Year 12 คะแนนสอบไม่ดี … อยากเข้ามหาวิทยาลัยดี ๆ ยังมีหวัง

CategoriesarticlesTagged , ,

เมื่อวานนี้ ผลสอบ AS-level ของเด็ก ๆ Year 12 ก็ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลาย ๆ คนที่คะแนนไม่ดี อาจจะสงสัยว่าถ้ายังอยากเข้ามหาวิทยาลัยดี ๆ ที่อังกฤษจะยังมีหวังไหม คำตอบคือยังมีครับ แต่เราต้องเข้าใจให้ถูกต้องก่อนว่าสิ่งที่ต้องทำตอนนี้คืออะไร

ผลสอบ AS-level ของ Year 12 มีความสำคัญแค่ไหน ?

บอกเลยว่าสำคัญมาก ๆ อย่างแรก โรงเรียนทั่ว ๆ ไปจะให้เราส่งคะแนน AS-level ที่เราได้มา เข้าไปในระบบ UCAS เพื่อส่งต่อไปให้มหาวิทยาลัยที่เราจะเลือก ไม่ว่าคะแนนนั้นจะดีหรือไม่ดีก็ตาม ย้ำนะครับ ! ไม่ว่าคะแนนจะดีหรือไม่ดีก็ตาม นั่นหมายความว่ามหาวิทยาลัยจะเห็นทั้งหมดว่าเกิดอะไรขึ้นใน Year 12 ที่ผ่านมาจากผลสอบ AS-level จริง ๆ นี่แหละ

นอกจากนั้นคะแนน AS-level ที่ได้มา จะถูกนำไปพิจารณาเป็นคะแนน Predicted Grade ว่าเราจะเรียนจบ A-level ตอนปลาย Year 13 ด้วยเกรดเท่าไร ซึ่งถ้าคะแนน AS-level ไม่ดี ก็มีแนวโน้มสูงมากว่า Predicted Grade ที่ครูที่โรงเรียนจะให้ก็จะไม่ดีไปด้วย คำถามคือ Predicted Grade ที่ไม่ดี จะส่งผลเสียอย่างไรบ้าง

ปกติแล้ว มหาวิทยาลัยใช้ Predicted Grade เป็นด่านแรกในการพิจารณาว่าเรามีคุณสมบัติที่เหมาะสมพอจะเข้าไปเรียนหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าใน Entry Requirement ของมหาวิทยาลัยกำหนดเอาไว้ว่า เราจะต้องได้เกรด A*AA ในการเข้าไปเรียนที่นี่ นั่นแปลว่าเขาคาดหวังให้ Predicted Grade ของเราเป็น A*AA เป็นอย่างน้อย ทางเราเคยถามหลาย ๆ มหาวิทยาลัยแล้วได้คำตอบว่าเด็กที่ได้ Predicted Grade ที่ต่ำกว่า Entry Requirement ที่กำหนดเอาไว้นั้น เกือบ 100% มักจะโดนปฏิเสธจากมหาวิทยาลัยทันที ก็คือไม่ดู profile ด้านอื่นของเราอีกเลย

งั้นถามว่า โรงเรียนสามารถให้ Predicted Grade สูง ๆ เพื่อทำให้เด็ก ๆ ยังมีโอกาสที่ดีได้หรือไม่ คำตอบคือ ถ้า Predicted Grade สูงแบบไม่น่าเป็นไปได้เมื่อเทียบกับคะแนนสอบ AS-level ที่ได้มา มหาวิทยาลัยก็จะไม่เชื่อ เด็กก็จะถูกปฏิเสธอยู่ดี และบางโรงเรียนไม่กล้าให้ Predicted Grade ที่สูงเกินไปกับเด็กบางคนด้วย เพราะว่าถ้าถึงเวลาจริงตอนจบ Year 13 เด็กทำคะแนนไม่ได้ตามที่ให้ Predicted Grade เอาไว้ โรงเรียนจะเสียเครดิต และมีผลเสียต่อเด็กรุ่นต่อ ๆ ไปทันที

เพราะฉะนั้น ตอนนี้ถ้าคะแนน AS-level ออกมาไม่สวยแล้ว โอกาสที่จะได้ Predicted Grade ดี ๆ มีน้อยมากครับ และนั่นหมายถึงโอกาสในการเข้ามหาวิทยาลัยดี ๆ ก็มีน้อยลงมาก ๆ เช่นกัน

