เรียนหมอที่อังกฤษดีอย่างไร

CategoriesarticlesTagged , , ,

การเรียนหมอที่อังกฤษนั้นมีความแตกต่างจากการเรียนหมอที่อเมริกาพอสมควร เพราะหลักสูตรการเรียน การคัดเลือกผู้สมัครมีความต่างกัน อังกฤษนั่นเขาได้เน้นให้เด็กหาให้เจอว่าตัวเองมีความ Born to be ที่เป็นหมอจริงไหมตั้งแต่ระดับมัธยม ซึ่งทำให้เด็กๆได้เริ่มค้นหาตัวเองอย่างจริงจัง โดยการไปเข้า summer camp หรือไปทำ work experience ซึ่งในสาขาอาชีพหมอการทำงานมีความกดดันมีความรับผิดชอบที่สูง เพราะเราต้องรับผิดชอบชีวิตของคนไข้ ถ้าเราไม่ได้มีใจรักในงานหรือมี passion กับอาชีพนี้จริงๆ เราจะไม่สามารถทนเรียนกับมันได้อย่างแน่นอน และการไปเข้าร่วม summer camp หรือไปทำ work experience จะช่วยให้น้องๆตอบตัวเองได้มากขึ้น เห็นภาพว่าการเป็นหมอต้องมีคุณสมบัติอย่างไร หรือการทำงานจริงจะเป็นอย่างไรนั้นเอง ทำให้เด็กที่เรียนหลักสูตรอังกฤษจะมีความแน่ชัด มีความหนักแน่นใน passion ของตัวเอง

ถ้าน้องคนไหนสนใจเรียนสาขาหมอ การเรียนต่อที่อังกฤษนับว่าเป็นตัวเลือกที่ดีเพราะค่าเทอมไม่สูงเท่าอเมริกา มีอุปกรณ์ในการเรียนที่ทันสมัยและครบถ้วน และระยะเวลาในการเรียนหมอน้อยกว่าฝั่งอเมริกา

ในบทความที่แล้วได้แนะนำเส้นทางสำหรับน้องๆคนไหนที่สนใจอยากจะเข้าเรียนหมอที่อเมริกาเพื่อเป็นหนึ่งในทางเลือก ส่วนสำหรับบทความในวันนี้มาเล่าเส้นทางการเป็นหมอที่ประเทศอังกฤษกันบ้าง

เกณฑ์ในการรับเข้ามีสองแบบ คือ สามารถสมัครในระดับ undergraduate หรือ graduate 

แบบที่1: รับสมัครในระดับ undergraduate

การสมัครเข้าเรียนหมอที่ UK เกณฑ์ที่เขาจะใช้พิจารณาคือเด็กต้องทำ GCSE, AS levels and A-levels วิชาใน A-level ที่ควรมีคือ Chemistry, Biology, Physics/Math และต้องได้เกรด A-A*ทางด้านวิชา Sciences และ Mathematics การยื่นใบสมัครยื่นผ่านองค์กรกลางที่ชื่อว่า UCAS 

นอกจากนี้น้องๆยังต้องมีการสอบ admission test เช่น BMAT (BioMedical Admissions Test) และ UCAT (University Clinical Aptitude Test) ที่เป็น standardised tests ในการสอบเข้าเรียนหมอของที่ UK และ interview แบบ the Multiple Mini Interview (MMI)

แบบที่2: รับสมัครในระดับ Graduate

สำหรับใครที่เรียนจบในระดับ Bachelor ทางสาขา Science หรือ สาขาที่เกี่ยวข้องกับทางด้านหมอ เช่นเรียนสาขา biomedical sciences และยังสนใจอยากจะเรียนต่อหมอ สามารถสมัครเรียนได้ในระดับ Graduate เช่นเดียวกัน

เรียนจบหลักสูตร Medical degree จะใช้เวลา 5 ปี เราจะได้ชื่อ bachelor ที่ต่างกันออกไปตามแต่สาขาและมหาวิทยาลัย ยกตัวอย่างเช่น 

  • MB (Bachelor of Medicine)
  • MBBS (Bachelor of Medicine, Bachelor of Surgery)
  • MBChB (Bachelor of medicine, bachelor of surgery – spelled ‘chirurgie’)

