ทำไมที่ UAL ต้องเรียน Foundation ก่อนขึ้นปี 1

CategoriesarticlesTagged , , ,

นอกจากความโด่งดังของ UAL หรือ University of the Arts London สำหรับคนที่อยู่ในวงการ Art แล้ว UAL ยังเป็นอันดับ 1 ของโลกในระดับ Bachelor Degree จากการจัดอันดับล่าสุดของ QS World Ranking ปีล่าสุด จึงปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือเป้าหมายของใครหลายคนที่สนใจการเรียนในด้านนี้

แต่หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้บางคนลังเลว่าจะเลือกเรียนที่ UAL ดีหรือไม่ก็คือ ได้ยินมาว่าก่อนจะเข้าไปเรียนปี 1 ได้ จะต้องเรียน Foundation ก่อนเป็นเวลา 1 ปีเสมอ ความจริงเป็นเช่นนั้นหรือไม่ มาหาคำตอบในบทความนี้กันครับ

บางคอร์สต้องเรียน Foundation ก่อน บางคอร์สก็เข้าปี 1 ได้เลย

ใน UAL นั้นแบ่งเป็น 6 Colleges ย่อย เรียกได้ว่าเป็น Art Schools ย่อย ๆ ที่มีความโดดเด่นในคอร์สที่แตกต่างกัน ได้แก่

  • Central Saint Martins หรือรู้จักกันในชื่อของ CSM มีชื่อเสียงในเรื่องของ Fashion Design, Fine Art, Architecture
  • Chelsea College of Arts หรือเรียกย่อ ๆ ว่า Chelsea มีชื่อเสียงในเรื่องของ Product Design, Interior Design
  • Camberwell College of Arts หรือเรียกย่อ ๆ ว่า Camberwell มีชื่อเสียงในเรื่องของ Fine Art
  • Wimbledon College of Arts หรือเรียกย่อ ๆ ว่า Wimbledon มีชื่อเสียงในเรื่องของ Performing Art
  • London College of Fashion หรือรู้จักกันในชื่อของ LCF มีชื่อเสียงในเรื่องของ Fashion Design
  • London College of Communication หรือรู้จักกันในชื่อ LCC มีชื่อเสียงในเรื่องของ Communication Design

(หมายเหตุ : ที่ระบุว่า College ใดมีชื่อเสียงในเรื่องใด ไม่ได้หมายความว่าต้องไปเรียนคอร์สนั้นที่ College นั้นเท่านั้น บางคอร์สก็มีสอนในหลาย College แต่มีโครงสร้างหลักสูตรที่แตกต่างกันไป ควรพิจารณาว่าเราเหมาะกับที่ไหนมากกว่าก่อนตัดสินใจเลือก)

ซึ่งหลาย ๆ คอร์สใน College เหล่านี้ เมื่อเรียนจบระดับ High School แล้ว สามารถที่จะเข้าเรียนปี 1 ได้เลย ยกเว้นคอร์สของ CSM เช่น Fashion Design และบางคอร์สของ College อื่น ๆ ที่ระบุชัดเจนว่าหลังจบ High School แล้วต้องเรียน Foundation ก่อนเท่านั้น ทั้งนี้สามารถตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ของแต่ละคอร์สของ UAL

เพราะฉะนั้น ที่ว่าจะเรียนปี 1 ที่ UAL ต้องเรียน Foundation ก่อนเสมอ จึงเป็นความจริงสำหรับบางคอร์สเท่านั้น

ทำไมบางคอร์สถึงต้องให้เรียน Foundation ก่อน

Foundation ของทางสายงาน Art นั้นต่างจาก Foundation ของคอร์สอื่น ๆ ตรงที่ Foundation ของคอร์สอื่น ๆ มักถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปรับพื้นฐานให้กับนักเรียนที่เรียน High School มาจากระบบที่มีโครงสร้างแตกต่างจากระบบอังกฤษ หรือ นักเรียนที่เรียนระบบอังกฤษมาแต่ยังมีผลการเรียนที่ไม่สูงพอที่จะพิสูจน์ได้ว่าจะสามารถเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพในระดับ Bachelor Degree ส่วน Foundation ของทางสายงาน Art นั้น จะเน้นเรื่องของการต่อยอดทักษะ (Skills) และประสบการณ์ (Experience) จากระดับ High School และการหาตัวตน ความชื่นชอบ ความหลงใหล (Passion) ในสายงาน Art ให้ลึกยิ่งขึ้น ก่อนที่จะเริ่มเรียนในระดับปี 1 จริง ๆ

ยกตัวอย่างเช่น Foundation ของ UAL นั้นจะมี 2 คอร์สให้นักเรียนเลือกคือ Foundation ของ CSM และ Foundation ของ CCW (ย่อมาจาก Camberwell, Chelsea, Wimbledon) โดยทั้ง 2 คอร์สนี้ ใครที่สนใจทางด้าน Art แต่ยังไม่ชัดเจน หรือยังไม่มีความโดดเด่นที่มากพอในด้านใดด้านหนึ่ง จะได้เรียนในรูปแบบที่เรียกว่า Diagnostic Mode ก่อน ก็คือให้ใช้เวลา 1 ปีในการเรียน Foundation นี้ในการค้นหาตัวตนเองให้เจอว่าถ้าสุดท้ายต้องเลือกสายเฉพาะทางของทาง Art แล้วจะเลือกด้านไหน เพื่อให้สุดท้ายขึ้นเรียนต่อปี 1 ในด้านที่เฉพาะทางได้อย่างถูกต้อง

