คนที่เปิดเทอม Year 12 / Grade 11 และเริ่มเรียน IB Diploma แล้ว บางคนมักเกิดสงสัยในตัวเองขึ้นมาว่า ตกลงแล้วเราเหมาะกับ IB หรือไม่ หรือควรย้ายหลักสูตรไปเรียน A-level หรือหลักสูตรอื่น ๆ แทนจะดีกว่า ก่อนที่จะตอบคำถามนี้ได้ มาทำความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับ IB Diploma กันครับ

เป้าหมายของ IB Diploma

หนึ่งในลักษณะสำคัญของ IB Diploma คือการที่ต้องมีความรับผิดชอบต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเรียนมากถึง 6 วิชา (เมื่อเทียบกับ A-level ที่เรียนแค่ 3-4 วิชา) โดยแบ่งเป็น Higher Level 3 วิชา และ Standard Level 3 วิชา รวมถึงการทำ TOK, EE, CAS ซึ่งทำให้หลาย ๆ คนท้อได้เลยทีเดียว เพราะว่า

  • Higher Level 3 วิชา ความหนักเทียบเท่ากับ A-level 3 วิชา
  • Standard Level 3 วิชา เปรียบได้ดังการเรียนสิ่งที่เทียบเท่ากับ SAT II สมัยก่อนของหลักสูตร US 3 วิชา
  • TOK หรือ Theory of Knowledge คือการฝึกคิดเชิง Philosophy เช่น การถกประเด็นกันในหัวข้อ “คุณเชื่อในสิ่งที่เห็น หรือคุณเห็นในสิ่งที่เชื่อ”
  • EE หรือ Extended Essay คือการฝึกทำ Research ในหัวข้อที่ต่อยอดไปจากที่เขากำลังทำกันอยู่ในปัจจุบัน
  • CAS หรือ Creativity, Activity, Service คือการทำกิจกรรมที่จะนำไปสู่การคิดเพื่อสร้างสังคมด้วยการสร้างธุรกิจที่ยิ่งใหญ่

ที่เป็นเช่นนี้ เพราะว่าเป้าหมายของ IB Diploma คือการสร้างคนให้มีความเป็น Global Citizen มี Mindset ที่ยิ่งใหญ่ที่จะทำให้โลกใบนี้ดีขึ้น จากความถนัดที่มี จากความรู้ทั้งเฉพาะทางและกว้างขวาง จากการคิดเชิงลึกได้ ทำวิจัยเป็น และมองออกว่าสังคมกำลังขาดอะไร เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกที่ IB Diploma นั้น จะหนักกว่า A-level มาก ๆ

งานหนักแบบนี้ ก็มาพร้อมประโยชน์มากมาย

งานวิจัยของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน Australia เมื่อหลายปีก่อน พบว่าเด็กที่จบ IB Diploma นั้น เมื่อเข้าไปเรียนระดับ University แล้ว แม้โอกาสในการประสบความสำเร็จอาจไม่ได้ต่างกับเด็กที่จบ A-level มากนัก แต่ในแง่ของประสิทธิภาพในการเรียน และการเกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ในการเรียนนั้น มีความแตกต่างกัน

เด็กที่จบ IB Diploma ผ่านการทำงานหนักและรับผิดชอบในสิ่งที่หลากหลาย ต้องทั้งรู้ลึกรู้กว้าง แถมยังผ่านการฝึกประบวนการคิดอย่าง TOK ผ่านการทำ Research อย่าง EE และผ่านการทำกิจกรรมให้เป็นคนเต็มคนอย่าง CAS จึงมี Maturity ที่สูงกว่าการจบจากหลักสูตรอย่าง A-level ที่อาจจะเน้นเรื่องของการเรียนและการทำข้อสอบเป็นสำคัญ

แน่นอนว่าสุดท้าย เราต้องดูด้วยว่าตัวเราเองเหมาะกับหลักสูตรใดมากกว่า แต่หากอยู่ในโรงเรียนที่ดีพอ ที่มีคุณครูที่เก่งพอ ที่จะดึงข้อดีของ IB Diploma มาถ่ายทอดให้กับเราได้ ใครที่เรียน IB Diploma ก็จะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ ทั้งสำหรับการเรียนในระดับ University และการใช้ชีวิต

แม้จะรู้ข้อดีมากมายแล้ว แต่ถ้าไม่ Work จะทำอย่างไรดี

เนื้อหาและความรับผิดชอบก่อน IB Diploma นั้น แตกต่างจากช่วง IB Diploma อย่างสิ้นเชิง หลาย ๆ คนจึงท้อ และคิดว่ามันไม่ work ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ มันอาจจะ work ก็ได้ เพราะฉะนั้นคำแนะนำเบื้องต้นคือ ลองหาตัวช่วยอย่างอื่นก่อน ยกตัวอย่างเช่น

  • หากมีปัญหาเกี่ยวกับการเรียนในวิชาต่าง ๆ ของ IB Diploma ทั้ง Higher Level และ Standard Level ก็สามารถที่จะเรียนเพิ่มเติมกับคุณครูมากประสบการณ์ของ APSworld ได้ การเรียนเสริมแค่เพียงสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมงต่อวิชา ประกอบกับการทบทวนและฝึกฝนเพิ่มเติมด้วยตัวเอง ก็สามารถที่จะทำให้สถานการณ์ของการเรียนนั้นดีขึ้นได้
  • หรือหากต้องการคนช่วยให้คำแนะนำทั้งเรื่องของ TOK และ EE คุณครูที่ APSworld เอง ก็สามารถทำให้เด็ก ๆ เข้าใจมากขึ้น เห็นประโยชน์ และเห็นเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ในที่สุด

แต่หากรู้สึกว่ามันไม่ work จริง ๆ และต้องการเปลี่ยนไปเรียน A-level การออกมาทำ A-level แบบ Full-time ที่ Krutoo Home Education ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่ทำได้ หรือการเปลี่ยนไปเรียน Foundation Year กับสถาบันชั้นนำที่ทาง APSthai เป็นตัวแทนอยู่ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งเช่นกัน แต่ก่อนที่จะไปถึงทางเลือกเหล่านั้น แนะนำว่าให้เข้ามาพูดคุยหาทางเลือกที่ดีที่สุด กับทีม Education Counsellor ของ APSworld ก่อนได้เลยครับ ติดต่อเข้ามาที่ 02-026-3221 หรือ Line @krutoo ครับ

สุดท้ายเรามาหาทางที่ work ที่สุดของตัวเองกันนะครับ

APSworld : Your guide to personalised learning success