Personal Statement ซึ่งเป็นการเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเองเพื่อเล่าให้ University ทราบว่า เรา Born to be อะไร เรามี Passion กับเรื่องไหน และเรามี Life Purpose เป็นอย่างไร เพื่อจะสมัครเข้าเรียน University ใน UK นั้น กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ คือเปลี่ยนจากการเล่าเรื่องทั้งหมดด้วย Essay 1 เรื่องความยาวไม่เกิน 4,000 ตัวอักษร ไปเป็นการตอบคำถามหลัก ๆ 3 ข้อแทน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ เด็ก ๆ รุ่นแรกที่จะต้องเจอคือรุ่นที่จะเข้า University ในปี 2026 หรือรุ่นที่กำลังเรียน Year 11 และ Grade 10 ณ ปัจจุบัน (บทความนี้เขียนเมื่อ January 2024)

3 คำถามที่ต้องตอบมีอะไรบ้าง และต้องตอบแบบไหน มาทำความเข้าใจกันล่วงหน้าเสียแต่เนิ่น ๆ กันครับ

คำถามที่ 1 : Motivation for the course : Why do you want to study these courses?

แรงจูงใจ ซึ่งหมายถึงเหตุผลที่เราอยากเรียนคอร์สนี้เพราะอะไรนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญเสมอ เพราะ University ที่ UK ต้องการคนที่มีความรักความชอบมีความหลงใหล หรือเรียกได้ว่ามี Passion ในสิ่งที่จะเข้าไปเรียน เพราะนั่นจะเป็นพื้นฐานที่ดีของการพัฒนา Skills ที่เกี่ยวข้องกับคอร์สนั้น ๆ ให้ไปสู่ระดับสูงสุดได้

เหตุผลที่เราควรเขียนลงไปนั้น จะเกี่ยวข้องกับสิ่งที่อยากทำในอนาคตก็ได้ หรือจะเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันก็ได้ว่าเราชอบการเรียนในสิ่งนี้จริง ๆ เราสนใจที่จะพัฒนา Skills ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้จริง ๆ ซึ่งเหตุผลที่ว่านั้นต้องเป็นเหตุผลที่มาจากตัวเองล้วน ๆ ไม่ได้มาจากปัจจัยอื่น ๆ เช่น คุณพ่อคุณแม่บอกให้เรียน ทั้ง ๆ ที่ตัวเองไม่ได้อยากเรียน หรือ เป็นกระแสสังคมเป็นเทรนด์ของโลกทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ไม่ได้สนใจ

สิ่งสำคัญสำหรับการตอบคำถามข้อนี้คือสิ่งที่เรียกว่า Evidence หรือหลักฐาน เราต้องแสดงให้เขาเห็นว่ามันไม่ใช่แค่ความอยากที่จะทำบางอย่างในอนาคต หรือแค่ความสนุกบางอย่างในปัจจุบัน แต่เราได้ทำการค้นคว้า หาข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว และรู้ได้ว่านี่คือสิ่งที่เหมาะสมสำหรับเราจริง ๆ สิ่งที่ University อยากรู้คือ เมื่อเราเริ่มรู้ว่าเราอยากจะเรียนทางด้านนี้แล้ว แล้วเราทำอย่างไรเพื่อพิสูจน์ตัวเองว่ามันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ

คำถามที่ 2 : Preparedness for the course : How has your learning so far helped you to be ready to succeed on these courses?

เป้าหมายของ University ที่ UK คือการเอาเราเข้าไปพัฒนา Skills ที่เกี่ยวข้องและจำเป็นกับการประสบความสำเร็จให้ไปถึงระดับสูงสุด เพราะฉะนั้นเขาจึงมองหาคนที่มีความ Born to be และ Skills พื้นฐานบางอย่างที่จะสามารถต่อยอดได้ สิ่งที่เขาอยากเห็นจากคำถามข้อที่ 2 คือ เรามีความพร้อมมากแค่ไหน โดยการดูจากสิ่งที่เราได้จากการเรียนในโรงเรียน หรือการเรียนอย่างมีแบบแผนทั่วไป

ในข้อนี้ หากเทียบกับ Personal Statement แบบเดิม ก็จะหมายถึงการเล่าถึงวิชาที่เราเรียนในระดับ A-level หรือ IB ว่าเราได้เรียนรู้อะไร เราสนใจในหัวข้อไหนเป็นพิเศษ และจากความสนใจตรงนั้น เราได้ทำอย่างไรกับมันต่อ เราอ่านหนังสืออะไรเพิ่ม เราลงมือค้นคว้าวิจัยอะไร เราสร้างสรรค์อะไรขึ้นมาเพิ่มเติม และพัฒนาตัวเองเพิ่มเติมอย่างไรจากสิ่งที่เราได้เรียนรู้นั้น สาระสำคัญของเรื่องนี้คือ เขาอยากเห็น Consequence of learning ของเราว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างสำหรับเส้นทางของการก้าวเข้าสู่คอร์สนี้และสายอาชีพนี้ของเรา

สิ่งที่ต้องระวังมาก ๆ ในการตอบคำถามข้อนี้คือ หลาย ๆ คนเมื่อพูดถึงหัวข้อที่ตัวเองสนใจจากการเรียนแล้ว มักยกเอาทฤษฎีหรือคำอธิบายของหัวข้อนั้น ๆ มาบรรยายลงใน Personal Statement ตรง ๆ ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่ University เขาอยากอ่าน สิ่งที่เขาอยากอ่านคือ ถ้าเราบอกว่าเราชอบเรื่องนี้ แล้วเราทำอย่างไรกับมันต่อ แบบนี้จึงจะเป็นการเล่าให้เขาได้เห็นความพร้อมของเราอย่างแท้จริงได้