ส่วนใครทำให้กรรมการคัดเลือกของคอร์สนั้นเห็นได้ว่าตัวเองชัดเจนและมีความสามารถที่มากพอ ก็สามารถเรียน Foundation ในรูปแบบของ Specialist Mode ได้ ก็คือเลือกสายเฉพาะทางไปเลยตั้งแต่ปีที่เป็น Foundation ซึ่ง Foundation ของ CSM และ Foundation ของ CCW จะมี Specialist Mode ที่แตกต่างกันคือ

  • Foundation ของ CSM จะมี Specialist Mode 4 ด้านคือ
    • 3D Design and Architecture
    • Fashion and Textiles
    • Fine Art
    • Graphic Communication Design
  • Foundation ของ CCW จะมี Specialist Mode 3 ด้านคือ
    • Art
    • Communication
    • Design

ไม่อยากเสียเวลา 1 ปี ทำอย่างไรได้บ้าง

ถ้าเราสามารถพิสูจน์ได้ว่า Portfolio และฝีมือของเราตั้งแต่ระดับ High School รวมถึงความชัดเจนของเรานั้นเทียบเท่ากับระดับ Foundation อยู่แล้ว เราก็อาจจะลัดเข้าปี 1 ได้เลย แต่เท่าที่ทราบ แทบจะไม่มีใครที่ทำแบบนั้นได้ เว้นแต่ว่ามีแนวทางพิเศษที่ช่วยเพิ่มโอกาส ยกตัวอย่างเช่น

  • เข้าเรียน A-level ที่ International School of Creative Arts (ISCA) ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ก่อตั้งโดยอาจารย์จาก UAL เพื่อปั้นนักเรียนเข้า UAL ซึ่งวิธีการของโรงเรียนนี้ก็คือ
    • การให้เรียน Art อย่างน้อย 2 วิชาในระดับ A-level เพื่อให้นักเรียนมีทักษะ (Skills) และประสบการณ์ (Experience) ด้าน Art ที่เข้มข้น
    • ในปีที่ 2 ของการเรียน A-level จะมีการไปทำ Workshop ที่ CSM สัปดาห์ละ 1 ครั้งเพื่อเพิ่มฝีมือและการทำ Portfolio ในระดับ Foundation
    • และถ้าใครผ่านการสัมภาษณ์ได้รับ Offer จาก CSM ปิดเทอมสุดท้ายหลังเรียนจบ Year 13 ก็จะได้เรียนเนื้อหา Foundation แบบเข้มข้นอีก 13 สัปดาห์ จนทำให้เมื่อเรียนจบแล้ว จะมีคุณสมบัติเทียบเท่ากับคนที่เรียนจบ Foundation และสามารถเข้าเรียนปี 1 ได้โดยไม่ต้องเสียเวลาเพิ่มอีก 1 ปีในการเรียน Foundation อีก
  • การเรียน A-level กับโรงเรียนเดิมของตัวเอง ควบคู่กับการทำ Online Foundation Diploma ที่สอนโดย ISCA เป็นเวลา 2 ปี วิธีนี้ก็สามารถได้ผลลัพธ์เหมือน ๆ กับที่ไปเรียนที่ ISCA ได้เช่นกัน

อย่างไรก็ดี การไปเรียนที่ ISCA หรือการทำ Online Foundation Diploma กับ ISCA เป็นการเพิ่มโอกาสที่จะทำให้สามารถเข้าปี 1 ที่ CSM ได้หลังเรียนจบ High School แต่ไม่ใช่การรับประกันว่าจะเข้าได้อย่างแน่นอน การรับประกันแบบนั้นไม่มีอยู่จริง ทั้งหมดขึ้นกับความตั้งใจ ความทุ่มเท และ ความ Born to be ในสาย Art เป็นปัจจัยสำคัญ

สรุปแล้ว Foundation มีความจำเป็นและมีประโยชน์เป็นอย่างมาก สำหรับคอร์สที่ระบุไว้ว่าต้องเรียน Foundation ซึ่งประโยชน์ที่ผู้เรียนจะได้รับก็คือการได้ค้นหาตัวเองให้ชัดขึ้น และการขัดเกลาทักษะกับฝีมือให้พร้อม ก่อนที่จะเดินหน้าต่อในสาย Art ที่ตัวเองรักต่อไป

แต่ถ้าไม่ต้องการเสียเวลาเพิ่ม 1 ปีจริง ๆ ISCA ก็เป็นทางออกที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้เราได้ครับ

About the author

ตอนเด็ก ๆ ชอบเรียนเลขมาก จนไม่อยากเรียนวิชาอื่นเลย แต่ระบบบ้านเรามันไม่ตอบโจทย์ เราไม่มีอิสระเสรีที่จะทำอะไรแบบนั้นได้ พอได้มาเป็นครู ได้มาเจอหลักสูตรอังกฤษ ที่เด็ก ๆ เลือกเรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบได้อย่างแท้จริง จึงอินมาก ๆ และอยากให้คุณพ่อคุณแม่ทุกคนได้สนับสนุนลูก ๆ ให้ได้เลือกทางเดินของตัวเอง อย่างมีแผน และ อย่างถูกต้อง

Leave a Reply