เราจะทิ้งอะไร เอาไว้ในปีนี้ ?

CategoriesarticlesTagged ,

ใกล้จะหมดปีแล้วครับ อยากจะถามว่า ปีนี้เป็นปีที่ดีสำหรับทุกคนไหมครับ ?

บางคนอาจจะตอบว่าดี บางคนอาจจะตอบว่าไม่ดี บางคนอาจจะตอบว่ามันก็เหมือนเดิมทุก ๆ ปี ที่มันมีทั้งดีและไม่ดีปะปนกันไป อย่างไรก็ดี ปีเก่าจะผ่านไปเสมอ ปีใหม่ก็จะผ่านเข้ามาเสมอ เรื่องบางเรื่องเราก็จะต้องทิ้งมันไป เตรียมต้อนรับเรื่องใหม่ ๆ ที่มันจะผ่านเข้ามา หลาย ๆ คนใช้ปีใหม่เป็นจุดเริ่มต้นของความตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีขึ้น แต่บางคนก็อาจจะมองว่ามันก็แค่อีกหนึ่งปีที่ผ่านไป ไม่ได้มีอะไรสำคัญขนาดนั้น

เอาเป็นว่าถ้าไหน ๆ จะลองกันสักตั้ง ปีใหม่นี้จะต้องดีกว่าเดิม เราควรจะทิ้งอะไรไว้ข้างหลังแล้วไม่เอาติดตัวไปในปีหน้าบ้าง สิ่งเหล่านี้อาจพอเป็นแนวทางให้กับท่านผู้อ่านได้บ้างนะครับ

ปีนี้ชีวิตเรามีปัญหาเพราะเรื่องอะไรบ้าง ?

ลองนั่งนึก สำรวจย้อนไปตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันนี้ ในแต่ละวันที่ผ่านมา ชีวิตเรามีปัญหาเรื่องอะไร เราถูกตำหนิเรื่องอะไร เราต้องเผชิญเหตุการณ์เลวร้ายอะไร เราเศร้าเสียใจกับเรื่องอะไร เรามีความทุกข์กับเรื่องอะไรบ้าง ลองนึกดูนะครับว่าเราเจอกับอะไรมาบ้าง

เราอาจจะถูกคุณพ่อคุณแม่ตามบ่นทุกวันเรื่องที่เราไม่ทำการบ้าน คำถามคือเราไม่ทำการบ้านจริง ๆ หรือไม่ เราอาจจะถูกคุณพ่อคุณแม่ดุเรื่องผลการเรียนในโรงเรียนที่ไม่ดี คำถามคือแล้วผลการเรียนมันออกมาไม่ดีจริง ๆ หรือไม่ เราอาจจะถูกคุณพ่อคุณแม่ว่าเราเรื่องที่เราเอาแต่เล่นเกม ติดแชท ดู Youtube คำถามคือแล้วเราเป็นอย่างนั้นจริง ๆ หรือไม่ คำถามต่อมาคือแล้วปีใหม่นี้เราต้องทำอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นอีก

แน่นอนครับว่ามันคือการแก้ที่นิสัย ถ้าเราโดนบ่นเรื่องทำการบ้าน งั้นเราก็ทำการบ้านได้ไหม ถ้าเราโดนดุเรื่องผลการเรียน งั้นเราก็ตั้งใจเรียนขึ้นได้ไหม ถ้าเราโดนว่าเรื่องเอาแต่เล่นเกม ติดแชท ดู Youtube งั้นเราทำหน้าที่เราให้ดีก่อนแล้วเวลาเหลือเราค่อยทำเรื่องเหล่านั้นได้ไหม

ถ้าเราสังเกตตัวเองดี ๆ เราจะพบว่าที่ชีวิตเรามีปัญหา ที่เรารู้สึกว่ามันไม่ได้ดั่งใจนั้น มันไม่ได้จู่ ๆ ก็เกิดขึ้นมา มันมีสาเหตุทั้งนั้น ตั้งสตินั่งคิดดี ๆ เราจะหาสาเหตุนั้นเจอ เมื่อหาเจอเราจะรู้ทางออก เมื่อรู้ทางออกเราก็แค่ลงมือทำ จากปัญหาทั้งหมดที่กล่าวมา ถ้าเราบอกว่าการแก้ปัญหาก็คือคุณพ่อคุณแม่ต้องเลิกบ่น นั่นไม่ใช่การแก้ปัญหา เพราะการแก้ปัญหาต้องแก้ที่ตนเอง ไม่ใช่ไปบอกให้คนอื่นเขาแก้ครับ

ในมุมของคุณพ่อคุณแม่เองก็เช่นเดียวกัน ถ้าปีนี้เป็นปีที่ลูกดื้อที่สุด เป็นปีที่เถียงกับลูกมากที่สุด เป็นปีที่ต้องเสียน้ำตามากที่สุดเพราะลูกไม่เชื่อฟัง ลองกลับมามองตัวเองครับว่ามีอะไรที่เป็นเบื้องหลังมากกว่านั้นหรือไม่ ที่ทำให้ลูกไม่เชื่อฟัง

