กำลังจะเดือนเมษายนแล้ว เชื่อว่าเด็ก ๆ เกือบทุกคนน่าจะได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยครบทั้ง 5 ที่แล้ว ก็ได้เวลาที่จะต้องเลือกแล้วว่า Firm Choice กับ Insurance Choice ของเรานั้นจะเป็นที่ไหนดี ในบทความนี้เราจะมาดูหลักการเลือก Firm Choice กับ Insurance Choice กัน

Firm Choice กับ Insurance Choice คืออะไร

ทั้ง 5 Choices ที่เราเลือกไปใน UCAS นั้น ตอนที่เลือกจะยังไม่มีการจัดอันดับว่าที่หนึ่งถึงที่สุดท้ายคือที่ไหน ทุกที่จะมีน้ำหนักและความสำคัญเท่ากัน ซึ่งเมื่อแต่ละที่ทยอยตอบมาจนครบ ไม่ว่าจะให้ Offer เราหรือปฏิเสธเราก็ตาม สุดท้ายเราจะเลือกไว้ในมือเราได้สูงสุดไม่เกิน 2 ที่ ได้แก่ Firm Choice และ Insurance Choice

  • Firm Choice คือที่ที่เราตัดสินใจว่าจะไป เป็นที่ที่เราอยากได้ที่สุด
  • Insurance Choice คือที่ที่เป็น Backup ในกรณีที่เราพลาดจาก Firm Choice

ในวันที่เกรด A-level หรือ IB ออกนั้น เกรดที่เราได้จะถูกเอาไปตรวจสอบกับเงื่อนไขใน Offer ของ Firm Choice ของเรา ว่าเราทำเกรดได้ตามเงื่อนหรือไม่ ถ้าทำได้ เราก็จะได้ Firm Choice ไป ถ้าทำไม่ได้เกรดของเราจะถูกนำไปตรวจสอบกับเงื่อนไขใน Offer ของ Insurance Choice ของเราต่อ ถ้าเราทำได้ตรงตามเงื่อนไข เราก็จะได้ Insurance Choice แทน

ทั้งนี้ยังมีหลาย ๆ กรณีที่เกิดขึ้นได้ เช่น เกรดที่ได้พลาดจาก Condition ของ Firm Choice แต่ก็ยังได้ Firm Choice เพราะเขายืดหยุ่นให้ หรือเกรดเราพลาดทั้ง Firm Choice และ Insurance Choice แล้วเราต้องเข้าสู่ระบบ Clearing เพื่อหามหาวิทยาลัยอื่น ๆ ที่ยังมีที่เหลือและรับได้กับเกรดที่เราได้มา อย่างไรก็ดี สิ่งเหล่านี้จะต้องไปลุ้นเอาวันเกรดออก ว่าสถานการณ์ของเรานั้นจะเป็นอย่างไร

แต่โดยสรุปก็คือ Firm Choice จะเป็นที่แรกที่จะถูกพิจารณาก่อน ถ้าไม่ได้ถึงค่อยไปพิจารณา Insurance Choice

จะเลือก Firm Choice กับ Insurance Choice อย่างไรดี

หลาย ๆ คนบอกว่า เพื่อป้องกันความผิดพลาด ให้เลือกโดยเรียงลำดับเกรดที่ต้องได้จากมากไปน้อย เช่น

  • Firm Choice : University A เรียกเกรดจากเราเป็น A*A*A
  • Insurance Choice : University B เรียกเกรดจากเราเป็น A*AA

ในวันที่เกรดออก ถ้าเราได้ A*A*A หรือมากกว่านั้น ก็ได้ University A ไป แต่ถ้าเราดันพลาดได้ A*AA ขึ้นมา เราก็จะได้ University B แทน ทำให้ความเสี่ยงของเราไม่มากเกินไป หลาย ๆ คนชอบที่จะเลือก Firm Choice กับ Insurance Choice ด้วยวิธีนี้

อย่างไรก็ดี สิ่งสำคัญที่เราจะต้องไม่ลืมก็คือ Firm Choice จะถูกพิจารณาก่อน Insurance Choice เสมอ สมมติเหตุการณ์เดิม คือ

  • Firm Choice : University A เรียกเกรดเราเป็น A*A*A
  • Insurance Choice : University B เรียกเกรดเราเป็น A*AA

แต่จริง ๆ แล้ว เราอยากได้ University B มากกว่า University A ปรากฎว่าในวันที่เกรดออก เราได้ A*A*A เราก็จะได้ไป University A ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ เกรดเราก็ถึง Condition ของ University B และเราก็อยากไป University B มากกว่า แต่ก็สายเสียแล้ว เพราะเราเลือก University A เป็น Firm Choice ไปแล้ว จึงอดไป University B อย่างที่ตั้งใจ

เพราะฉะนั้น ดีที่สุดคือ อยากได้ที่ไหนมากกว่า ให้เลือกที่นั่นเป็น Firm Choice อยากได้ที่ไหนรองลงมา ให้เลือกที่นั่นเป็น Insurance Choice โดยไม่จำเป็นต้องสนใจเกรด ยกตัวอย่างเช่น ถ้าอยากได้ University B มากกว่า ก็ให้เลือกเป็น

  • Firm Choice : Universty B เรียกเกรดเราเป็น A*AA
  • Insurance Choice : จะเลือกอะไรก็ได้ที่เราอยากได้รองลงมา

บางคนบอกว่า แต่ถ้า Insurance Choice มี Condition ที่สูงกว่า แล้วเราพลาดจาก Firm Choice แล้ว เราก็จะพลาดจาก Insurance Choice ไปด้วย มันก็จะพลาดหมดเลย สิ่งที่จะบอกก็คือ บางครั้งเหตุการณ์อาจไม่เป็นแบบนั้น เราอาจยังได้ Insurance Choice นั้นอยู่แม้เกรดเราจะพลาดไป ก็ยังเป็นไปได้ เพราะอะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้ในวันที่เกรดออก

แต่คำถามที่น่าถามกว่าคือ งั้นทำไมเราไม่ลองพยายามเต็มที่ที่จะสอบครั้งสุดท้ายในชีวิตการเรียนระดับโรงเรียนให้ดีที่สุด เพื่อให้เราได้ Firm Choice ที่เราต้องการ นั่นจะดีกว่าไหม

สรุปแล้ว Firm Choice จะถูกพิจารณาก่อน Insurance Choice อยากได้ที่ไหนที่สุด เลือกที่นั่นเป็น Firm Choice นะครับ และขอให้ทุกคนทำเกรดได้ถึง Firm Choice อย่างที่ตั้งใจไว้นะครับ

ปรึกษาการเลือก Firm Choice และ Insurance Choice หรือการวางแผนเข้า Top Universities ทั่วโลก ติดต่อพูดคุยกับทีม Consult ที่ APSworld ได้ที่ Line @krutoo ได้เลยครับ

APSworld : Your guide to personal learning success