ทำไมเด็ก ๆ ถึงควรไป Summer School ที่อังกฤษ ?

CategoriesarticlessummerTagged

ปิด Summer Break ครั้งต่อไป ตอนช่วง July-August 2020 คิดหรือยังครับว่าจะไป Summer School ที่ไหนดี ?

บางคนอาจถามว่า นี่มันอีกตั้งหลายเดือน ต้องคิดเรื่องนี้ตอนนี้แล้วหรือ ? อีกอย่างหนึ่งช่วง Summer Break จะไปเรียน Summer School ให้มันวุ่นวายไปทำไม ทำไมไม่พักผ่อนอยู่บ้าน หรือ ไปเที่ยว เพราะก็เหนื่อยกับการเรียนมาทั้งปีแล้ว

เชื่อไหมครับครับว่า สุดท้ายเข้ามหาวิทยาลัยที่ต้องการได้หรือไม่ ค้นหาตัวเองเจอหรือไม่ มีชีวิตที่ดีขึ้นได้หรือไม่ คำตอบมันอยู่ที่ Summer School นี่แหละ ถ้ายังไม่เชื่อ อ่านต่อไปก่อนนะครับ

หลาย ๆ คนใช้ Summer School ที่อังกฤษเหมือนเป็นการไปเที่ยวเล่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยที่เด็กมาก ๆ การไป Summer School ที่อังกฤษนั้น กิจกรรมทั้งวันคือการไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ถ้าจะมีเพิ่มเติมคือมีคลาสเรียนภาษาอังกฤษนิดหน่อยให้พอดูมีประโยชน์บ้าง แต่จริง ๆ แล้ว Summer School ยังมีอีกหลายประเภทมาก ๆ ครับ และจะมีหลายประเภทมากขึ้นเรื่อย ๆ ในวันที่เราเติบโตขึ้น

เพราะฉะนั้นเหตุผลของการไป Summer School จึงไม่ใช่แค่การไปเที่ยวเล่น แต่เป็นการไปเสริมประสบการณ์บางอย่างที่บ่อยครั้งเราไม่สามารถหาได้จากการเรียนในห้องเรียนปกติที่เมืองไทยนี้ ซึ่งถ้าจะลองแบ่งประเภทของ Summer School ที่อังกฤษออกมา ก็อาจจะแบ่งได้ประมาณนี้ครับ

  • English Summer School อันนี้เป้าหมายหลักคือไปเรียนภาษาอังกฤษ เหมาะกับเด็ก ๆ ที่อยากพัฒนาภาษาอังกฤษอย่างเข้มข้นในช่วงเวลาอันสั้น เพราะต้องไปเรียนกับเจ้าของภาษาจริง ๆ ในสภาพแวดล้อมที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษจริง ๆ
  • Academic Summer School อันนี้จะคล้าย ๆ กับการไปเรียนพิเศษ เช่น ไปเรียน IGCSE หรือ A-level ล่วงหน้า ซึ่งหลาย ๆ คนบอกว่างั้นติวที่เมืองไทยก็ได้ แต่มันไม่เหมือนกันนะครับ เพราะคนที่จะมาสอนเราคือ Full Qualified Teacher ที่อังกฤษ เพราะฉะนั้นในเวลาแค่ไม่กี่สัปดาห์ เราจะได้ความรู้และประสบการณ์ในด้านการเรียนกลับไปมากมาย และทำให้เราเห็นภาพด้วยว่าการเรียนการสอนของโรงเรียนดี ๆ ในประเทศอังกฤษนั้นเป็นอย่างไร
  • Career Summer School อันนี้น่าสนใจมาก ๆ ซึ่งมีความคล้ายกับ Academic Summer School คือเน้นไปที่การเรียน แต่อันนี้จะพิเศษตรงที่จะเจาะลึกไปที่อาชีพต่าง ๆ ที่เราสนใจเลย เช่น ถ้าเราเลือก Career Summer School ที่เป็นด้าน Engineering การเรียนของเราที่นั่นก็จะมีวิชาที่เกี่ยวกับ Math, Physics เป็นหลัก แต่มีวิชาเฉพาะทางของ Engineering เสริมเข้าไปด้วย แถมบางที่ยังมีพาไปทำ Work Experience เพื่อให้เห็นประสบการณ์การทำงานจริงด้วยครับ
  • University Preparation Summer School อันนี้จะเป็นแนวฝึก skills ต่าง ๆ รวมถึงการเตรียมตัวสร้าง profile ที่จะใช้สมัครเข้ามหาวิทยาลัย เช่น ฝึกเขียน Personal Statement ฝึก Interview ฝึกการ Debate ฝึกการทำ Presentation ต่าง ๆ เป็นต้น
  • Life Experience Summer School อันนี้จะพิเศษมาก ๆ ตรงที่เป็นการฝึกทักษะการใช้ชีวิตต่าง ๆ การทำกิจกรรมที่หาทำได้ยากในสถานการณ์ปกติ อย่างการไปล่องเรือ ปีนเขา เดินป่า ซึ่งนอกจากจะได้ความสนุกสานแล้วยังได้ฝึก skills ที่สำคัญหลาย ๆ อย่างเช่น เรื่องของการทำงานเป็นทีม (Teamwork) ภาวะผู้นำ (Leadership) การตัดสินใจ (Decision Making) ฯลฯ

ในความเป็นจริง อาจมี Summer School ที่อังกฤษที่เป็นประเภทอื่น ๆ อีก และอาจมี Summer School ของบางที่ที่เป็นการผสมกันระหว่าง Summer School หลาย ๆ ประเภท วิธีเลือกก็คือเราดูเป้าหมายของเราก่อนว่าเราต้องการอะไร แต่ถ้าจะแนะนำคร่าว ๆ อาจแบ่งได้ตามช่วงวัยแบบนี้ครับ

