3 ขั้นตอน เลือก IGCSE อย่างไรให้ถูกต้อง

CategoriesarticlesTagged

ตอนนี้หลาย ๆ โรงเรียนเริ่มเรียกคุณพ่อคุณแม่และเด็ก ๆ Year 9 ไปคุยกันแล้วเกี่ยวกับการเลือกวิชา IGCSE ที่จะให้เลือกภายในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้ เพื่อที่จะเรียนกันตอน Year 10 และหนึ่งในคำถามที่เกิดขึ้นทุกปีก็คือ จะเลือก IGCSE อย่างไรดีให้ถูกต้องที่สุด บทความวันนี้มี 3 ขั้นตอนง่าย ๆ ที่จะทำให้การเลือก IGCSE ที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้น เป็นการเลือกอย่างถูกต้องที่สุดครับ

ก่อนอื่น ทำความเข้าใจกันก่อน

หลักสูตรของประเทศอังกฤษให้ความสำคัญมาก ๆ ในเรื่องของการหาตัวเองให้เจอว่าเรา Born to be อะไร นั่นเป็นที่มาของการต้องเลือกวิชาเรียน ไม่เหมือนหลักสูตรของหลาย ๆ ประเทศที่โรงเรียนมีอะไรให้เรียนก็เรียนไป เพราะฉะนั้น การเลือกวิชาให้ถูกต้องเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

สำหรับโรงเรียนระดับท็อปในประเทศอังกฤษนั้นเขาใช้ IGCSE หรือ GCSE เป็นการเรียนเพื่อให้เด็ก ๆ ได้มีโอกาสลองเรียนให้กว้าง ๆ ในสิ่งที่ตัวเองสนใจ ก่อนที่จะบีบให้แคบลงไปเมื่อถึงวันที่ขึ้นไปเรียน A-level เพราะฉะนั้น การเลือก IGCSE อย่างน้อยก็ควรจะต้องเลือกจากสิ่งที่เราสนใจและทำได้ดี รวมถึงสิ่งที่มีแนวโน้มว่าจะสนใจหรือทำได้ดีแม้จะยังไม่แน่ใจก็ตาม บางคนเข้าใจผิดว่า อันไหนดูแล้วไม่ใช่ ก็ไม่ต้องเลือกไปเลย อันนี้ต้องระวังให้มาก ๆ เพราะอาจจะเป็นการปิดโอกาสในอนาคตบางอย่างของตัวเองโดยที่ไม่รู้ เพราะฉะนั้น หลักการที่ถูกต้องที่สุดก็คือ อันไหนใช่คือเลือกแน่ ๆ ส่วนอันไหนไม่แน่ใจว่าใช่หรือไม่แต่ดูมีแนวโน้ม ก็ควรเลือกไว้ก่อนเพื่อเปิดโอกาสให้กับตัวเอง

และเมื่อเลือกมาแล้ว เด็ก ๆ มีหน้าที่เรียน IGCSE ทุกวิชาให้เต็มที่ เพื่อให้รู้ไปเลยว่าวิชาไหนกันแน่ที่ใช่ตัวเราจริง ๆ และนั่นจะนำไปสู่การเลือก A-level ที่ถูกต้องครับ

ถ้าความเข้าใจเบื้องต้นถูกต้องแล้ว เรามาดูกันครับว่า 3 ขั้นตอนในการเลือก IGCSE ที่ว่านั้น มีอะไรกันบ้าง

ขั้นตอนที่ 1 หาตัวเองให้เจอในเบื้องต้นด้วยการทำ Career Test

ถ้าใครเรียนในโรงเรียนหลักสูตรอเมริกันและมีเป้าหมายว่าจะไปเข้ามหาวิทยาลัยที่อเมริกาแน่ ๆ นั้น การหาตัวเองให้เจอในเบื้องต้นด้วย Career Test จะเป็นสิ่งที่ไม่มีความจำเป็นเลย แต่ถ้าใครเรียนในโรงเรียนหลักสูตรอังกฤษหรือมีเป้าหมายว่าจะไปเข้ามหาวิทยาลัยดี ๆ ที่อังกฤษ การทำ Career Test คือบันไดขั้นแรกที่จะทำให้เราไม่หลงทางครับ

หน้าที่หลักของ Career Test ไม่ใช่แค่การมาบอกว่าโตขึ้นควรจะเป็นอะไรเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการทำให้เด็ก ๆ รู้จักตัวเองมากขึ้นด้วยการวิเคราะห์ 3 เรื่องที่เป็นตัวเขาจริง ๆ

  • Interest ความสนใจ เราชอบทำอะไร ให้ความสนใจกับสิ่งไหน อะไรคือสิ่งที่รัก
  • Personality ตัวตนและลักษณะนิสัย เราเป็นคนแบบไหน เราเหมาะกับการเรียนและการทำงานในสภาพแวดล้อมอย่างไร เรามีทัศนคติ วิธีคิด วิธีการใช้ชีวิตอย่างไร
  • Aptitude ความถนัด เราทำอะไรได้ดี เราเก่งอะไร เรามีทักษะทางด้านไหนที่พร้อมจะพัฒนาไปให้ไกลมากขึ้น