การแก้เกมมีทางเดียวคือ การล้างประวัติ ทำ profile ใหม่

ถ้ายังอยู่โรงเรียนเดิม แล้ว AS-level ที่ถูกส่งไป พร้อมกับ Predicted Grade ที่จะไม่สวยเท่าไร มันจะเป็นสิ่งที่ตัดอนาคตเราอย่างแน่นอน ทางออกเดียวที่ทำได้ก็คือ เปลี่ยนที่เรียนครับ

มันฟังดูแบบว่า เฮ้ย ! ต้องขนาดนั้นเลยเหรอ ก็ต้องตอบว่า ใช่ครับ ! ถ้าจะเอาอนาคตก็ต้องขนาดนั้นล่ะครับ เพราะการเปลี่ยนที่เรียนจะเป็นการทำให้ profile เก่าของเราจบลง และถือว่าเป็นการเริ่มต้นใหม่ สร้าง profile ใหมม่ เหมือนกับว่าไม่มีอะไรเคยเกิดขึ้นมาก่อนครับ

การเปลี่ยนที่เรียนทำได้ 2 แบบครับ แบบแรกก็คือหาที่เรียนแบบด่วน ๆ แล้วไปเริ่มทำ Year 12 ใหม่ วิธีแรกนี้ เห็นชัด ๆ เลยคือเสียเวลา 1 ปีแน่ ๆ แต่ข้อดีคือ เราได้เริ่มใหม่แบบจริง ๆ เหมาะกับกรณีที่เรายอมรับตัวเองได้ด้วยว่าที่ผ่านมา 1 ปีเราเหลวไหลจริง ๆ เราไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ถือว่าเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งหนึ่ง ยังมีบางโรงเรียนดี ๆ ในประเทศอังกฤษที่จะปุบปับสมัครไปเริ่มเรียนเปิดเทอมต้น September นี้ยังทันนะครับ แต่ถ้ากระชั้นไปจริง ๆ ก็มีบางโรงเรียนดี ๆ เช่นกันที่เปิดให้เราไปเข้าตอนเทอม 2 คือ January ได้

แบบที่สองคือ จะไม่เสียเวลาแล้วจะขึ้น Year 13 เลย ก็คือไปหาโรงเรียนใหม่ที่ยอมให้เราทำแบบ 1 Year A-level ซึ่งแผนนี้เหมือนจะดีคือไม่เสียเวลาอีก 1 ปีเพิ่มเติม แต่ข้อเสียคือ แทบไม่มีโรงเรียนดี ๆ โรงเรียนไหนเลยในอังกฤษที่จะรับเด็กเข้าไปทำแบบ 1 Year A-level เพราะว่ามันยากมากที่โรงเรียนที่มีนักเรียนมากมายที่ต้องดูแลให้ทั่วถึง จะมาดูแลเด็กที่เพิ่งเข้ามาใหม่ ๆ ที่ยังแทบไม่รู้จักกันเลย แล้วจะมาช่วยเรื่อง Personal Statement หรือ Reference หรือ support อื่น ๆ ให้เต็มที่ นี่เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

Homeschool A-level คืออีกทางออกหนึ่งที่เป็นไปได้

อีกวิธีหนึ่งที่สามารถล้างประวัติได้ คือการออกจากโรงเรียนมาทำ Homeschool ในระดับ A-level ซึ่งข้อดีของการทำแบบนี้คือ สามารถเลือกวิชาเรียนใหม่ได้ทั้งหมด ในกรณีที่เราเลือกวิชา A-level ผิดตั้งแต่ต้น (ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้คะแนน AS-level ที่ผ่านมาไม่ดี) หรือถ้าจะเลือกวิชาเดิม เราก็จะมาเริ่มกันใหม่ ทำพื้นฐานใหม่ เอาให้แน่น เอาให้ดี เอาให้พร้อมจะก้าวต่อไป ซึ่งจะทำ 1 ปี หรือ 2 ปี ก็ได้ ถ้าทำ 1 ปี ก็จะเรียนจบ A-level ตามกำหนดการเดิม ไม่ได้แตกต่างอะไรจากการทนอยู่ในโรงเรียนเดิมเลย

