหม่ทุกครั้ง  แต่สิ่งสำคัญคือน้องๆ จะต้องยื่นสมัครภายในเวลาที่กำหนด เนื่องจากสิทธิ์สำหรับการเข้าแพทย์มีจำนวนจำกัด โดยการ Apply สาขาแพทย์จะต้องยื่นภายในวันที่ 15 ตุลาคม ของทุกปี 

จะเห็นได้ว่า การสอบ UCAT ไม่ได้เป็นการวัดความรู้เชิงวิชาชีพ แต่เป็นการวัด Skills และความสามารถที่จำเป็นต่อการเรียนแพทย์ ดังนั้นหากน้องๆที่มั่นใจแล้วว่า อยากมาเรียนในสายนี้ ควรที่จะวางแผนการเตรียมตัวล่วงหน้าให้ดี การวางแผนจะช่วยให้น้องได้ฝึกฝนตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการทำความรู้จักกับข้อสอบ UCAT ก่อนวันสอบจริง จะช่วยให้น้องลดความตื่นเต้นต่อตัวข้อสอบได้มากยิ่งขึ้น โดยอาจจะเริ่มจากการฝึกทำข้อสอบ จนเกิดความคุ้นชิน, เข้าใจเทคนิคการตอบข้อสอบแต่ละพาร์ทเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจของเราในการสอบนั่นเอง สิ่งสุดท้ายขอให้น้องรู้จักการประเมินตนเองอยู่เสมอ วิเคราะห์จุดแข็ง – จุดอ่อน ของตนเอง และพัฒนาตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเองค่ะ