เพราะฉะนั้น เมื่อทำ Career Test แล้วและนำผลทั้ง 3 เรื่องรวมถึงรายการของอาชีพที่เป็นไปได้มาวิเคราะห์รวมกัน เราก็จะเริ่มตอบได้แล้วครับว่า วิชา A-level ที่เหมาะสมของเขาคืออะไร ซึ่งก็จะนำมาสู่คำตอบที่ว่าวิชา IGCSE ที่เหมาะสมนั้นมีวิชาอะไรบ้าง

และหน้าที่ของ Career Test นั้นไม่ใช่แค่ทำให้เลือกวิชา IGCSE ได้อย่างถูกต้อง แต่ยังสามารถใช้กำหนดกลยุทธ์ในการเรียนให้กับเด็ก ๆ ได้อีกด้วย เพราะเมื่อเรารู้จุดอ่อนจุดแข็งของเขาแล้ว เราก็จะตอบได้ว่าวิชาไหนเราสามารถวางแผนการเรียนล่วงหน้าเพื่อสอบ IGCSE ล่วงหน้าเพื่อเก็บเกรด A* สวย ๆ มาไว้ในมือก่อนได้ ซึ่งนี่เป็นกลยุทธ์ที่สำคัญมาก ๆ และจำเป็นต้องทำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเราเรียนอยู่โรงเรียนอินเตอร์นอกประเทศอังกฤษ

เพราะอย่างที่เคยกล่าวไปในบทความก่อน ๆ ว่า โรงเรียนระดับท็อปในประเทศอังกฤษนั้นเขาเริ่มเรียน IGCSE กันตั้งแต่ Year 9 ทำให้เด็ก ๆ มีเวลาเหลือเฟือในการทบทวนและหัดทำ Past Papers จนทำเกรด IGCSE ได้ดีมาก ๆ ในขณะที่นอกประเทศอังกฤษรวมถึงประเทศไทยนั้น เราเริ่มทำ IGCSE กันตอน Year 10 ทำให้แทบจะไม่มีเวลาในการทบทวนและหัดทำ Past Papers ก่อนไปสอบเลย เพราะฉะนั้น กลยุทธ์การสอบ IGCSE ล่วงหน้า จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ และสิ่งที่จะใช้วางกลยุทธ์ได้อย่างถูกต้อง ก็คือ ผล Career Test นั่นเอง

เพราะฉะนั้นใครอยู่ Year 9 แล้วยังไม่ได้ทำ Career Test รีบมาทำนะครับ ถ้าทำแล้ว เราก็พร้อมสำหรับขั้นตอนที่ 2 แล้วครับ

ขั้นตอนที่ 2 เลือกวิชาให้ครอบคลุม

จากวิชาที่เหมาะสมที่ควรจะเลือกใน IGCSE ที่ได้มาจากการวิเคราะห์ผล Career Test แล้วนั้น ขั้นตอนต่อไปคือให้เอารายการวิชาดังกล่าวมาดูว่า มันมีความครอบคลุมแค่ไหน คำว่าครอบคลุมในที่นี้คือ วิชาที่เด็ก ๆ เขาจะเลือกนั้น มันครบทุกด้านแบบที่มหาวิทยาลัยระดับท็อป ๆ ในอังกฤษเขาชอบหรือเปล่า

คำถามก็คือ มหาวิทยาลัยเหล่านั้นชอบอะไร ?

เขาชอบคนที่มีวิชา IGCSE ที่แสดงความสมดุล (balance) ของหลาย ๆ ทักษะครับ ซึ่งนั่นก็คือนอกจาก Math, English, และ Sciences อย่าง Physics, Chemistry, Biology แล้ว เด็ก ๆ ควรจะต้องเลือกอย่างน้อย 1 วิชาจากแต่ละหมวดวิชาดังต่อไปนี้ครับ

  • Humanities การเรียนวิชาในกลุ่มนี้จะแสดงให้เห็นว่าเด็ก ๆ มีทักษะในการวิเคราะห์ (Analytical Skill) ที่ดี ซึ่งวิชาในกลุ่มนี้ได้แก่ Geography, History, Business Studies, Economics, Psychology, Religious Studies เป็นต้น
  • Creative Subjects การเรียนวิชาในกลุ่มนี้จะแสดงให้เห็นว่าเด็ก ๆ มีทักษะในเรื่องความคิดสร้างสรรค์ (Creativity Skill) ที่ดี ซึ่งวิชาในกลุ่มนี้ได้แก่ Art and Design, Drama, Music, Design Technology เป็นต้น
  • Foreign Language การเรียนวิชาในกลุ่มนี้จะแสดงให้เห็นว่าเด็ก ๆ มีทักษะทางภาษาและการสื่อสาร (Language and Communication Skill) ที่ดี ซึ่งวิชาในกลุ่มนี้ ได้แก่ Chinese Mandarin, Spanish, French, German, Japanese เป็นต้น