คำถามคือทำไมถึงทำแค่ 1 ปีได้ ทั้ง ๆ ที่ข้างบนนี้ยังบอกอยู่เลยว่าการทำ A-level 1 ปีในโรงเรียนดี ๆ ที่อังกฤษเป็นเรื่องยากมาก ก็ต้องขอตอบว่าการทำ 1 ปีแบบ Homeschool นั้นมันไม่เหมือนกัน เพราะมันเป็นการเรียนแบบตัวต่อตัวทั้งหมด ทำให้สามารถเรียนเนื้อหาไปได้อย่างรวดเร็วมาก และครูก็สามารถดูแลได้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่แค่ครูที่สอนวิชาการในส่วนของ A-level แต่รวมไปถึงครูทีม consult ที่จะคอยช่วยเหลือเรื่อง Personal Statement และ Reference รวมถึง support อื่น ๆ ได้อย่างใกล้ชิด ทำให้สิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ คือทำ A-level ใหม่ทั้งหมดให้จบภายใน 1 ปี เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ขึ้นมา

Homeschool A-level น่าเชื่อถือหรือไม่ สามารถเข้า top universities ได้จริงหรือไม่ ?

Top universities ที่อังกฤษไม่เคยสนใจว่าเด็ก ๆ เรียนจบจากที่ไหน ขอแค่มีผลการเรียนที่ดี ผลการสอบที่ดี และแสดงความ Born to be ได้อย่างที่มหาวิทยาลัยต้องการ นั่นก็เพียงพอแล้ว อย่างไรก็ดี ในแง่ของความน่าเชื่อถือนั้น ปัจจุบัน Homeschool A-level ของ Krutoo Homeschool เราเป็น UCAS Centre คือสามารถช่วยเด็ก ๆ ทำ UCAS Application ได้เหมือนโรงเรียนทั่ว ๆ ไปทุกประการ และเราเป็น Approved Teaching and Exam Centre ของ Exam Board ที่อังกฤษ และ ส่งเด็ก ๆ สอบ A-level ที่สนามสอบที่เป็นที่ยอมรับมาตลอด เพราะฉะนั้นวุฒิ A-level ที่ได้ ก็เหมือนโรงเรียนอินเตอร์อื่น ๆ ไม่ได้แตกต่างกันเลย

ที่สำคัญ งานของเราคือตั้งเป้าให้เด็ก Homeschool A-level ของเราทุกคน เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยระดับ Top 10 ในสาขาวิชาที่ตนเองต้องการ และที่ผ่านมายังไม่มีเด็กคนไหนพลาดเป้าหมายนี้เลย ปีล่าสุดที่ผลการสอบ A-level ออกเมื่อวานก็เช่นกัน

Homeschool A-level จึงเป็นอีกทางออกหนึ่งที่ทำได้ ในกรณีที่คะแนน Year 12 ไม่ดี แต่ยังอยากให้เข้ามหาวิทยาลัยดี ๆ อยู่ หากคุณพ่อคุณแม่คิดว่านี่คือทางออกที่ใช่ หรือมีข้อสงสัยประการใด นัดเข้ามาพูดคุยสอบถามกันเพิ่มเติมนะครับ

ติดต่อนัดหมายได้ที่ Krutoo Homeschool สาขาสีลม 084-164-2323, 084-320-1789 สาขาหลักสี่ 083-179-9630 ครับ

แบ่งปันเรื่องราวนี้ :

About the author

ตอนเด็ก ๆ ชอบเรียนเลขมาก จนไม่อยากเรียนวิชาอื่นเลย แต่ระบบบ้านเรามันไม่ตอบโจทย์ เราไม่มีอิสระเสรีที่จะทำอะไรแบบนั้นได้ พอได้มาเป็นครู ได้มาเจอหลักสูตรอังกฤษ ที่เด็ก ๆ เลือกเรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบได้อย่างแท้จริง จึงอินมาก ๆ และอยากให้คุณพ่อคุณแม่ทุกคนได้สนับสนุนลูก ๆ ให้ได้เลือกทางเดินของตัวเอง อย่างมีแผน และ อย่างถูกต้อง

Leave a Reply