  • ก่อนขึ้น Year 10 ควรเน้นไปที่ English Summer School กับ Academic Summer School เพื่อเสริมฐานทางภาษาอังกฤษและวิชาการให้แน่น
  • ก่อนขึ้น Year 11 ควรเน้นไปที่ Academic Summer School กับ Career Summer School โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวหลัง เพราะเด็ก ๆ จะได้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการเลือกวิชาเรียนต่อในระดับ A-level และ IB ล่วงหน้า และจะได้เริ่มค้นคว้าให้ลึกขึ้นในสายอาชีพที่ตัวเองสนใจ
  • ก่อนขึ้น Year 12 และ Year 13 ควรเน้นไปที่ Career Summer School กับ University Preparation Summer School เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาชีพที่ตัวเองสนใจให้ลึกลงไปอีก และ ได้มีโอกาสเตรียมตัวในการสมัครมหาวิทยาลัยล่วงหน้าอีกด้วย
  • สำหรับทุกชั้นปี ถ้ามีโอกาสได้ไป Summer School ที่เป็น Life Experience Summer School สักครั้งก็จะดีมาก ๆ เพราะเป็นโอกาสอันดีที่จะได้เรียนรู้ skills การใช้ชีวิตจากกิจกรรมที่หาทำโดยทั่วไปได้ยาก

เราพบว่าเด็ก ๆ ที่สุดท้ายสอบเข้ามหาวิทยาลัยดี ๆ ระดับท็อปในอังกฤษได้นั้น ไป ส่วนใหญ่แล้วไป Summer School ที่อังกฤษทุกปี และในแต่ละปีที่เติบโตขึ้นนั้นก็เปลี่ยนประเภทของ Summer School ที่ไปให้สอดคล้องกับความต้องการในช่วงวัยนั้น ๆ ซึ่งสิ่งที่ทำให้เด็ก ๆ กลุ่มนี้ประสบความสำเร็จได้ในที่สุดนั้นก็คือ การที่เขาได้ไปเห็นกับตาตัวเองว่าการเรียนการสอนดี ๆ ที่อังกฤษนั้นเป็นอย่างไร

เป็นธรรมดาที่ถ้าเราไม่เคยไปไหนเลย เราก็จะเห็นแต่สิ่งที่เราทำอยู่ทุกวัน ๆ เราอาจจะคิดว่ามันดีพอแล้ว เราอาจจะคิดว่าเราไม่ต้องพยายามอะไรไปให้มากกว่านี้ แต่เด็ก ๆ ที่ออกไปเจออะไรใหม่ ๆ ทุกปีอย่างการไป Summer School ที่อังกฤษนั้น ทุกครั้งที่เขากลับมาเมืองไทย เขาจะเกิดแรงบันดาลใจใหม่ ๆ เพราะเขาได้ไปเห็นบางอย่างมา เขาจะมีเป้าหมายมากขึ้น เขาจะมีสิ่งที่อยากจะทำมากขึ้น เขามีเรื่องที่อยากจะเรียนรู้ให้มากขึ้น ที่สำคัญที่สุดคือ เขาจะตอบได้ด้วยตนเองว่าเขาจะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นทุกวัน ๆ ไปเพื่ออะไรกัน

แน่นอนว่า อาจไม่ใช่ Summer School ทุกที่ในอังกฤษที่ให้ผลลัพธ์ในเชิงบวกกับเด็ก ๆ แต่ก็แน่นอนอีกเช่นกันว่าเราเลือกได้ เพราะฉะนั้นก่อนจะตัดสินใจเลือก Summer School ไหนก็ตาม ให้ศึกษาหาข้อมูลให้ถ่องแท้ว่าแต่ละที่มีข้อดีอย่างไร มีจุดเด่นอย่างไร บางที่มหาวิทยาลัยเป็นคนจัด บางที่โรงเรียนเป็นคนจัด บางที่องค์กรธุรกิจเป็นคนจัด ก็ย่อมมีวัตถุประสงค์ที่ต่างกัน มีผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นได้ต่างกัน ทั้งนี้ผมและทีมงานมี Summer School ดี ๆ ในอังกฤษที่เรารู้จักมากมาย อยากให้ช่วยเลือกให้หรือไปเลือกมาแล้วมีข้อสงสัยอะไร สามารถเข้ามาคุยกันได้นะครับ

สุดท้าย ให้เริ่มวางแผนได้แล้วครับ เพราะ Summer School บางที่เริ่มเปิดรับสมัครแล้ว สำหรับปิดเทอม Summer Break July – August 2020 และบางที่ก็เต็มเร็วมาก ๆ เสียด้วย รีบติดต่อเข้ามาคุยกันนะครับ

ให้ช่วงปิดเทอม Summer Break ที่จะมาถึงนี้ เด็ก ๆ ได้ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่ากับการพัฒนาตัวเองด้วยการไป Summer School ที่อังกฤษกันเถอะนะครับ

แบ่งปันเรื่องราวนี้ :
error0

About the author

ตอนเด็ก ๆ ชอบเรียนเลขมาก จนไม่อยากเรียนวิชาอื่นเลย แต่ระบบบ้านเรามันไม่ตอบโจทย์ เราไม่มีอิสระเสรีที่จะทำอะไรแบบนั้นได้ พอได้มาเป็นครู ได้มาเจอหลักสูตรอังกฤษ ที่เด็ก ๆ เลือกเรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบได้อย่างแท้จริง จึงอินมาก ๆ และอยากให้คุณพ่อคุณแม่ทุกคนได้สนับสนุนลูก ๆ ให้ได้เลือกทางเดินของตัวเอง อย่างมีแผน และ อย่างถูกต้อง

Leave a Reply