เพราะฉะนั้น เมื่อดูวิชา IGCSE ที่ควรจะเลือกจากผล Career Test แล้ว ก็ขอให้พิจารณาอย่างน้อย 1 วิชาจากแต่ละหมวดวิชาข้างต้นลงไปด้วย เพื่อความสมบูรณ์แบบของ profile ครับ

ขั้นตอนที่ 3 เชื่อในสิ่งที่ตัวเองเป็น

หลาย ๆ คนบอกว่าจบขั้นตอนที่ 2 แล้วก็น่าจะเลือก IGCSE ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว แต่บ่อยครั้งครับที่มันไม่เป็นเช่นนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราเริ่มฟัง “ความเห็น” จากคนอื่น ๆ เกี่ยวกับวิชา IGCSE ว่าแต่ละวิชานั้นมันเป็นอย่างไร

หนึ่งในตัวอย่างที่เกิดขึ้นบ่อยมาก ๆ คือเรื่องนี้ครับ

เด็กบางคนผล Career Test บอกอย่างชัดเจนว่าเป็นทางด้านเกี่ยวกับ Economics และผลด้าน Aptitude บอกว่าเป็นคนที่มี Critical thinking ที่ดีและมีความสามารถเชิง Numerical หรือตัวเลขที่สูงมาก ตอนแรกก็แน่ใจแล้วว่าจะเลือก IGCSE วิชา Economics อย่างแน่นอน

ปรากฎว่าพอไปได้ยินหลาย ๆ คนพูดกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรุ่นพี่ที่โรงเรียน ครูที่โรงเรียน และคุณพ่อคุณแม่ของเพื่อน ๆ ว่า Economics เป็นวิชาที่ยาก อย่าไปเลือกเลย ให้เลือกวิชาที่ง่ายกว่าอย่าง Business Studies กลายเป็นว่าเด็ก ๆ หลายคนก็เปลี่ยนไปเลือก Business Studies แทน

และแทบจะทุกคนเมื่อเวลาผ่านไป พอได้กลับมานั่งคุยกันก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า รู้แบบนี้เรียน Economics เหมือนที่ตั้งใจตอนแรกดีกว่า เพราะ Business Studies ไม่สนุกเลยแถมยังรู้สึกยากมากอีกด้วย ซึ่งก็ไม่แปลกเลยครับที่ผลลัพธ์จะออกมาเป็นแบบนั้น

เพราะว่าคำว่า “ยาก” หรือ “ง่าย” นั้น มันไม่มีอยู่จริงหรอกครับ มันมีแต่ว่าวิชาที่เลือกไปนั้น “เหมาะ” หรือ “ไม่เหมาะ” กับเรามากกว่า ถ้าตัวเราเหมาะกับ Economics ก็แน่นอนว่าสำหรับเราแล้ว Economics จะเป็นวิชาที่เรียนได้ง่าย สนุก ทำเกรดได้ดี และอยากจะรู้ลึกไปให้มากขึ้น ในขณะที่ Business Studies อาจจะให้ผลลัพธ์ที่ตรงกันข้ามเลยก็ได้

เพราะฉะนั้นแล้ว เมื่อทำ Career Test แล้ว เลือกวิชาที่เหมาะสมแล้ว ในขั้นตอนที่ 1 และปรับแต่งให้สวยงามตามสิ่งที่มหาวิทยาลัยระดับท็อปต้องการแล้วในขั้นตอนที่ 2 ขั้นตอนสุดท้ายก็คือ เชื่อในความเป็นตัวเอง และอย่าไปเชื่อ “ความเห็น” ของคนอื่นครับ เพราะนั่นไม่ใช่ความจริงแต่อย่างใด

IGCSE คือจุดเริ่มต้นของหลาย ๆ อย่างนับจากนี้เป็นต้นไป การเลือกวิชาให้ถูกต้องเป็นสิ่งที่สำคัญ เลือกในสิ่งที่เป็นตัวเราเองที่สุดนะครับ แล้วทำทุกวิชาให้ดีที่สุด ใครยังไม่ได้ทำ Career Test หรือใครยังสงสัยอะไรเรื่องการเลือกวิชา IGCSE เพิ่มเติม ก็เข้ามาคุยกันนะครับ

เริ่มต้นให้ถูก แล้วทุกอย่างจะดีครับ

แบ่งปันเรื่องราวนี้ :
error0

About the author

ตอนเด็ก ๆ ชอบเรียนเลขมาก จนไม่อยากเรียนวิชาอื่นเลย แต่ระบบบ้านเรามันไม่ตอบโจทย์ เราไม่มีอิสระเสรีที่จะทำอะไรแบบนั้นได้ พอได้มาเป็นครู ได้มาเจอหลักสูตรอังกฤษ ที่เด็ก ๆ เลือกเรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบได้อย่างแท้จริง จึงอินมาก ๆ และอยากให้คุณพ่อคุณแม่ทุกคนได้สนับสนุนลูก ๆ ให้ได้เลือกทางเดินของตัวเอง อย่างมีแผน และ อย่างถูกต้อง

Leave a Reply