COVID-19 : เราสอนอะไรลูกได้บ้าง ?

CategoriesarticlesTagged ,

คุณพ่อคุณแม่เครียดไหมครับ ?

กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ที่กำลังเกิดขึ้น ผมเชื่อว่าในช่วงเวลาแบบนี้คุณพ่อคุณแม่ย่อมมีความกังวลเป็นธรรมดา เพราะเป็นเรื่องที่เราทุกคนยังตอบไม่ได้ว่าสุดท้ายแล้วทิศทางจะเป็นอย่างไร หรือ จะไปจบลงที่ไหน ยิ่งตามข่าวสารต่าง ๆ ยิ่งเกิดความเครียดสับสน เพราะมีทั้งเรื่องจริงและเรื่องไม่จริงปนเปกันไปหมด จนบางท่านถึงกับทำตัวไม่ถูกว่าควรจะใช้ชีวิตกันแบบไหนถึงจะถูกต้อง

อย่างไรก็ดี หากเรามองวิกฤตที่เกิดขึ้นนี้ให้เป็นโอกาส เราจะสามารถสอนลูกได้มากมายหลายเรื่องเลยครับ ผมจะขอยกตัวอย่างสัก 6 เรื่องก็แล้วกันครับ ได้แก่ สุขลักษณะพื้นฐาน การใส่ใจความเป็นไปของผู้อื่น วิทยาศาสตร์ในชีวิต ธุรกิจที่รอดและร่วง ภาวะผู้นำและนโยบายของแต่ละประเทศ และ การยอมรับความจริง

สุขลักษณะพื้นฐาน

แม้ก่อนหน้าที่จะมีการระบาดของ COVID-19 เกิดขึ้น การล้างมือให้สะอาดก็เป็นสิ่งที่สมควรทำอยู่แล้ว แต่เชื่อไหมครับว่าเด็ก ๆ หลาย ๆ คนไม่เคยเห็นความสำคัญของเรื่องนี้ ไปหยิบจับอะไรมา ก็หยิบขนมหยิบอาหารเข้าปาก โดยไม่ได้รู้เลยว่ามีความเสี่ยงต่อเชื้อโรคอะไรบ้าง

คุณพ่อคุณแม่สามารถอธิบายให้ลูก ๆ เห็นได้ในช่วงนี้ว่า การไม่ล้างมือมีความเสี่ยงต่อการติดโรคได้อย่างไร นั่นจะทำให้เขาเข้าใจได้มากขึ้นด้วยว่า ที่ผ่านมาถ้าบางทีไม่สบาย บางทีท้องเสีย มันก็อาจจะเกิดจากการที่ไม่รักษาความสะอาดขั้นพื้นฐานอย่างเช่นการล้างมือนี่แหละครับ ยิ่งถ้าเป็นช่วงนี้ จะยิ่งทำให้เขาเห็นได้เลยว่า การไม่ล้างมือ การไม่มีสุขลักษณะพื้นฐานที่ดี จะเพิ่มความเสี่ยงในการติดโรคที่ความรุนแรงได้มากแค่ไหน

การใส่ใจความเป็นไปของผู้อื่น

ในสังคมของเรามีคนมากมายที่ไม่สบาย มีอาการไอจาม แต่ไม่ป้องกันตนเอง ไอจามไม่ปิดปาก ไม่สวมหน้ากากอนามัย ไม่หาทางป้องกัน แสดงให้เห็นถึงการที่ไม่ได้ใส่ใจความเป็นไปของผู้อื่น

คุณพ่อคุณแม่สามารถชี้ให้ลูกเห็นได้ด้วยการยกตัวอย่างว่า หากลูกไม่สบาย ลูกมีเชื้อโรคที่อันตรายอยู่ในร่างกาย ลูกอาจจะแข็งแรงดี ลูกอาจจะไม่เป็นอะไร แต่ถ้าลูกไม่ป้องกัน ลูกไม่สวมหน้ากากอนามัยเวลาไม่สบาย ลูกไอจามไม่ปิดปาก นั่นคือลูกแพร่เชื้อให้กับผู้อื่นโดยไม่ได้ตั้งใจ สุดท้ายคนที่รับเชื้อไปก็ติดโรค หากเขาเป็นคนที่ร่างกายอ่อนแอ ก็อาจไม่สบายหนัก หรือถ้ารุนแรงที่สุดคืออาจถึงขั้นเสียชีวิต ทั้งหมดนี้เกิดจากการที่เราไม่ใส่ใจความเป็นไปของผู้อื่น