คนที่จะเป็นหมอต้องผ่านการลงทะเบียนกับองค์กร the General Medical Council (GMC) ที่เป็นองค์กร healthcare ของ UK ซึ่งดูแลควบคุมมาตราฐานการรักษานั่นเอง

ขั้นตอนถัดมาคือการไปเข้า foundation programme (FP) คือ เป็นการเรียนพื้นฐาน 2 ปี first year และ second year ก่อนที่จะไปแยกเรียนสาขาเฉพาะทางที่สนใจ ที่ประเทศอังกฤษจะแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ

  1. GP registration (General Practitioners) เป็นแพทย์ที่รักษาอาการทั่วๆไปจะใช้เวลาเรียนประมาณ 3 ปี ที่ได้รับการรับรองจาก the General Medical Council 

แต่สำหรับใครที่อยากจะเรียนสาขาเฉพาะทางจะเป็นการเรียนแบบ 

  1. Medical specialty training ใช้เวลาเรียนนานกว่า GP ประมาณ 5-8 ปี และน้องๆยังต้องเลือกว่าจะเรียนแบบ run-through หรือ an uncoupled programme

สำหรับโปรแกรม run-through จะสามารถสมัครได้แค่ครั้งเดียวและเป็นโปรแกรมฝึกยาว ส่วน uncoupled programme ประกอบด้วยการฝึกแบบ core training ที่มีการสอบเข้าแข่งขันสูง

และเพื่อเป็นการยืนยันว่าเราเป็นหมออย่างเต็มตัวแล้วที่ผ่านการ trainning แบบ specialty training หรือ GP training เราจะได้รับ the Certificate of Completion of Training (CCT) ถ้าจบ GP training ก็จะได้เป็น GP ถ้าจบทาง Specialist training ก็จะได้เป็น Consultant 

ขั้นตอนสุดท้าย สิ่งที่น้องๆต้องทำไปตลอดของการทำงานเป็นหมอก็คือ อย่าหยุดเรียนรู้ค่ะ  แม้ว่าเราจะได้เป็น fully-qualified แต่คุณหมอทุกคนต้องคอยเติมความรู้และฝึกฝนเคสใหม่อยู่เสมอ เขาเรียกว่า Continuous Professional Development (CPD) ที่คุณหมอต้องทำในแต่ละปี เช่นการเรียนออนไลน์ และการไปเข้าร่วม workshop หรือสัมมนาต่างๆ

สิ่งที่ทาง UK เน้นย้ำเป็นพิเศษสำหรับคนที่จะสมัครเข้าเรียนหมอ จะต้องมีผลการเรียนที่ดีมากๆ และภาษาอังกฤษต้องดีมากเช่นกัน 

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงขั้นตอนของการสมัครเข้าเรียนหมอเท่านั้น แต่การเรียนหมอนั้นมีองค์ประกอบอื่นๆด้วย เราต้องตรวจสอบว่าเรามี Skills ในการเป็นหมอที่ครบถ้วนหรือไม่ เราต้องรู้ว่าอาชีพหมอต้องทำอะไรหรือต้องรู้อะไรบ้าง ที่สำคัญคือเราต้องมั่นใจว่าเรารักและชอบในสิ่งนี้จริงๆ 

แหล่งอ้างอิง:
https://www.studymedicineeurope.com/article/how-to-become-a-doctor-uk-guide

https://www.healthcareers.nhs.uk/explore-roles/doctors/training-doctor/medical-specialty-training

https://targetcareers.co.uk/career-sectors/healthcare-and-veterinary-medicine/1014231-medical-careers-guide-becoming-a-doctor-in-the-uk

https://www.bellerbys.com/guides/careers/how-to-become-hospital-doctor

About the author

ปกติเป็นคนไม่ชอบเขียนเพราะเขียนอะไรยาวๆไม่ค่อยเก่ง ชอบพูดคุยสื่อสารมากกว่าจึงทำPodcast แต่ก่อนอัดPodcastเราก็จะเขียนสคริปตลอด เริ่มเขียนได้ดีขึ้นก็ลองมาเขียนบทความดูบ้าง

Leave a Reply