ใครเปิดเทอม Year 13 แล้ว ขอให้รีบคุยกับครูที่โรงเรียนว่า Predicted Grade จะออกมาเป็นเท่าไร และ Reference จะออกมาเป็นแนวไหน เพราะนี่คือสิ่งสำคัญที่จะเป็นหนึ่งในตัวตัดสินว่า เราจะสามารถเลือก Universities ทั้งหลายที่เราต้องการได้หรือไม่

Predicted Grade สำคัญอย่างไร

ปกติในการยื่น UCAS เพื่อสมัคร Universities ทั้งหลายที่ UK และการยื่นสมัครในหลาย ๆ ประเทศนั้น เนื่องจากเราจะยังไม่ทราบว่าเราจะมีเกรด A-level หรือเกรด IB ตอนจบเป็นเท่าไร เพราะฉะนั้นจึงต้องใช้ Predicted Grades เป็นตัวแทนไปก่อน

ซึ่ง Predicted Grades นั้น จะถูกคิดขึ้นมาจากหลาย ๆ ปัจจัย อย่างใครที่มีโอกาสได้สอบ AS-level ก็จะมี Predicted Grades ที่มีความสัมพันธ์สอดคล้องกับคะแนน AS-level ที่ได้ หรือใครที่ไม่มีโอกาสได้สอบ เช่นเรียนในระบบ IB คะแนนการสอบย่อยต่าง ๆ ในโรงเรียนในช่วง Year 12 ที่ผ่านมาก็จะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะส่งผลต่อ Predicted Grades ได้

สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่เราต้องรู้ก็คือ ถ้า Predicted Grades ของเราต่ำเกินกว่า Entry Requirements ของ University ใดก็ตามที่เราจะเลือก มีแนวโน้มสูงมากที่เมื่อเราสมัคร University นั้น ๆ แล้ว เราจะโดนปฏิเสธทันที เพราะถือว่าไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำที่เขาตั้งเอาไว้ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราต้องการสมัคร University ที่บอกว่าต้องการเกรด A*AA แต่เราได้ Predicted Grades เป็น AAA ก็มีความเป็นไปได้ว่าเราจะถูกปฏิเสธโดยที่ยังไม่ได้ถูกพิจารณาในเรื่องอื่น ๆ (มันอาจไม่เป็นเช่นนี้เสมอไป แต่ที่ผ่านมา บ่อยครั้งก็เป็นแบบนี้)

นั่นคือเหตุผลที่ใครเปิดเทอม Year 13 แล้วให้รีบไปคุยกับครูที่โรงเรียน ว่าจะให้ Predicted Grades เท่าไร เมื่อทราบแล้วให้เอามาตรวจสอบกับ Entry Requirements ของที่ต่าง ๆ ที่จะเลือก เพื่อให้รู้ว่าเราสามารถสมัครที่ไหนได้บ้าง

หาก Predicted Grades ต่ำกว่าที่ต้องการ ให้รีบติดต่อเจรจากับครูที่โรงเรียนว่าสามารถพิจารณาใหม่ได้หรือไม่จากหลักฐานอื่น ๆ เช่น อาจจะขอโอกาสในทำ Mock Exam เพิ่ม หรือส่งงานเพิ่มให้ครูพิจารณา โอกาสที่เจรจาต่อรองสำเร็จมากน้อยแค่ไหน ขึ้นกับโรงเรียน ความมุ่งมั่น และหลักฐานของตนเอง อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะมีโอกาสหรือไม่ ก็ขอให้มองเรื่องของการเจรจาต่อรองเอาไว้เสมอ เพราะถ้าสุดท้ายฝืนยื่น Predicted Grades ไปทั้ง ๆ ที่มันต่ำกว่า Entry Requirements สุดท้ายอาจถูกปฏิเสธจาก Universties ที่ต้องการโดยที่ยังไม่มีโอกาสพิสูจน์ตัวเองเลยก็เป็นได้

Reference สำคัญอย่างไร

Reference เป็นเหมือนส่วนเสริมของ Personal Statement เมื่อเราเขียน Personal Statement เพื่อสะท้อนความเป็นตัวเราเองแล้ว Reference ก็จะเป็นการสะท้อนมุมมองจากฝั่งครูและโรงเรียน ว่าเห็นเราเป็นอย่างไร และเรามีความเหมาะสมกับคอร์สที่กำลังจะสมัครเรียนอย่างไรบ้าง

แม้เราจะไม่ได้เขียน Reference เอง และบ่อยครั้งเราจะไม่มีโอกาสได้อ่าน Reference ที่ครูเขียนให้ ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ต้องทำอะไรเลยเพื่อกำหนดชะตาชีวิตของเรา เราสามารถให้ข้อมูลกับครูเพื่อกำหนดทิศทางของสิ่งที่ครูจะเขียนใน Reference ได้

วิธีที่ดีที่สุด คือการรีบเขียน Personal Statement ให้เสร็จ แล้วส่งให้ครูอ่าน เพื่อให้ครูรู้จักเรามากที่สุด และรู้ว่าเราเขียนอะไรลงไปใน Personal Statement บ้าง ในโรงเรียนที่ดีพอครูจะรู้ว่าจาก Personal Statement ที่ได้อ่านแบบนี้ จะต้องเขียน Reference อย่างไรให้เกิดประโยชน์กับเรามากที่สุด

ในบาง University อย่างเช่น Oxford เราพบว่า Reference เป็นสิ่งที่มีน้ำหนักมากกว่า Personal Statement เสียอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโรงเรียนที่คุณภาพและมีความน่าเชื่อถือ เพราะฉะนั้น เรื่องนี้ก็เป็นส่วนสำคัญไม่แพ้ Predicted Grades เลยทีเดียว ที่เราต้องหาทางทำอย่างไรก็ได้ให้มันออกมาดีที่สุด แม้เราจะไม่มีโอกาสได้อ่านก็ตาม

เพราะฉะนั้น เปิดเทอมแล้วขอให้เด็ก Year 13 ทุกคนรีบลงมือทำบางอย่างเพื่อให้แน่ใจว่าสุดท้ายแล้ว Predicted Grades และ Reference ของตัวเองจะออกมาดีที่สุด หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ สามารถนัดคุยกับทีม Education Counsellor ของ APSworld เพื่อช่วยแนะนำแนวทางที่ดีที่สุดให้ รวมถึงใครที่ไปเจรจาต่อรองแล้วปรากฎว่าไม่เป็นผล ก็ยังมีทางออกอีกมากมายที่สามารถทำได้ สามารถนัดหมายเข้ามาคุยกันได้ครับ ติดต่อได้ที่ 02-026-3221 หรือ Line @krutoo ได้เลยครับ

APSworld : Your guide to personalised learning success