ทำไมต้องเลือก A-level จากวิชาที่รักที่ชอบที่สุด

CategoriesarticlesTagged , , ,

พอผ่าน IGCSE มาแล้ว เราได้เรียนหลากหลายวิชาให้ครอบคลุม Skills ที่ต้องใช้ในวันข้างหน้าแล้ว ก็มาถึง A-level หลักสูตรที่เรียนแค่ 3 – 4 วิชา ก่อนที่จะขึ้นสู่ระดับ University ต่อไป คำถามก็คือ แล้วเราควรเลือกวิชา A-level อย่างไร เลือกจากวิชาที่ชอบ เลือกจากวิชาที่ University ต้องการ หรือเลือกจากวิชาที่น่าจะทำคะแนนได้ดีในระดับ IGCSE

วันนี้เรามาคุยเรื่องนี้กันครับ

เรามีชีวิตอยู่กับวิชาที่เราจะเลือกได้มากแค่ไหน

A-level นั้นเนื้อหาเยอะและลึกกว่า IGCSE มาก ๆ และเป็นเนื้อหาที่สูงเทียบเท่ากับเนื้อหาระดับมหาวิทยาลัยในบางประเทศ เพราะฉะนั้น แค่ความขยัน ความอดทนต่อการทำงานหนัก ความสม่ำเสมอในการฝึกฝน จึงไม่ใช่ปัจจัยทั้งหมดที่จะนำไปสู่ความสำเร็จได้ หากปราศจากความรักและความชอบในวิชานั้น ๆ เสียแล้ว รับรองว่าลำบากแน่นอน

ไม่ใช่แค่เรื่องเนื้อหาที่เยอะและลึกกว่า แต่ภาระหน้าที่ของเราก็เพิ่มขึ้นมาก ๆ ด้วย ในระดับ IGCSE เราถูกคาดหวังให้ Self-Study แค่เพียงบางส่วน แต่ในระดับ A-level เราต้อง Self-Study มากกว่าครึ่งหนึ่ง สิ่งที่คุณครูสอนเป็นเพียงใจความสำคัญ แต่หากจะต่อยอดไปจนถึงความเข้าใจที่แท้จริง หรือจนถึงขั้นที่ทำข้อสอบได้ เราต้องอ่านหนังสือเพิ่ม ค้นคว้าเพิ่ม ทำโจทย์เพิ่มอีกเป็นเท่าตัว ถ้าไม่สามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ ก็ไม่รอดแน่ ๆ

จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ถ้าไม่มีใจรักในวิชาที่เลือกเสียแล้ว ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จในวิชานั้น ๆ ได้ ลองถามตัวเองดูว่า ในวิชาที่คิดว่าจะเลือกใน A-level นั้น เป็นวิชาที่

  • เราขลุกอยู่กับมันวันละหลาย ๆ ชั่วโมงได้โดยไม่เบื่อ
  • เรารู้แล้ว เราก็อยากรู้เพิ่มอีก คุณครูสอนในห้องเรียนแล้วเราก็ยังไม่อิ่ม ยังไม่พอใจ อยากจะค้นคว้าให้มากขึ้นไปอีก
  • เราสนุกและมีความสุขที่ได้เจอคนที่ชอบวิชาเดียวกันและได้พูดคุยเรื่องเหล่านี้ด้วยกันอยู่เสมอ

ถ้าวิชาไหน เรามีอาการประมาณนี้ นั่นคือวิชาที่เลือกใน A-level ได้ ถ้าวิชาไหน คิดภาพไม่ออกเลยว่าเราจะเป็นแบบนี้ได้อย่างไร ก็อย่าเลือกครับ มันไม่ใช่วิชาที่ถูกต้อง

ทีนี้ A-level ต้องเรียน 3 – 4 วิชา ก็ให้ไล่เรียงดูจากวิชาที่รักที่ชอบที่สุด รองลงมาเรื่อย ๆ จนครบ และนั่นคือวิชา A-level ทั้งหมดที่ต้องเลือกครับ

ต้องกังวลหรือไม่ ว่าวิชาที่จะเลือกตรงกับความต้องการของสาขาวิชาที่จะไปเรียนในระดับ University

หลายสาขาวิชาในระดับ University ไม่บังคับวิชาใน A-level บางสาขาวิชาบังคับ 1 วิชา น้อยมากที่บังคับ 2 วิชา และไม่มีที่ไหนเลยที่บังคับ 3 วิชา เพราะฉะนั้นอิสระในการเลือก A-level ยังเป็นของเราอยู่ค่อนข้างมาก ลองดูสาขาวิชาที่จะไปเรียนว่าเขาต้องการวิชาอะไร ในเว็บไซต์ของ University เหล่านั้นเขาเขียนไว้ละเอียดมาก สุดท้ายเราอาจพบว่าเราไม่ต้องกังวลใจอะไรเลยก็ได้

และต่อให้เป็นสาขาวิชาที่เขาบังคับจริง ๆ ว่าเราต้องมี A-level วิชาอะไรบ้าง มันก็บังคับมาอย่างถูกต้องเหมาะสมแล้วว่าคนที่จะมาเรียนด้านนี้ต้องมีใจรักในวิชาเหล่านี้จริง ๆ

สมมติ เราบอกว่าเราอยากเรียน Engineering แต่เราไม่ชอบ Physics ชอบแต่ Maths แล้ว University ด้าน Engineering ทั้งหลายก็บอกว่าเราต้องเลือก Physics ใน A-level ด้วย นั่นก็อาจเป็นคำใบ้กราย ๆ ว่าเราไม่เหมาะกับ Engineering ก็เป็นได้ เราควรตัดใจเสีย แล้วไปหาอะไรที่เหมาะกับเรามากกว่า

