คำเตือนถึงเด็ก Year 11 ก่อนจะสายเกินไป

CategoriesarticlesTagged , , ,

เรื่องที่กำลังจะเขียนต่อไปนี้ ซีเรียสมากนะครับ

ผมหวังว่าเด็ก Year 11 ทุกคนรวมถึงคุณพ่อคุณแม่จะได้อ่านบทความนี้นะครับ เพราะนี่คือคำเตือนให้สำรวจตัวเองก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป เพราะทุก ๆ ปี เราจะได้เจอกับเด็ก Year 11 ที่เดินมาหาเรา ได้พูดคุยกัน ในวันที่ทุกอย่างมันแทบจะแก้ไขไม่ได้แล้ว

แน่นอนว่าหลัก ๆ ของ Year 11 ในระบบอังกฤษคือการสอบ IGCSE ตอนช่วง Year 11 เทอม 3 ก่อนที่จะขึ้น A-level หรือ IB ใน Year 12 ต่อไป แต่จริง ๆ แล้วเรื่องราวมันไม่ใช่แค่นั้น มันไม่ใช่แค่ว่าถึงเวลาแล้วก็ไปสอบ แล้วก็ขึ้น Year 12 ต่อไป และนี่คือคำเตือนเพื่อให้สำรวจตัวเองครับว่า เรากำลังเดินอยู่ในทางที่ถูกต้องแค่ไหน

เรื่องแรก ตอนนี้เรียน IGCSE จบแล้วหรือยัง ?

หลาย ๆ คนคงตอบว่า จะไปเรียนจบได้อย่างไร เพราะนี่มันเพิ่ง Year 11 เทอม 1 ยังเหลืออีกตั้งนานกว่าจะสอบ IGCSE ถ้ากำลังคิดแบบนี้ ตอนนี้ชีวิตไม่ปลอดภัยเท่าไรแล้วครับ เพราะจริง ๆ แล้วเมื่อถึง ณ วันนี้ เราควรจะเรียน IGCSE จบได้แล้วครับ รู้ไหมครับว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น ?

โรงเรียนดี ๆ ในประเทศอังกฤษหลาย ๆ โรงเรียน เขาเริ่มสอน IGCSE กันตั้งแต่ Year 9 เนื้อหา 50% แรกของ IGCSE จะถูกสอนตั้งแต่เราอยู่ Year 9 พอขึ้น Year 10 ก็เรียนเนื้อหา 50% ที่เหลือ แปลว่าจบ Year 10 แล้วเนื้อหา IGCSE ทั้งหมดจะต้องถูกสอนจนจบ พอขึ้น Year 11 จะไม่ใช่การเรียนเนื้อหาใหม่ ๆ เพิ่มเติมอีกต่อไป เขาจะใช้ Year 11 เทอม 1 ในการทบทวนเนื้อหาทั้งหมดที่เรียนมา 2 ปี และใช้ Year 11 เทอม 2 ในการให้เด็ก ๆ ได้ทำ Past Paper หรือข้อสอบเก่าย้อนหลัง อย่างน้อย 10 ปี เพราะฉะนั้น เมื่อถึง Year 11 เทอม 3 ที่ต้องสอบ IGCSE ก็จะมีความพร้อมในการสอบ และสามารถเก็บ A* หรือเกรด 8 และ 9 ได้เป็นจำนวนมาก

ถ้าวันนี้เรายังเรียน IGCSE ไม่จบ คำถามคือเราจะเรียนจบเมื่อไร ? ถ้าคำตอบคือก็จบตอนปลาย Year 11 เทอม 2 หรือจบไม่กี่วันก่อนสอบ IGCSE นั่นแปลว่าความโชคร้ายกำลังจะมาเยือนแล้วครับ เพราะเราจะไม่มีเวลาเหลือเลยในการทบทวนและหัดทำ Past Papers สุดท้ายผลลัพธ์ที่คาดหวังได้คือ เกรดใน IGCSE ที่ไม่ดี เมื่อเกรดไม่ดี การต่อ A-level ก็ยาก และเป็นประวัติติดตัวในการสมัครเข้ามหาวิทยาลัยอีกด้วย นั่นคืออนาคตพังเลยนะครับ

