ทุกคนก็อยากจะไปเรียนในมหาวิทยาลัยที่ดีและจบมาทำงานที่ตัวเองต่างปรารถนากันทั้งนั้น แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะไปถึงเป้าหมายที่ตัวเองต้องการได้ ไม่ใช่เพราะเด็กไม่มีความสามารถ แต่เพราะขาดการวางแผนที่ดี เมื่อเริ่มต้นไม่ถูกมาแล้ว พอถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจ ก็ไม่มีความรู้มากพอที่จะเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเองจริง ไม่มีประสบการณ์มากพอที่จะตอบคำถามตัวเองได้ว่าสิ่งที่ต้องการเลือกเพียงสิ่งเดียวคืออะไร เพราะฉะนั้นไม่ว่าเป้าหมายจะไปไกลแค่ไหนก็อาจจะหมดหวังได้ถ้าวางแผนไม่ดีและเริ่มไม่ถูกต้อง

เพราะมีความคุ้นชินกับหลักสูตรอังกฤษ และได้มีโอกาสไปเยี่ยมโรงเรียนดี ๆ ที่นักเรียนจากทาง APSthai ไปเรียน พบว่าความแตกต่างที่เจออย่างเห็นได้ชัดที่จะช่วยให้เราตัดสินใจได้ว่าโรงเรียนนี้มีการดูแลที่ดีเป็นอย่างไรด้วยกันทั้งหมด 3 ข้อด้วยกัน

1. คอยประกบนักเรียนอย่างใกล้ชิด

โดยส่วนใหญ่โรงเรียนที่ดี จะมีคุณครูที่ดูแลนักเรียนได้อย่างทั่วถึง รู้ถึงความต้องการและพัฒนาการของเด็กรายบุคคล และมีการประเมินผลอย่างแม่นยำ พร้อมทั้งสามารถส่งผลมาให้ทางผู้ปกครองและทางเราอย่างสม่ำเสมอ เช่น โรงเรียน Concord ที่จะส่งผลการเรียนและพัฒนาการของเด็กมาให้อย่างสม่ำเสมอ เมื่อเจอปัญหาทางเราและผู้ปกครองก็จะได้ช่วยกันทัน และการดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิดแบบนี้ ทำให้คุณครูสามารถเห็นความสามารถของนักเรียนได้เป็นอย่างดี จึงเป็นเหตุผลว่าถึงแม้จะเข้าเรียนได้ไม่กี่เดือน ทางโรงเรียนก็ทราบอย่างดีว่านักเรียนคนนี้ต้องส่งเสริมด้านไหน และต้องปรับปรุงอะไรบ้าง ทำให้เราและผู้ปกครองอุ่นใจว่ามีคนที่มีคุณภาพพร้อมจะดูแลแล้วอย่างแน่นอน

2. วางแผนการเรียนด้วยข้อมูลที่แม่นยำ

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าเมื่อคุณครูใกล้ชิดกับนักเรียนอย่างมาก ก็จะรู้อย่างดีว่านักเรียนแต่ละคนมีความต้องการอะไรบ้าง แต่นอกเหนือจากนั้นในบางโรงเรียนที่ดี จะมีนักจิตวิทยาหรือคุณครูที่คอยแนะแนวเข้ามาเพื่อพูดคุยกับนักเรียนอยู่เสมอ ตั้งแต่ก่อนเลือกวิชาในช่วง Year 9 ก็มีให้ทำแบบประเมินหรือที่ทาง APSthai เรียนว่า Career Test และนำผลมาใช้ในการพูดคุยกับนักเรียนถึงตัวเลือกที่เหมาะสมและวิชาที่เหมาะสมกับนักเรียนแต่ละคน หรือในช่วงที่จะขึ้นไปเรียรในระดับที่สูงขึ้นอย่าง A-Level เพื่อเตรียมตัวเข้ามามหาวิทยาลัย ทางคุณครูที่มีความเชี่ยวชาญก็จะช่วยประเมินว่านักเรียนแต่ละคนมี Career Path แบบไหน ช่วยเลือกวิชาให้เหมาะสมกับสิ่งที่นักเรียนอยากไป รวมไปถึงเตรียมตัวให้เหมาะสมกับมหาวิทยาลัยที่นักเรียนอยากไปด้วย เช่น ไปลองฝึกงานหรือหา Speaker ที่เหมาะสมในแต่ละสาขามาช่วยให้ความรู้กับนักเรียน นักเรียนจึงไม่พลาดที่จะไปต่อในหนทางของตัวเอง เพราะมีการวางแผนและประเมินมาอย่างดีแล้ว

3. กิจกรรมที่ส่งเสริมให้นักเรียนรู้จักตัวเอง

นอกเหนือจากความเป็นเลิศด้านวิชาการแล้ว สิ่งที่โรงเรียนที่ดีมีก็คือมีกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมให้เด็กค้นหาตัวเองให้เจออย่างเช่น กิจกรรมที่นอกเหนือจากห้องเรียน เช่นไปเรียนซัมเมอร์ ไปเข้าร่วมสัมมนา หากิจกรรมให้เด็กไปฝึกงาน หาบุคคลที่มีชื่อเสียงในแต่ละอาชีพมาให้ความรู้กับนักเรียนที่โรงเรียน กิจกรรมเหล่านี้เป็นสิ่งที่โรงเรียนที่ดีจะจัดเตรียมไว้ให้กับเด็กที่เข้าไปเรียนในโรงเรียนนั้น เพราะฉะนั้นเมื่อเราส่งเด็กให้ไปเรียนในโรงเรียนที่เขามีหลักสูตรและการดูแลนักเรียนที่ดีแบบนี้แล้วเราก็สามารถวางใจได้ ว่าเด็กจะสามารถไปในทางที่เขาต้องการได้จริง ๆ

ถ้ามีโอกาสที่ดี อยากให้พยายามพาตัวเองไปอยู่ในโรงเรียนที่สนับสนุนเราได้อย่างเหมาะสม แต่หากว่าไม่มีโอกาสได้เข้าไปโรงเรียนที่ดูแลเราได้ดีแบบที่กล่าวมาข้างต้น มาให้ APSThai ช่วยวางแผนการเรียนที่ดีที่สุดได้ค่ะ