ทำไมต้อง Study in Japan? เชื่อว่าหลายคนที่มีความชื่นชอบในภาษาและวัฒนธรรมญี่ปุ่น ไม่ว่าจะผ่านการฟังเพลง การอ่านมังงะ หรือดูโดราม่าก็ตาม มีความใฝ่ฝันว่าสักครั้งในชีวิตอยากไปเรียนที่ญี่ปุ่น ทำให้ในทุก ๆ ปี ประเทศญี่ปุ่นจะเป็นจุดหมายปลายทางแรก ๆ ในเอเชียที่คนไทยอยากไปเรียนภาษาระยะสั้นที่ประเทศญี่ปุ่น หรืออยากไปศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น ถึงแม้ว่าประเทศญี่ปุ่นจะอยู่ในทวีปเอเชียก็ตาม แต่วัฒนธรรมนั้นก็มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนและมีความแตกต่างจากประเทศไทยอย่างมาก เพื่อให้คนที่สนใจจะไปร่ำเรียนที่ประเทศญี่ปุ่นได้รู้ประเทศญี่ปุ่นอย่างลึกก่อนตัดสินใจไป ทาง APSthai เลยโครงการ Study in Japan ที่จะช่วยให้คำแนะนำเรื่องการศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น (Study in Japan) ให้กับบุคคลที่มีความสนใจ โดยจะเขียนบทความเพื่อให้ความรู้กับผู้ที่สนใจทั้งในด้านวัฒนธรรมญี่ปุ่น และการศึกษาญี่ปุ่นต่อไป
อยากเรียนต่อปริญญาตรีและปริญญาโทที่ประเทศญี่ปุ่น ต้องรู้ก่อนว่าระบบการศึกษาของญี่ปุ่นเป็นอย่างไร และแต่ละคณะต้องเรียนทั้งหมดกี่ปี โดยเริ่มจากระดับปริญญาตรีก่อนค่ะ

ในระดับปริญญาตรี คณะทั่วไปรวมไปถึงคณะทันตแพทย์ที่เป็นหลักสูตร 4 ปี ระยะเวลาในการเรียนคือ 4 ปี และต้องเก็บหน่วยกิตให้ได้ขั้น 124 หน่วยกิต แต่คณะอื่น ๆ อย่างเช่น คณะแพทยศาสตร์ คณะทันตแพทย์ คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ หลักสูตร 6 ปี จะต้องเรียนด้วยกันทั้งหมด 6 ปี โดยหน่วยกิตจะแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
- คณะแพทยศาสตร์ คณะทันตแพทย์ ต้องเก็บหน่วยกิตให้ได้ขั้นต่ำ 188 หน่วยกิต
- คณะสัตวแพทย์ ต้องเก็บหน่วยกิตให้ได้ขั้นต่ำ 182 หน่วยกิต
- คณะเภสัชศาสตร์ ต้องเก็บหน่วยกิตให้ได้ขั้นต่ำ 186 หน่วยกิต

และสำหรับใครที่อยากเรียนต่อระดับปริญญาโทและเอกที่ประเทศญี่ปุ่น ก็จะมีระยะในการเรียนที่แตกต่างกันค่ะ
- ระดับปริญญาโทหรือ Master’s Programme
ใช้เวลาเรียนขั้นต่ำ 2 ปี ต้องเก็บหน่วยกิตให้ได้ขั้นต่ำ 30 หน่วยกิต
- ระดับปริญญาเอกหรือ Doctoral Programme
ใช้เวลาเรียนขั้นต่ำ 5 ปี ต้องเก็บหน่วยกิตให้ได้ขั้นต่ำ 30 หน่วยกิต โดยรวมหน่วยกิตในระดับปริญญาโทด้วย
ปีการศึกษาของมหาวิทยาลัยที่ประเทศญี่ปุ่นจะเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนไปจนถึงมีนาคมในปีถัดไปค่ะ และจะปิดเทอมในช่วงฤดูร้อนตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคมไปจนถึงต้นเดือนกันยายน และในฤดูหนาวตั้งแต่ช่วงปลายเดือนธันวาคมไปจนถึงต้นเดือนมกราคมค่ะ แต่บางมหาวิทยาลัยมีปีการศึกษาที่แตกต่างไป โดยเริ่มเรียนในเดือนกันยายนแทนค่ะ
ใครที่อยากไปเรียนต่อประเทศญี่ปุ่นต้องศึกษาเรื่องหลักสูตรการวิธีการเรียนการให้ดีนะคะ และต้องวางแผนการเรียนด้วย จะได้เตรียมตัวได้เหมาะสมค่ะ