อ่านมาถึงตรงนี้ ถ้ายังเรียน IGCSE ไม่จบ ก็ต้องเริ่มทำอะไรสักอย่างแล้ว จะลงเรียนพิเศษเพื่อให้เร่งเรียนจบก่อนโรงเรียนก็ได้ จะอ่านเอง self-study ด้วยตัวเองแล้วรีบเอา Past Papers มาหัดทำก็ได้ แต่ขอให้ทำสักอย่าง ให้อย่างน้อยเรียนจบได้เองก่อนที่โรงเรียนจะสอนจบ ไม่งั้นจบ IGCSE ไม่สวยแน่ ๆ ครับ

เรื่องที่สอง เตรียมตัวสำหรับ Summer Course ดี ๆ ในอังกฤษ สำหรับ Summer 2020 ที่กำลังจะมาถึงแล้วหรือยัง ?

หลาย ๆ คนอาจบอกว่าจะเตรียมตัวไปทำไม สอบ IGCSE เสร็จก็อยากจะพักผ่อนให้เต็มที่ เพราะเหนื่อยมามากแล้ว Summer 2020 ที่จะถึงนี้ขอพักให้เต็มที่ก่อนขึ้นไปเรียน A-level หรือ IB ก็แล้วกัน ถ้าคิดแบบนี้ เตรียมตัวล้มเหลวได้เลยครับ

เพราะก่อนขึ้น Year 12 เป็นหน้าที่ของเด็ก ๆ ที่จะต้องรีบตอบให้ได้ว่าตอนสมัครเข้ามหาวิทยาลัยจะสมัครเข้าคณะไหน โตขึ้นจะไปทำอาชีพอะไร ซึ่งวิธีที่จะช่วยให้ตอบคำถามนี้ได้ชัดเจนขึ้นนอกเหนือจาก Career Test ที่ทำมาแล้วตอนก่อนขึ้น Year 9 ก็คือการไป Summer Course ดี ๆ ในประเทศอังกฤษครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Summer Course ที่จัดโดยมหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนชั้นนำ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับอาชีพที่เราสนใจ

Summer Course บางที่ จะให้เราเลือกไปเลยว่า 2 – 4 สัปดาห์ที่ไปเรียนที่นั่นเราจะโฟกัสกับอาชีพไหน ซึ่งมันจะทำให้เรามีไอเดียเกี่ยวกับอาชีพนั้นมากขึ้น ทำให้เรามีเรื่องมาเขียนใน Personal Statement และตอบคำถามตอน Interview เพื่อสมัครเข้ามหาวิทยาลัยในอังกฤษได้น่าสนใจขึ้น ส่วนบาง Summer Course อาจเปิดโอกาสให้เราเลือกหลาย ๆ อาชีพได้ ในกรณีที่เรายังตอบไม่ได้ 100% ว่าเราจะไปทางไหน ทำให้เราสามารถตัดสินใจเลือกได้ง่ายขึ้นครับ

ซึ่งคำว่าเตรียมตัวสำหรับ Summer Course คือการทำอะไรบ้าง ? แน่นอนว่าคือการเลือกว่าจะไปเรียนที่ไหน การหาข้อมูลว่ามีที่ไหนบ้างที่น่าสนใจ แต่ไม่ใช่แค่นั้น เพราะ Summer Course บางที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งของมหาวิทยาลัย เราจะต้องเขียน Personal Statement เพื่อสมัครเข้าไป เพราะเขาไม่ได้รับทุกคน เขาจะเลือกเฉพาะคนที่มีความชัดเจนเท่านั้น คำถามคือเราได้เริ่มเขียน Personal Statement เพื่อสมัครเข้า Summer Course ดี ๆ ในประเทศอังกฤษ เพื่ออนาคตของตัวเองแล้วหรือยัง ?

