การเรียนหมอในอังกฤษ ต้องมีการเตรียมตัวอย่างรอบคอบและตรงตามข้อกำหนดของมหาวิทยาลัยที่เราต้องการสมัคร นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่เราควรพิจารณาค่ะ
ขั้นตอนที่ 1: เตรียมพื้นฐานทางการศึกษา
- การสอบ A-levels หรือ IB: มหาวิทยาลัยใน UK ส่วนใหญ่จะรับนักเรียนที่สอบผ่าน A-levels โดยมีคะแนนดีในวิชาเคมี และอีกหนึ่งวิชาจากชีววิทยา ฟิสิกส์ หรือคณิตศาสตร์
วิชาที่สำคัญที่ควรเรียนและได้คะแนนดี ได้แก่
- เคมี (Chemistry) – เป็นวิชาหลักที่เกือบทุกหลักสูตรแพทยศาสตร์ใน UK กำหนดให้มีใน A Level ค่ะ
- ชีววิทยา (Biology) – มักเป็นวิชาที่แนะนำอย่างยิ่งหรือบังคับในหลาย ๆ มหาวิทยาลัยค่ะ
- คณิตศาสตร์ (Mathematics) – แม้จะไม่บังคับทุกที่ แต่ก็เป็นวิชาที่มีประโยชน์มากและเป็นที่แนะนำค่ะ
- ฟิสิกส์ (Physics) – เป็นอีกวิชาหนึ่งที่มีประโยชน์และอาจเป็นข้อกำหนดในบางมหาวิทยาลัยค่ะ
ขั้นตอนที่ 2: เตรียมการสอบคัดเลือก
- UKCAT (UK Clinical Aptitude Test) หรือ BMAT (BioMedical Admissions Test): การสอบเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญในการพิจารณาการเข้าศึกษาในหลักสูตรแพทยศาสตร์ บางมหาวิทยาลัยอาจจะต้องการคะแนนจากการสอบเหล่านี้ เราจึงต้องเตรียมตัวให้ดีค่ะ
UCAT (UK Clinical Aptitude Test)
1. ทำความเข้าใจกับรูปแบบข้อสอบ
UCAT ประกอบด้วยห้าส่วน: Verbal Reasoning, Decision Making, Quantitative Reasoning, Abstract Reasoning, และ Situational Judgement แต่ละส่วนมีเวลาจำกัดและรูปแบบข้อสอบเฉพาะค่ะ
2. ฝึกทำข้อสอบเก่า
ฝึกทำข้อสอบจาก UCAT Official Practice Tests และหนังสือเตรียมสอบต่าง ๆ เพื่อความคุ้นเคยกับรูปแบบและการบริหารเวลาค่ะ
3. พัฒนาทักษะการอ่านและการวิเคราะห์
การทำ Verbal Reasoning ต้องการการอ่านและทำความเข้าใจข้อความอย่างรวดเร็ว
4. ฝึกการคำนวณและการแก้ปัญหาเชิงตรรกะ
- Quantitative Reasoning ต้องการความสามารถในการคำนวณและใช้ข้อมูลเชิงตัวเลขในการตัดสินใจ
- Decision Making และ Abstract Reasoning ต้องการความสามารถในการแก้ปัญหาและการคิดเชิงนามธรรมค่ะ
5. เตรียมความพร้อมทางจิตใจ
ส่วน Situational Judgement ต้องการความเข้าใจและการตัดสินใจในสถานการณ์ต่าง ๆ ฝึกการตอบสนองตามหลักจริยธรรมค่ะ
BMAT (BioMedical Admissions Test)
1. รู้จักรูปแบบข้อสอบ
- BMAT มีสามส่วน: Aptitude and Skills, Scientific Knowledge and Applications, และ Writing Task
- Aptitude and Skills เน้นทักษะในการแก้ปัญหา
- Scientific Knowledge and Applications ต้องการความรู้ทางวิทยาศาสตร์ระดับ GCSE
- Writing Task ต้องการการเขียนบทความในหัวข้อที่กำหนด
2. ทบทวนความรู้วิทยาศาสตร์
- ทบทวนหลักสูตรวิทยาศาสตร์ระดับ GCSE โดยเฉพาะเคมี ฟิสิกส์ ชีววิทยา และคณิตศาสตร์ค่ะ
ฝึกทำข้อสอบเก่า
- ทำข้อสอบ BMAT เก่าและศึกษาแนวทางการตอบคำถามให้เหมาะสม
4. ฝึกการเขียน
- ฝึกเขียนบทความในหัวข้อที่หลากหลายและเรียนรู้การสื่อสารความคิดอย่างมีประสิทธิภาพ
5. จัดการเวลา
- ข้อสอบ BMAT มีเวลาจำกัด ดังนั้นควรฝึกการจัดการเวลาในการทำข้อสอบ
คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับการสอบทั้ง 2 อย่าง
- เริ่มเตรียมตัวแต่เนิ่น ๆ: การเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยลดความเครียดและทำให้มีเวลามากพอในการปรับปรุงจุดอ่อน
- ใช้แหล่งข้อมูลออนไลน์และหนังสือ: มีหลายแหล่งข้อมูลที่สามารถใช้ในการเตรียมตัว เช่น เว็บไซต์และแอปพลิเคชันฝึกทำข้อสอบ
- จำลองการสอบ: ลองทำข้อสอบเต็มในสภาพแวดล้อมที่คล้ายกับการสอบจริง เพื่อฝึกการจัดการเวลาและความเครียด
การเตรียมสอบ UCAT และ BMAT ต้องใช้ความพยายามและการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง โดยการรู้จักข้อสอบและการเตรียมตัวอย่างเป็นระบบจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสอบได้คะแนนดี
ขั้นตอนที่ 3: การสมัครผ่าน UCAS
- ระบบการสมัครเข้ามหาวิทยาลัยใน UK เรียกว่า UCAS (Universities and Colleges Admissions Service) โดยสามารถเลือกสมัครได้สูงสุด 4 หลักสูตรแพทยศาสตร์
ขั้นตอนที่ 4: การสัมภาษณ์
- หลายมหาวิทยาลัยจะมีการสัมภาษณ์เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการคัดเลือก ซึ่งการสัมภาษณ์อาจจะเป็นรูปแบบ Multiple Mini Interviews (MMI) หรือแบบดั้งเดิม
ขั้นตอนที่ 5: ประสบการณ์การทำงาน
- ประสบการณ์การทำงานในด้านการแพทย์หรือการดูแลผู้ป่วย เช่น การเป็นอาสาสมัครในโรงพยาบาลหรือสถานที่ดูแลผู้ป่วย เป็นสิ่งที่ดีในการเสริมสร้างความเข้าใจและทักษะที่จำเป็น
ขั้นตอนที่ 6: การทดสอบภาษาอังกฤษ
- หากภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาแม่ อาจต้องการคะแนนจากการสอบ IELTS หรือ TOEFL เพื่อยืนยันความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ
การเตรียมตัวอย่างรอบคอบและการเตรียมพร้อมในด้านต่างๆ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การสมัครเรียนแพทยศาสตร์ในอังกฤษประสบความสำเร็จได้ค่ะ ถ้าหากอยากให้ทางเราแนะนำสามารถติดต่อมาได้ที่ APSthai ค่ะ