เวลาเราเห็นเขาทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เราปล่อยให้อารมณ์โกรธครอบงำแล้วดุเขาว่าเขาเพราะเราไม่พอใจ หรือ เราพยายามพูดคุยกับเขาด้วยเหตุด้วยผลและความห่วงใย ปกติแล้วเราทำสิ่งไหนมากกว่ากัน แทนที่จะสั่งให้เขาทำการบ้าน อ่านหนังสือ เลิกเล่นเกม เราเคยนั่งคุยกับเขาด้วยเหตุด้วยผลไหมว่าทำไมเขาต้องทำการบ้าน ทำไมเขาต้องอ่านหนังสือ ทำไมเขาควรเล่นเกมให้มันน้อยลง เราเป็นห่วงเขา แต่การแสดงออกของเรา ทำให้เขารับรู้ได้หรือไม่ว่าเราเป็นห่วงเขาจริง ๆ

หากลองพิจารณาดูสักนิด เราจะเห็นว่าจริง ๆ แล้วปัญหาบางอย่างมันไม่ได้ใหญ่โต แค่เราต้องจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้นให้ถูกต้อง อารมณ์โกรธ คำสั่ง หรือการบังคับ ไม่สามารถใช้ได้ผลเสมอไป ถ้าได้ผล มันได้ผลเพียงเพราะว่าเขากลัวโดนคุณพ่อคุณแม่ดุเขาว่าเขา แต่มันอาจไม่เคยแก้ปัญหาที่แท้จริงเพราะไม่เคยได้นั่งคุยกันแบบเปิดใจเลย

ทุกปัญหาที่เกิดขึ้นในปีนี้ ถ้าเราทบทวนตัวเองดี ๆ เราจะพบว่าสาเหตุทั้งหมดเกิดจากตัวเราเอง เพราะฉะนั้นถ้าจะแก้ไข ต้องแก้ที่ตัวเราเอง เมื่อตัวเองแก้ไขได้แล้วอย่างถูกต้อง คนอื่นที่เกี่ยวข้อง เหตุการณ์ต่าง ๆ สิ่งแวดล้อมทั้งหลายจะค่อย ๆ ดีขึ้นอย่างที่มันควรจะเป็น เพราะฉะนั้น ถ้าปีนี้เราเคยเป็นสาเหตุของปัญหาชีวิตใด ๆ ของตัวเองก็ตาม เราจะทิ้งมันไว้ แล้วเรียนรู้ แล้วทำให้ดีขึ้นในปีใหม่กันครับ

ปีนี้ชีวิตเราเจอเรื่องดี ๆ อะไรบ้าง ?

ปีนี้อาจจะเป็นปีที่เราทำคะแนนสอบได้อย่างดีเยี่ยม ปีนี้อาจจะเป็นปีที่คุณพ่อคุณแม่ดีใจกับความสำเร็จหลาย ๆ อย่างของลูก แม้ว่าเรื่องดี ๆ และความสำเร็จจะเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่สิ่งเหล่านี้เราทุกคนควรเตือนตัวเองอยู่เสมอว่ามันคือเรื่องของความไม่แน่นอน

ชีวิตคนเรามีขึ้นมีลง สอบครั้งนี้ได้คะแนนเต็ม สอบครั้งหน้าอาจทำไม่ได้เลย ปีนี้ลูกได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมาย ปีหน้าลูกอาจพลาดทุกรางวัลที่ควรจะได้ ตรงนี้ไม่ได้บอกว่าเราควรมองโลกในแง่ร้าย แต่เป็นการบอกว่าเราควรมองโลกตามความเป็นจริง การมองโลกตามความเป็นจริงคือ ยอมรับได้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เรื่องดี ๆ เกิดขึ้น ดีใจได้ จากนั้นก็ทำหน้าที่กันต่อไป เรื่องร้าย ๆ เกิดขึ้น เสียใจได้ จากนั้นก็ทำหน้าที่กันต่อไป เรื่องราวมันก็แค่นั้น

ถ้าปีนี้เป็นปีที่เราสอบได้คะแนนดี อันเป็นผลมาจากการตั้งใจเรียน สิ่งที่ควรนำติดตัวไปคือความตั้งใจเรียน ความพยายาม ถ้าเราเคยขยัน เราก็ขยันต่อไป ถ้าเรารู้จักที่จะทำหน้าที่ เราก็ตั้งใจทำหน้าที่ต่อไป ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร นั่นอาจเป็นเรื่องที่เราควบคุมไม่ได้ทั้งหมด ถ้าเคยมีสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตเราแล้ว เราอย่าไปคาดหวังว่ามันจะต้องเกิดแบบนี้ตลอดไป เพราะมันจะทำให้เราเจ็บปวดถ้าอะไร ๆ ไม่เป็นอย่างที่ใจหวัง เราแค่ทำสาเหตุให้ดี ๆ คือตั้งใจ พยายาม ขยัน และทำหน้าที่ เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว

ถ้าปีนี้เป็นปีที่คุณพ่อคุณแม่ได้ภาคภูมิใจกับความสำเร็จของลูก อันเป็นผลมาจากการให้กำลังใจเขาอย่างสม่ำเสมอ ปีนี้ไม่ว่าลูกจะประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหนก็ตามหรือแม้กระทั่งไม่ประสบความสำเร็จอะไรเลย คุณพ่อคุณแม่ยังคงต้องเป็นหน่วยสนับสนุนและให้กำลังใจเขาต่อไป การให้กำลังใจคือสาเหตุ เราจะได้ดีใจกับสิ่งที่ลูกทำสำเร็จหรือไม่นั่นคือผลลัพธ์ซึ่งเราไม่อาจควบคุมได้ สิ่งที่จะเอาติดตัวตามไปในปีใหม่ได้คือการทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่เท่านั้นเอง

ใช้โอกาสนี้ทบทวนเรื่องราวดี ๆ ที่เกิดขึ้นในปีนี้ครับ มองให้ออกว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร สาเหตุคืออะไร แล้วตั้งใจที่จะทำสิ่งนั้นต่อให้ดีที่สุดในปีหน้า ไม่ต้องคาดหวังว่าผลลัพธ์จะยอดเยี่ยมเหมือนปีนี้ไหม มันอาจจะยอดเยี่ยมมากกว่าเดิม เท่าเดิม หรือน้อยกว่าเดิม เราไม่สามารถควบคุมมันได้จริง ๆ ถ้าเอาตัวเราไปผูกกับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ เราจะกลายเป็นทุกข์เปล่า ๆ เพราะฉะนั้นมุ่งมั่นที่จะทำให้ดีที่สุดในสิ่งที่ทำได้ ก็เพียงพอแล้วครับ

สรุปแล้ว เราจะทิ้งอะไรเอาไว้ในปีนี้บ้าง ?

ทิ้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครับ เก็บมันไว้เป็นความทรงจำก็พอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องร้าย หรือเรื่องดี เรียนรู้จากมัน เรื่องร้าย ๆ ที่เกิดขึ้นเกิดจากอะไร เรียนรู้ แล้วไม่ทำมันอีก เรื่องดี ๆ ที่เกิดขึ้นเกิดจากอะไร เรียนรู้ แล้วทำมันซ้ำอีกในปีหน้า ถ้าจะเอาติดตัวไป ก็เอาไปแค่นิสัยที่ถูกต้องที่เป็นสาเหตุที่ดีที่จะทำให้ชีวิตดีขึ้น ถ้าจะทิ้งเอาไว้ก็คือนิสัยบางอย่างที่ขัดขวางเรื่องดี ๆ ในชีวิตเอาไว้

สุดท้ายจะรอยยิ้มหรือบาดแผลที่เกิดขึ้นกับชีวิต มันเกิดขึ้นแล้วมันก็จะผ่านไป สุดท้ายแล้วก็จะต้องทิ้งมันทั้งหมด ที่สุดของที่สุดแล้วขอให้หมั่นสำรวจตัวเองและเรียนรู้ตัวเองอยู่เสมอว่าสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากอะไร แล้วจะทำอย่างไรต่อไป ก็ขึ้นกับการตัดสินใจของตัวเราเอง ณ วินาทีนั้นครับ

ต่อจากนี้ ไม่ต้องรอถึงปีใหม่แล้ว เรามีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้นได้เสมอในทุกวัน ทุกเวลา ทุกวินาที ทันทีที่รู้สึกตัว แล้วเริ่มลงมือทำสิ่งที่สมควรทำ ขอให้ทุกคนมีชีวิตที่ยอดเยี่ยมครับ

แบ่งปันเรื่องราวนี้ :
error0
Tweet 20
fb-share-icon20

About the author

ตอนเด็ก ๆ ชอบเรียนเลขมาก จนไม่อยากเรียนวิชาอื่นเลย แต่ระบบบ้านเรามันไม่ตอบโจทย์ เราไม่มีอิสระเสรีที่จะทำอะไรแบบนั้นได้ พอได้มาเป็นครู ได้มาเจอหลักสูตรอังกฤษ ที่เด็ก ๆ เลือกเรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบได้อย่างแท้จริง จึงอินมาก ๆ และอยากให้คุณพ่อคุณแม่ทุกคนได้สนับสนุนลูก ๆ ให้ได้เลือกทางเดินของตัวเอง อย่างมีแผน และ อย่างถูกต้อง

Leave a Reply