ถ้ายังไม่ได้เริ่มหาว่าจะไป Summer Course ที่ไหน และ ถ้ายังไม่ได้เริ่มขึ้น Personal Statement เพื่อจะสมัคร Summer Course ดังกล่าว ตอนนี้ต้องเริ่มแล้วครับ มันจะช้าเกินไปแล้ว

เรื่องที่สาม ได้สมัครโรงเรียนดี ๆ ในอังกฤษเพื่อไปเรียน Year 12 แล้วหรือยัง ?

หลาย ๆ คนอาจถามว่า จะสมัครไปทำไม จะย้ายโรงเรียนตอน Year 12 ไปทำไม อยู่ที่เมืองไทยก็สบายดีอยู่แล้ว ถ้ากำลังคิดแบบนี้ ก็ขอถามกลับว่า แล้วเคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมเราถึงเห็นหลาย ๆ คนย้ายจากที่เมืองไทย ไปเรียน Year 12 ที่อังกฤษกัน ?

ในประเทศอังกฤษนั้น กว่าที่คน ๆ หนึ่งจะเป็นครูได้ ต้องผ่านขั้นตอนต่าง ๆ อย่างแสนสาหัส บางคนใช้เวลาเป็น 10 กว่าปี กว่าจะได้เป็นครูในประเทศอังกฤษเพราะต้องผ่านขั้นตอนการฝึกหัดเยอะมาก ไม่เหมือนบางประเทศที่การเป็นครูนั้นง่ายแสนง่าย และเมื่อเป็นเช่นนั้น ครูจึงเป็นอาชีพที่สถานะทางสังคมสูงมากสำหรับประเทศอังกฤษ และมีรายได้ค่าตอบแทนที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

เมื่อเป็นเช่นนั้นครูกลุ่มนี้ที่เราเรียกว่า Full Qualified Teacher จึงไม่ค่อยออกมานอกอังกฤษเพื่อไปสอนประเทศอื่น ทำให้ประเทศอื่นนอกอังกฤษไม่มีครู Full Qualified Teacher จากอังกฤษที่เพียงพอมาสอน เมื่อเป็นเช่นนั้นจึงต้องหาครูจากประเทศอื่นมาช่วยสอน ทำให้ขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักสูตรอังกฤษ ทำให้การ support นักเรียนให้ไปถึงมหาวิทยาลัยดี ๆ ระดับท็อปในอังกฤษเป็นเรื่องยาก และกลายเป็นว่าโรงเรียนนอกประเทศอังกฤษไม่ค่อยเป็นที่ยอมรับจากมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษสักเท่าไหร ซึ่งสิ่งที่เป็นตัวชี้วัดที่ดีที่สุดก็คือ ผลงานโรงเรียนนอกประเทศอังกฤษสู้โรงเรียนดี ๆ ในประเทศอังกฤษไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผลสอบ IGCSE และ A-level หรือจำนวนนักเรียนที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยดี ๆ อย่าง Oxford Cambridge ได้ในแต่ละปี

แถมปัจจุบันด้วยค่าเงินปอนด์ที่อ่อนลง ทำให้ค่าใช้ในการไปเรียนโรงเรียนที่อังกฤษนั้นถูกลงมาก เมื่อรวมกับเรื่องคุณภาพครู ระบบ support ที่จะช่วยให้นักเรียนไปถึงเป้าหมายที่ต้องการอย่างที่กล่าวข้างต้นแล้ว ทำให้พ่อแม่ตัดสินใจส่งลูกไปเรียน Year 12 ที่ประเทศอังกฤษในโรงเรียนดี ๆ กันมากขึ้น