หรือถ้าเราอยากเป็นหมอ แต่เราไม่ชอบ Chemistry ชอบแต่ Biology เราจะเจอความจริงว่าทุก University บังคับวิชา Chemistry ในการจะสมัครเข้าไปเรียนหมอ นี่ก็เป็นคำเตือนแล้วว่า เราอย่าได้คิดจะเป็นหมอเลย เพราะแม้แต่วิชาพื้นฐานที่สำคัญในการเรียนหมอเรายังไม่ชอบเลย แล้วเราจะเรียนหมอได้อย่างไร

เพราะฉะนั้น เราอาจจะต้องยอมรับความจริงกันบ้างครับ ถ้าเลือก A-level ที่เรารัก เราชอบ และเราพร้อมที่จะประสบความสำเร็จได้แล้ว มันอาจเผยให้เราเห็นว่าบางสาขาวิชาในอนาคตไม่เหมาะกับเราก็เป็นได้ และในอีกทางหนึ่ง เราก็จะได้คำตอบเสียทีว่าสิ่งที่เหมาะกับเราจริง ๆ คืออะไร

อีกตัวอย่างหนึ่ง บางคนเจอว่า 2 วิชาที่จะเลือกใน A-level จากความรักความชอบนั้น ตรงกับสิ่งที่ University ต้องการในสาขาวิชานั้น ๆ พอดี แต่วิชาที่ 3 ดูยังไงก็ไม่เกี่ยวข้อง แบบนี้จะเสียหายไหม อย่างเช่น เราเลือกวิชา A-level เรียงตามความรักความชอบได้เป็น Maths, Economics, Chemistry แล้วจะเข้าเรียนสาขา Economics ในมหาวิทยาลัยที่ไม่ได้เน้น Maths มากนัก ก็เกิดความสงสัยว่า Chemistry จะมีผลลบต่อการสมัครไหม เพราะมันไม่เกี่ยว คำตอบก็คือ ไม่มีผลลบใด ๆ ตราบที่วิชาบังคับคือ Maths เรายังอยู่ และกลับดีเสียอีกทีถ้าสุดท้ายเราทำเกรดในวิชา Chemistry ได้ดี เพราะมันหมายถึงผลการเรียนในภาพรวมที่ดีไปด้วย

A-level เป็นโอกาสที่ดีมาก ๆ ในการพัฒนา Skills

อย่าลืมว่า ทุกวิชา ทุกความรู้ สามารถช่วยพัฒนา Skills ต่าง ๆ ของเราได้ไม่ต่างกัน ไม่มีความแตกต่างใด ๆ ในวิชา Maths, Physics, Chemistry, Biology, Economics, Business, Psychology, Geography, History, Art, DT, Music, Drama, English, MFL, Computing, ICT หรือไม่ว่าในวิชาไหนก็ตาม เพราะมันเป็นเพียงเครื่องมือในการพัฒนา Skills ของเราเท่านั้น

เราจะเรียนรู้ด้วยตัวเองเป็น เราจะมีความคิดสร้างสรรค์ เราจะแก้ปัญหาเป็น เราจะคิดอย่างมีเหตุมีผลได้ เราจะมีความมุ่งมั่น เราจะไม่ยอมแพ้ เราจะจัดการเวลาในชีวิตได้ดีขึ้น เราจะจัดการอารมณ์ได้ดีขึ้น หรือไม่ว่าจะ Skills ไหน ที่เราต้องการพัฒนา เราจะสามารถหามันได้เท่า ๆ กันไม่ว่าจะเป็นการเรียนวิชาไหน ๆ

แต่สำคัญที่สุดคือ ยิ่งเรารักเราชอบวิชาที่เราเรียนมากแค่ไหน เราก็จะใช้เวลากับมันมากขึ้น เราจะจมไปกับมันมากขึ้น เราจะเป็นหนึ่งเดียวกับมันมากขึ้น และเมื่อนั้นแหละ ที่เราจะมีโอกาสได้ฝึก Skills ที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ มากขึ้นไปเรื่อย ๆ ในขณะที่วิชาที่เราไม่รักไม่ชอบนั้น แค่ให้ทนเรียนก็ไม่มีอารมณ์แล้ว จะให้มาเก็บเกี่ยว Skills ใด ๆ คำถามคือ มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน

เลือกเรียน A-level ในวิชาที่รักที่ชอบกันนะครับ แล้วมันจะเปิดเส้นทางที่ดีที่สุดให้เราเห็น แล้วเราก็จะเดินไปบนเส้นทางนั้นได้อย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จในทุก ๆ วันครับ

About the author

ตอนเด็ก ๆ ชอบเรียนเลขมาก จนไม่อยากเรียนวิชาอื่นเลย แต่ระบบบ้านเรามันไม่ตอบโจทย์ เราไม่มีอิสระเสรีที่จะทำอะไรแบบนั้นได้ พอได้มาเป็นครู ได้มาเจอหลักสูตรอังกฤษ ที่เด็ก ๆ เลือกเรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบได้อย่างแท้จริง จึงอินมาก ๆ และอยากให้คุณพ่อคุณแม่ทุกคนได้สนับสนุนลูก ๆ ให้ได้เลือกทางเดินของตัวเอง อย่างมีแผน และ อย่างถูกต้อง

Leave a Reply