การทำให้เขาเห็นเหตุและผลที่ต่อเนื่อง ว่าเมื่อทำอย่างนี้จึงเกิดผลแบบนี้ เมื่อเกิดสิ่งนี้จึงมีสิ่งนี้ จะทำให้เขาเข้าใจได้มากขึ้นว่า ทำไมเขาถึงต้องประพฤติตนให้เป็นสมาชิกที่ดีของสังคม ด้วยการใส่ใจความเป็นไปของผู้อื่นครับ

วิทยาศาสตร์ในชีวิต

เด็กส่วนมาก พอได้ยินเขาบอกกันว่า ให้ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ในระยะเวลาที่นานพอสมควร บางคนก็จำแล้วก็ทำตาม ๆ กันไป ซึ่งการขาดความเข้าใจที่มาที่ไปที่ถูกต้อง ก็อาจนำมาซึ่งความเข้าใจผิดเช่น งั้นไม่ต้องใช้สบู่ก็ได้ หรือ งั้นไม่ต้องล้างนาน ๆ ก็ได้

คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้โอกาสนี้ชวนลูกคุยเรื่องที่เป็นวิทยาศาสตร์ เช่น โครงสร้างของไวรัส ว่าไวรัสมีลักษณะเป็นอย่างไร แล้วก็จะนำไปสู่คำตอบที่ว่า ทำไมมันถึงถูกทำลายได้ด้วยการล้างมือด้วยสบู่ แล้วทำไมถ้าไม่มีสบู่ถึงฆ่ามันไม่ได้ และทำไมต้องล้างมือให้นานพอควร ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถที่จะลองถามความคิดเห็นของเขา แล้วให้เขาลองค้นหาข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ดู ก็จะเป็นการเพิ่มทักษะในการค้นคว้าไปในตัวอีกด้วย

หรืออย่างเรื่องที่ว่าโรคนี้ทำให้ปอดอักเสบ คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถชวนเขาคิดต่อยอดได้ว่า การอักเสบคืออะไร เกิดจากอะไร แล้วก็ทำเช่นเดิมคือให้เขาลองค้นคว้าหาข้อมูลดู แล้วเอาข้อมูลมานั่งคุยกัน การฝึกเขาในลักษณะนี้จะทำให้เขาไม่เป็นคนเชื่ออะไรง่าย ๆ แต่จะเชื่ออะไรจากการค้นหาข้อมูลและหลักฐานประกอบเป็นอย่างดีแล้วเท่านั้น ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญสำหรับอนาคตมาก ๆ ครับ

ธุรกิจที่รอดและร่วง

จากสถานการณ์ COVID-19 ที่เกิดขึ้น มีหลายธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรง บางอย่างก็ทางอ้อม ในขณะที่บางธุรกิจก็เติบโตเป็นอย่างมาก คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้โอกาสนี้ ตั้งคำถามให้ลูกลองวิเคราะห์ดูว่า ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบหนัก ๆ ในช่วงนี้คือธุรกิจแบบไหน และที่ได้รับผลกระทบนั้นเป็นเพราะอะไร ในทางตรงกันข้าม ก็สามารถตั้งคำถามกับเขาได้ว่า แล้วธุรกิจที่น่าจะเจริญเติบโตได้ดีในช่วงนี้ คือธุรกิจแบบไหน

นอกจากนี้ คุณพ่อคุณแม่สามารถชวนเขาคุยต่อไปได้ว่า ถ้าสมมติว่าลูกเป็นเจ้าของธุรกิจที่กำลังประสบปัญหาที่มาจากผลกระทบของ COVID-19 เขาจะตัดสินใจทำอย่างไรบ้างเพื่อทำให้ธุรกิจยังคงไปรอดได้ในช่วงนี้ หรือ ทำให้ธุรกิจพลิกจากธุรกิจที่ร่วงกลายเป็นธุรกิจที่เจริญก้าวหน้าสวนกระแสคนอื่นเขา

การพูดคุยกันในลักษณะนี้ จะเป็นการฝึกความคิดสร้างสรรค์ ฝึกการแก้ปัญหา ซึ่งก็เป็นอีกทักษะที่มีความสำคัญมาก ๆ ในวันที่เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ครับ

ภาวะผู้นำและนโยบายของแต่ละประเทศ

ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ทุกคนจะได้เห็นนโยบายของแต่ละประเทศที่หลากหลาย ได้เห็นภาวะผู้นำของผู้นำแต่ละประเทศ ได้เห็นความเด็ดเดี่ยว ทักษะในการแก้ปัญหา การรับมือกับกระแสสังคม และอีกหลาย ๆ อย่างมาก ๆ