คำถามที่ 3 : Preparation through other experiences : What else have you done to help you prepare, and why are these experiences useful

นอกเหนือไปจากการเรียนในโรงเรียน หรือการเรียนอย่างเป็นแบบแผนตามปกติแล้ว University ที่ UK เขาอยากเห็น Passion ที่ชัดเจนของเราว่า เราสนใจใคร่รู้ในสิ่งนี้อย่างไร จากกิจกรรมอื่น ๆ ที่เราทำนอกเหนือไปจากกิจกรรมปกติในโรงเรียน

ตรงนี้หลาย ๆ คนมักนึกไปถึง Extra curricular activities หรือกิจกรรมเสริมนอกเวลาเรียน อย่างเช่น การเล่นดนตรี การเล่นกีฬา การเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือสังคม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่ University ที่ UK ให้ความสนใจมากสักเท่าไร หากมันไม่ได้เกี่ยวข้องกับคอร์สที่เราจะสมัครเรียน

สิ่งที่เขาอยากเห็นมากกว่าคือสิ่งที่เรียกว่า Super curricular activities หรือ กิจกรรมที่สอดคล้องกับสิ่งที่เราอยากจะเรียนต่อ มีความเฉพาะตัว และต้องใช้ความพยายามและความสนใจเป็นอย่างสูงเพื่อจะเข้าร่วมหรือเพื่อจะทำมันขึ้นมา ยกตัวอย่างเช่น

  • Reading การอ่านหนังสือในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เราสนใจ (นอกเหนือไปจากหนังสือเรียน)
  • Research การค้นคว้าเพิ่มเติมในเรื่องที่เราสนใจ
  • Project การทำโครงการสร้างสรรค์ต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องที่เราสนใจ
  • Competition การประกวดแข่งขันเกี่ยวกับสิ่งที่เราสนใจ
  • Short course การเรียนรู้เพิ่มเติมจากแหล่งต่าง ๆ เกี่ยวกับสิ่งที่เราสนใจ
  • Summer school การไปร่วมคอร์สทั้งในและต่างประเทศที่เกี่ยวกับสิ่งที่เราสนใจ
  • Work experience การไปหาที่ฝึกงานเพื่อเพิ่ม Skills และ Experience ในสิ่งที่เราสนใจ

การที่คน ๆ หนึ่งได้ทำ Super Curricular Activities มากมายนั้น เป็นการแสดงให้ University เห็นได้ว่า เรามีความสนใจในด้านนั้นจริง ๆ อย่างไรก็ดี ในการตอบคำถามประเด็นนี้ จะไม่ใช่แค่การเขียนเล่าว่าเราไปทำอะไรมาบ้าง เพราะสิ่งที่เขาอยากอ่านจริง ๆ คือ ไปทำมาแล้ว ได้เรียนรู้อะไร ได้พัฒนาตนเองอย่างไร ได้ฝึก Skills อย่างไร และเกิดความคิดต่อยอดไปยังสิ่งต่าง ๆ ต่อไปอย่างไร ซึ่งหากสามารถเล่ารายละเอียดตามนี้ได้ ก็จะเป็นคนที่ Personal Statement มีความโดดเด่นเป็นอย่างมาก

คำแนะนำสำหรับการเตรียมตัว

คำแนะนำสำหรับการเตรียมตัว ในการตอบคำถาม 3 ข้อ สำหรับ Personal Statement แบบใหม่นี้ก็คือ ให้เริ่มลงมือลองตอบถามคำถามตั้งแต่เนิ่น ๆ ตอนนี้ใครอยู่ Year 11 ถ้าได้มาอ่านเรื่องนี้แล้ว ก็ลองเริ่มตอบคำถามทั้ง 3 ข้อดูว่าสามารถตอบได้หรือไม่

เมื่อพยายามตอบคำถามเป็นครั้งแรก สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ เราจะพบว่าเรายังตอบได้ไม่สมบูรณ์ และนั่นถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะเราจะรู้ว่าสิ่งที่เรายังขาดคืออะไร จะได้วางแผนในระยะเวลาที่เหลือเพื่อเติม Profile และ Evidence ต่าง ๆ ให้พร้อม เราก็จะสามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ในที่สุด

และไม่ใช่แค่ใครที่อยู่ Year 11 เท่านั้น สำหรับใครที่อยู่ Year 10 หรือ Year 9 เอง ถ้าได้ทำ Career Test แล้ว ได้รู้ตัวเองแล้วว่าสิ่งที่ Born to be มี Passion และสอดคล้องกับ Life Purpose ในชีวิตคืออะไร ก็สามารถลองเริ่มตอบคำถาม Personal Statement ทั้ง 3 ข้อนี้ได้เลย จะได้รู้ว่าสถานการณ์ของตัวเองนั้นอยู่ตรงไหน และจะได้รู้ว่าช่วงเปิดเทอมต้องทำอะไร และช่วงปิดเทอมต้องเพิ่มเติมอะไร จะได้วางแผนและลงมือทำต่อไป หากสนใจวางแผนอย่างละเอียดเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องทำในแต่ละปี เพื่อให้ตอบถาม Personal Statement ได้และเข้า Top University ที่ต้องการได้สำเร็จ สามารถพูดคุยกับทีม Consult ของ APSthai/Krutoo ได้เลยครับ

การรู้ตัวเองแต่เนิ่น ๆ การวางแผนที่ดี และการลงมือทำอย่างจริงจัง จะทำให้ความสำเร็จในการเข้า Top University ที่ UK นั้น เป็นของเราในที่สุด ขอเอาใจช่วยทุกคนครับ

APSthai : The Best Education In Your Own Version