ใครอยู่ Year 12 อีกไม่กี่เดือนก็ต้องสมัคร University ที่จะเรียนต่อหลังจบ Year 13 ได้เวลาแล้วที่จะตรวจสอบความพร้อมของตัวเอง และหนึ่งในสิ่งที่ต้องมีเพื่อใช้สมัคร University ไม่ว่าจะเป็นฝั่ง UK หรือ US นั่นคือความเห็นจากคนที่ใกล้ชิดเรามากที่สุดคนหนึ่ง นั่นก็คือคุณครู และสิ่งนั้นเรียกว่า Reference
Reference เป็นหน้าที่ของคุณครูไม่ใช่หรือ ?
หลาย ๆ คนลืมเรื่องของ Reference ไป เพราะคิดว่าเป็นหน้าที่ของคุณครูที่ต้องเตรียมให้ จริง ๆ แล้วตัวเด็กเองมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมากที่จะกำหนดว่า Reference จะออกมาดีหรือไม่
ในอดีตบางโรงเรียนให้ความสำคัญกับ Reference มาก ว่ามันจะตรงกับความเป็นตัวเองของเด็กมากที่สุดหรือไม่ ถึงขั้นยอมให้เด็ก ๆ เขียน Reference เอง ว่าอยากให้คุณครูเขียนถึงตัวเองว่าอะไร แล้วคุณครูมีหน้าที่เอา Reference ที่เด็กเขียนให้มาปรับแต่งให้เหมาะสม โดยใส่มุมมองของคุณครูเพิ่มเติมด้วย
ปัจจุบันนี้ หลาย ๆ โรงเรียนเก็บ Reference เป็นความลับ เด็ก ๆ จะไม่มีวันรู้ว่าคุณครูเขียนอะไร แต่ในความจริงนั้น Reference เป็นสิ่งที่เด็ก ๆ มีสิทธิ์อ่าน ใน UCAS มีเขียนเรื่องนี้ไว้ชัดเจน อย่างไรก็ดี ด้วยธรรมเนียมปฏิบัติยุคปัจจุบัน คุณครูกลับมักไม่ให้เด็ก ๆ อ่าน
แต่แม้ไม่มีโอกาสได้อ่าน ก็ยังพอมีวิธีที่ทำให้คุณครูเขียนในสิ่งที่ต้องการได้ และวิธีนั้นคือ ทำให้คุณครูรู้จักตัวตนของเราให้มากพอ
คุณครูต้องรู้จักเราในมุมไหนบ้าง
Reference นั้นก็เหมือนกับ Personal Statement (ฝั่ง UK) หรือ Application Essay (ฝั่ง US) ในอีกมุมมองหนึ่ง เป็นการสะท้อนความคิดจากคนที่รู้จักเรา อ่านแล้วจะต้องรู้ว่าเป็นเรื่องเดียวกัน สื่อถึงคน ๆ เดียวกันกับใน Personal Statement และ Application Essay เพราะฉะนั้น หนึ่งในเคล็ดลับที่ช่วยได้ดี คือรีบเขียน Personal Statement หรือ Application Essay ให้เสร็จ แล้วให้คุณครูที่จะเขียน Reference ได้อ่านล่วงหน้า
เมื่อได้อ่านแล้ว เขาจะรู้จักเรามากขึ้น รู้ว่าเราเขียนถึงตัวเองในแง่มุมไหน เขาจะได้เขียนในมุมที่ต่างกันออกไป แต่ยังสะท้อนความเป็นตัวเราอยู่ การรีบเอา Personal Statement หรือ Application Essay ไปให้คุณครูที่จะเขียน Reference อ่านนั้น ต้องรีบทำก่อนถึงกำหนดส่ง Personal Statement หรือ Application Essay ของโรงเรียน เพราะถ้าถึงตอนนั้น ทุกคนก็จะส่งให้คุณครูอ่านเหมือนกันหมด คุณครูจะไม่มีเวลาอ่านของทุกคนโดยละเอียด ทำให้สุดท้าย Reference ของเราก็ไม่โดดเด่นไปกว่าคนอื่น
นอกจากรีบเอา Personal Statement หรือ Application Essay ที่เสร็จแล้วไปให้คุณครูอ่านล่วงหน้า การพูดคุยกับคุณครูบ่อย ๆ ให้เขารู้ว่าเรา Born to be อะไร มี Passion เรื่องอะไร มี Life Purpose เป็นอย่างไร และจะเลือกสมัคร Course ไหนของ University ไหน จะทำให้คุณครูตระหนักมากขึ้นว่าควรต้องเขียน Reference ออกมาเป็นอย่างไร
และเช่นเดียวกัน นี่คือสิ่งที่ต้องรีบทำก่อนคนอื่น เพราะถ้าถึงเวลาที่ทุกคนทำเช่นนี้แล้ว คุณครูจะไม่มีเวลาให้เราเป็นพิเศษเพื่อทำเรื่องนี้ให้ออกมาดีที่สุด
อย่าลืมว่า Reference ของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน
UK เชื่อว่าคนที่จะประสบความสำเร็จ จะต้องเลือกเรียนในสิ่งที่ตัวเอง Born to be มี Passion และตรงกับ Life Purpose ในชีวิต ส่วน US เชื่อว่าคนที่จะประสบความสำเร็จ จะต้องเป็น Well-rounded Person เราต้องแน่ใจว่าคุณครูได้รับข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อเขียน Reference ให้เรา ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราจะสมัคร US แต่เราเล่าแต่เรื่องความ Born to be มี Passion และ Life Purpose ให้คุณครู โดยไม่ได้ให้ข้อมูลความ Well-rounded ของตัวเองไป เวลาคุณครูเขียน Reference ฝั่ง US ก็จะออกมาเป็นแนว UK ทำให้โอกาสสอบติด University ที่ต้องการใน US นั้นลดลงได้
ที่ต้องพิจารณาให้ดีคือ คุณครูทราบเรื่องนี้หรือไม่ บางโรงเรียนคุณครูยึดติดกับประสบการณ์ที่มี เช่น เรียนจบจาก US พอต้องเขียน Reference ให้เด็ก ๆ ที่สมัคร UK ก็เขียนในแนว Well-rounded ซึ่งส่งผลเสียกับ Application ของเด็ก ๆ อย่างมาก แม้เราไม่อาจควบคุมเรื่องนี้ได้ แต่ดีที่สุดที่ทำได้ คือต้องแน่ใจว่าได้ให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับคุณครูอยู่เสมอ
สุดท้าย Reference เราไม่ได้เขียนเอง และมักไม่มีโอกาสได้อ่าน แต่หากวางแผนดี ๆ คอยให้ข้อมูลสำคัญกับคุณครูที่จะเขียน Reference อยู่เรื่อย ๆ พร้อมทั้งรีบส่ง Personal Statement หรือ Application Essay ให้คุณครูอ่าน โอกาสที่จะได้ Reference ดี ๆ เพื่อสมัคร University นั้น ก็จะมากขึ้น
ใคร Year 12 แล้ว อย่าลืมนะครับ นี่คืออีกเรื่องที่สำคัญมาก
ถ้าใครยังไม่พร้อมสำหรับการสมัคร University ที่กำลังจะมาถึง มาปรึกษาพูดคุยกับทีม Consult ของ APSworld กัน นัดหมายได้เลยที่ Line @krutoo ครับ
APSworld : Your guide to personalised learning success