การที่คุณพ่อคุณแม่จะชวนลูก ๆ คุยในช่วงนี้ เพื่อเปรียบเทียบว่าแต่ละประเทศมีแนวทางการจัดการกับเรื่อง COVID-19 อย่างไร แล้วผู้นำแต่ละประเทศมีกลยุทธ์ที่แตกต่างกันไปอย่างไร จะทำให้เขาได้หัดใช้ความคิดเพื่อสร้างมุมมองที่กว้างขึ้น เขาอาจเกิดข้อสงสัยว่า ทำไมประเทศนี้ทำแบบนี้ แต่อีกประเทศทำแบบนั้น ซึ่งนี่ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะการหัดตั้งคำถาม จะทำให้เขาพยายามที่จะหาคำตอบ และนั่นก็เป็นการเรียนรู้ที่ดีแบบหนึ่งครับ

คุณพ่อคุณแม่อาจตั้งคำถามกับเขาต่อก็ได้ครับว่า ถ้าเขาเป็นผู้นำสักประเทศหนึ่งที่กำลังเกิดวิกฤตขึ้นตอนนี้ เขาจะทำอย่างไร เขาจะตัดสินใจอย่างไร ที่จะพาให้คนทั้งประเทศรอดพ้นจากสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไปได้

การยอมรับความจริง

แน่นอนว่าสถานการณ์แบบนี้ ทุกคนย่อมใช้ชีวิตลำบากขึ้น ไปไหนที่คนเยอะ ๆ ต้องใส่หน้ากากอนามัย ทำอะไรก็ต้องล้างมือ ร้านค้าที่ชอบไปบ้างร้านก็ปิด ร้านอาหารที่ชอบทานก็ไม่เปิด โรงเรียนก็เริ่มไม่ได้ไป เรียนหนังสือก็ต้องเรียนออนไลน์แทน ไปเที่ยวต่างประเทศก็ไม่ได้ และอื่น ๆ อีกหลายอย่างที่ทุกคนรู้สึกว่าชีวิตตัวเองไม่เหมือนเดิม

คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้โอกาสนี้ในการสอนลูกให้รู้จักยอมรับความจริง ว่าเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว การไปนั่งเศร้าเสียใจกังวลใจทุกข์ใจมันไม่เกิดประโยชน์อะไร หากแต่การยอมรับความจริงว่ามันเกิดขึ้นแล้ว แล้วเราจะอยู่กับมันอย่างยอมรับอย่างไร นี่ต่างหากคือทักษะที่ลูกควรจะมีติดตัวไปในวันข้างหน้า

คุณพ่อคุณแม่สามารถชวนคุยให้เขาเห็นความจริงได้ว่า ไม่ว่าสุดท้ายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเป็นอะไร คนเดียวในโลกที่จะทำให้มันเป็นเรื่องที่ดี ที่แย่ หรือ ที่เฉย ๆ ได้ คือตัวเราเอง คือความคิดของเราเองทั้งนั้น เมื่อคิดได้ดังนี้แล้ว ที่เหลือก็คือใช้ชีวิตไปอย่างยอมรับ ด้วยความไม่ประมาท

กับโรคระบาดที่กำลังเกิดขึ้น สิ่งที่ป้องกันตัวได้คือป้องกัน สิ่งที่ทำอะไรไม่ได้ก็ยอมรับมัน สอนลูกให้ทำให้ดีที่สุดและยอมรับกับผลที่เกิดขึ้น ในวันข้างหน้าถ้าเขาต้องเผชิญกับเหตุการณ์เลวร้ายอะไรอีก เขาจะได้อยู่ได้ อย่างเข้าใจครับ

ในวิกฤตย่อมมีโอกาส และโอกาสที่ว่า ก็คือโอกาสที่จะได้สอนลูกในหลาย ๆ เรื่องนี่แหละครับ สุดท้ายเราทุกคนจะผ่านมันไปด้วยกัน และได้รับประโยชน์มหาศาลจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นครับ

About the author

ตอนเด็ก ๆ ชอบเรียนเลขมาก จนไม่อยากเรียนวิชาอื่นเลย แต่ระบบบ้านเรามันไม่ตอบโจทย์ เราไม่มีอิสระเสรีที่จะทำอะไรแบบนั้นได้ พอได้มาเป็นครู ได้มาเจอหลักสูตรอังกฤษ ที่เด็ก ๆ เลือกเรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบได้อย่างแท้จริง จึงอินมาก ๆ และอยากให้คุณพ่อคุณแม่ทุกคนได้สนับสนุนลูก ๆ ให้ได้เลือกทางเดินของตัวเอง อย่างมีแผน และ อย่างถูกต้อง

Leave a Reply