การเรียนในระบบมหาวิทยาลัยของอังกฤษมีจุดเด่นที่ชัดเจนมาก คือเน้นให้ผู้เรียนมี ความรับผิดชอบสูงในการเรียนรู้ด้วยตนเอง หรือที่เรียกว่า Independent Study นั่นเอง ซึ่งต่างจากระบบการศึกษาบางประเทศที่อาจจะมีชั่วโมงเรียนในห้องมาก และการบ้านหรือโปรเจกต์น้อยกว่า
ในอังกฤษ นักศึกษาจะได้ชั่วโมงเรียนในห้อง (lecture, seminar) ไม่มากนัก บางหลักสูตรอาจให้แค่ 10-15 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เท่านั้น ซึ่งชั่วโมงที่เหลือในสัปดาห์ถูกออกแบบให้เป็นเวลาสำหรับการเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือในห้องสมุด การค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติม การวิเคราะห์บทความ หรือการทำรายงานและวิทยานิพนธ์
เหตุผลที่ระบบนี้มีความสำคัญ
วัฒนธรรม Independent Study เป็นสิ่งที่ถูกปลูกฝังตั้งแต่ต้น เพราะการเรียนมหาวิทยาลัยในอังกฤษไม่ได้หมายความว่าอาจารย์จะคอยสอนทุกอย่างอย่างละเอียดเสมอไป แต่เป้าหมายหลักคือการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ ทักษะการแก้ปัญหา และการเรียนรู้แบบยั่งยืนตลอดชีวิต
ด้วยเหตุนี้ นักศึกษาจะต้องมีความสามารถในการจัดการเวลา วางแผนการเรียน และมีวินัยกับตัวเองอย่างสูง เพราะถ้าขาดความรับผิดชอบในส่วนนี้ งานที่ต้องทำเองจะทับถมและส่งผลเสียต่อผลการเรียนโดยตรง
ภาระงานที่ต้องรับผิดชอบเอง
งานที่ต้องทำด้วยตัวเองมีหลายรูปแบบ เช่น
- การอ่านและสรุปเนื้อหา จากตำรา บทความวิชาการ และแหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่อาจารย์ไม่สามารถสอนหมดในชั้นเรียน
- การเขียนรายงานและบทความวิชาการ ซึ่งต้องใช้เวลาคิดและวางโครงสร้างอย่างรอบคอบ
- การเตรียมตัวนำเสนอหรืออภิปรายในชั้นเรียน ซึ่งช่วยฝึกทักษะการสื่อสารและความมั่นใจ
- การทำโปรเจกต์หรือวิจัย ที่ต้องลงมือทำเองเกือบทั้งหมด ตั้งแต่การตั้งคำถาม รวบรวมข้อมูล ไปจนถึงการวิเคราะห์ผล
งานเหล่านี้ไม่ได้มีการสอนโดยตรงตลอดเวลา แต่ผู้เรียนต้องใช้ความคิดและความพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้เข้าใจเนื้อหาและเชื่อมโยงความรู้ต่างๆ เข้าด้วยกัน
ความท้าทายและโอกาส
การเรียนแบบนี้สร้างความท้าทายอย่างมากสำหรับนักศึกษาที่เคยชินกับระบบการเรียนที่มีชั่วโมงเรียนในห้องมาก และมีการสอนแบบ step-by-step เพราะต้องปรับตัวให้เป็นผู้เรียนที่พึ่งพาตัวเองสูงขึ้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคน
อย่างไรก็ตาม ระบบนี้ก็เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้พัฒนาทักษะที่สำคัญ เช่น
- ความคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) ที่จะช่วยวิเคราะห์และตั้งคำถามกับความรู้แทนการรับข้อมูลอย่างเดียว
- ความสามารถในการแก้ไขปัญหาและตัดสินใจ เมื่อเผชิญกับโจทย์หรือข้อมูลที่ซับซ้อน
- ทักษะการค้นคว้าข้อมูล จากแหล่งต่างๆ และการประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล
- การจัดการเวลาและการวางแผน เพื่อให้งานเสร็จตามกำหนดโดยไม่เร่งรีบในช่วงท้าย
สิ่งที่ควรเตรียมตัว
สำหรับนักศึกษาที่จะมาเรียนที่อังกฤษ ควรเตรียมตัวในเรื่องนี้ให้ดี เช่น
- ฝึกอ่านและทำความเข้าใจบทความวิชาการเป็นภาษาอังกฤษ
- ฝึกเขียนสรุปหรือรายงานอย่างมีโครงสร้าง
- พัฒนาทักษะการวางแผนการเรียนและบริหารเวลา
- เตรียมใจรับมือกับความท้าทายของการต้องพึ่งพาตัวเองสูง
การเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยให้สามารถปรับตัวกับวัฒนธรรมการเรียนแบบ Independent Study ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้การเรียนในอังกฤษเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่ามากขึ้น
วัฒนธรรม Independent Study ในอังกฤษไม่ได้หมายความว่านักศึกษาจะมีเวลาว่างมากขึ้น หรือเรียนง่ายลง แต่หมายถึงการให้โอกาสนักศึกษาได้เรียนรู้ด้วยตัวเองอย่างแท้จริง พร้อมกับความรับผิดชอบที่สูงขึ้น ทั้งนี้เพื่อพัฒนาทักษะสำคัญที่จะช่วยให้ประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงานและการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ดังนั้น การเรียนในอังกฤษจึงเป็นการเรียนที่ต้องใช้ความตั้งใจและวินัยสูง แต่ก็เป็นโอกาสทองที่จะได้พัฒนาศักยภาพและเติบโตในฐานะนักคิดอิสระอย่างแท้จริงค่ะ