ซึ่งข่าวร้ายคือ ณ วันนี้ โรงเรียนดี ๆ ในประเทศอังกฤษหลายโรงเรียน ได้ปิดรับสมัครไปแล้ว สำหรับการไปเปิดเทอม Year 12 ที่เดือน September ปี 2020 เพราะปกติเขาสมัครล่วงหน้ากันอย่างน้อย 12 เดือน (บางที่ 18 เดือน) ก่อนวันเปิดเทอม

แต่ข่าวดีคือ ณ วันนี้ โรงเรียนดี ๆ ในประเทศอังกฤษบางโรงเรียน ยังเปิดรับสมัครอยู่ แต่ deadline ไม่น่าจะเกินสิ้นปีนี้แล้ว เพราะฉะนั้น ถ้าจะตัดสินใจย้ายไปเรียน Year 12 โรงเรียนดี ๆ ในประเทศอังกฤษ โอกาสเหลือไม่เยอะแล้ว และในโค้งสุดท้ายนี้ถ้าใครเตรียมตัวได้ดีพอ ยังมีโอกาสสอบชิง Scholarship ของโรงเรียนดี ๆ เหล่านี้ได้อีกด้วย

ซึ่งมันจะย้อนกลับไปที่ประเด็นแรกว่า วันนี้เราเรียน IGCSE จบแล้วหรือยัง เพราะข้อสอบในการสอบเข้าโรงเรียนดี ๆ ที่อังกฤษ มันก็คือข้อสอบระดับเดียวกับ IGCSE นั่นแหละ ถ้ายังเรียนไม่จบ ก็ต้องทำแบบที่แนะนำไปในข้างต้นว่าจะเรียนพิเศษ หรืออ่านเอง ก็ต้องทำอะไรสักอย่าง แต่ต้องรีบทำให้จบให้ได้ครับ

คำแนะนำสุดท้ายคือ รีบเข้ามาคุยกัน

จากคำเตือนทั้ง 3 เรื่อง คำแนะนำที่ดีที่สุดที่ผมจะทิ้งท้ายไว้ให้ในตอนนี้ก็คือ ถ้าอยู่ Year 11 แล้วแต่ยังเรียน IGCSE ไม่จบ ยังไม่ได้เตรียมตัวสมัคร Summer Course ดี ๆ ในอังกฤษเพื่อพัฒนาตนเอง ยังลังเลว่าจะย้ายไป Year 12 โรงเรียนดี ๆ ในอังกฤษดีหรือไม่ แนะนำว่าให้เข้ามาคุยกันครับ เพราะเราจะได้รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไร ต้องแก้เกมอย่างไร

สถานการณ์ของบางคนอาจต้องแค่เรียนพิเศษเพิ่ม บางคนอาจต้องแก้เกมด้วยการทำ Homeschool หรือเรื่องสมัครโรงเรียน บางคนอาจต้องทำงานบางอย่างเพิ่ม เช่นการทำ Portfolio เพื่อสมัครโรงเรียนระดับท็อปด้าน Art and Design เพราะฉะนั้น ดีที่สุดคือการเข้ามาคุยกันครับ เพราะสถานการณ์ของแต่ละคนและเกมที่ต้องเล่นนั้น ย่อมไม่เหมือนกัน

มารับรู้ความจริงว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร มาทำปัจจุบันให้ดี เพื่ออนาคตที่ดีนะครับ

แบ่งปันเรื่องราวนี้ :
error0

About the author

ตอนเด็ก ๆ ชอบเรียนเลขมาก จนไม่อยากเรียนวิชาอื่นเลย แต่ระบบบ้านเรามันไม่ตอบโจทย์ เราไม่มีอิสระเสรีที่จะทำอะไรแบบนั้นได้ พอได้มาเป็นครู ได้มาเจอหลักสูตรอังกฤษ ที่เด็ก ๆ เลือกเรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบได้อย่างแท้จริง จึงอินมาก ๆ และอยากให้คุณพ่อคุณแม่ทุกคนได้สนับสนุนลูก ๆ ให้ได้เลือกทางเดินของตัวเอง อย่างมีแผน และ อย่างถูกต้อง

Leave a Reply