ญี่ปุ่นมีอดีตมหาวิทยาลัยหลวงทั้งหมด 7 แห่ง ได้แก่ ม.โตเกียว ม.เกียวโต ม.โทโฮกุ ม.คีวชู ม.ฮกไกโด ม.โอซากะ และ ม.นาโงยะ ซึ่งยังเป็นมหาวิทยาลัยที่นำวิชาการของประเทศ ในบทความ แผนที่มหาวิทยาลัยญี่ปุ่น: อดีตมหาวิทยาลัยหลวง 3 นื้ ผมขอเสนอมหาวิทยาลัยเหล่านี้ที่ตั้งอยู่ในท้องถิ่น 3 แห่ง ก็คือ ม.นาโงยะ ม.โอซากะ และ ม.คิวชู

หากคุณสนใจอดีตมหาวิทยาลัยหลวงแห่งอื่นในประเทศญี่ปุ่น ลองอ่านบทความดังต่อไปด้วย

แผนที่มหาวิทยาลัยญี่ปุ่น: University of Tokyo & Kyoto University อดีตมหาวิทยาลัยหลวง 1 [Study in Japan]

แผนที่มหาวิทยาลัยญี่ปุ่น: Tohoku University & Hokkaido University อดีตมหาวิทยาลัยหลวง 2 [Study in Japan]

Nagoya University

มหาวิทยาลัยนาโงยะตั้งอยู่ในเมืองนาโงยะ จังหวัดไอจิ ก่อตั้งใน 1939 ปี เคยเป็นมหาวิทยาลัยหลวงแห่งสุดท้ายของญี่ปุ่น

ม.นาโงยะก็เน้นการงิจัยในด้านวิทยาศาสตร์เหมือนกับอดีตมหาวิทยาลัยหลวงแห่งอื่น ซึ่งเราสามารถมองเห็นในจำนวนนักวิชาการที่ได้รางวัลโนเบลได้ นักวิชาการตั้ง 6 คนจากม.นาโงยะได้รางวัลโนเบล เป็นลำดับที่ 3 ในมหาวิทยาลัยญี่ปุ่น ตาม ม.โตเกียว (11 คน) และ ม.เกียวโต (7 คน)

พูดถึงหลักสูตรระดับปริญญาโท/เอกที่มีชื่อเสียง จะได้ยกพัฒนศึกษาระหว่างประเทศ (International Development Study) ม.นาโงยะมี Graduate School of International Development (GSID) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของพัฒนศึกษาระหว่างประเทศในญี่ปุ่น

ในระดับปริญญาตรี คณะอักษรศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์มีหลักสูตร์ให้นักศึกษาเลือกวิชาเอก (major) ของตัวเองหลังเข้ามหาวิทยาลัย นักศึกษาจะได้ค้นหาวิชาการที่ตัวเองอยากจะเรียนผ่านการเรียนคาบวิชาอย่างกว้างขวางในตอนอยู่ปี 1-2

ที่มา: Nagoya University

Osaka University

มหาวิทยาลัยโอซากะมีวิทยาเขตทั้ง 3 เขตในจังหวัดโอซากะ ได้แก่ Toyonaka, Suita และ Minoh ก่อตั้งในปี 1931

ม.โอซากะมีตระกูลของโรงเรียน 2 แห่งในสมัยเอโดะ เรียกว่า ชิจูกุ (私塾) ซึ่งนำเข้าวิชาการสมัยใหม่จากจีนหรือทวีปยุโรป โรงเรียนไคโตกุโด (懐徳堂) กลายเป็นคณะอักษรศาสตร์ โรงเรียนเทกิจูกุ (適塾) กลายเป็นคณะแพทยศาสตร์ของ ม.โอซากะ ในปัจจุบันนี้คณะอักษรศาสตร์/สถาบันมนุษยศาสตร์และคณะแพทยศาสตร์/สถาบันแพทยศาสตร์ของ ม.โอซากะ ยังก็มีชื่อเสียง

ม.โอซากะได้รวบรวมอดีต Osaka University of Foreign Studies ในปี 2007 กลายเป็นคณะต่างประเทศศึกษา (Faculty of Foreign Studies) ในคณะฯนี้ นักศึกษาจะได้เอกภาษาใดภาษาหนึ่งจาก 25 ภาษา รวมถึงภาษาไทย! ในมหาวิทยาลัยภาครัฐญี่ปุ่นที่เอกภาษาไทยได้มีแค่ 2 แห่ง ก็คือ ม.โอซากะ และ Tokyo University of Foreign Studies (TUFS) อีกทั้ง ทั้งสองแห่งนั้นมีบทบาทเป็นสถาบันอบรมฝึกภาษาญี่ปุ่นสำหรับนักศึกษาต่างชาติที่ได้ทุนจากกระทรวงศึกษาธิการฯแห่งญี่ปุ่น (MEXT)

ที่มา: Osaka University

Kyushu University

มหาวิทยาลัยคิวชูตั้งอยู่ในจังหวัดฟูกูโอกะเป็นหลัก ก่อตั้งในปี 1911 ม.คิวชูมีตระกูลของโรงเรียนและโรงพยาบาลแห่ง 1 ชื่อ ซันเซกัน (賛生館) ในสมัยเอโดะ ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางของการนำเข้าแพทยศาสตร์สมัยใหม่จากทวีปยุโรป กลายเป็นคณะแพทยศาสตร์ของ ม.คิวชู ในปัจจุบัน

ม.คิวชู แบ่งหน่วยบริหารการวิจัยการสอนออกเป็น 3 ประเภทอย่างชัดเจน Kenkyu-in (研究院, Graduate School) เป็นหน่วยบริหารสำหรับนักวิชาการ Gakufu (学府, Faculty) เป็นหน่วยบริหารสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ส่วน Gakubu (学部, Schools) เป็นหน่วยบริหารสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี ระบบแบบนี้ช่วยให้รักษาคุณภาพของทั้งการสอนทั้งการวิจัย อ้าง Times Higher Education แล้ว บอกว่าอัตราจำนวนนักศึกษาต่อผู้สอน (No.of students per staff) นั้นคือ 7.7 คน ซึ่งอยู่ในระดับที่สุดในอดีตมหาวิทยาลัยหลวงทั้ง 7 แห่ง

ม.คิวชู ได้รวบรวมกับอดีต Kyushu Institute of Design ในปี 2003 กลายเป็นสถาบันและคณะศิลปศาสตร์ (Graduate School of Design / Faculty of Design) เพราะฉะนั้น ผู้สนใจด้านศิลปศาสตร์เข้ามาเรียนที่ ม.คิวชู จำนวนมาก

นอกจากนั้น ม.คิวชูเน้นวิจัยที่รวมกับสาขาวิชามากกว่า 2 ขึ้นไป (Interdisciplinarity) ตั้งแต่ระดับปริญญาตรี โดยเฉพาะใน Schools of Interdisciplinary Science and Innovation และ The 21st Century Program

ที่มา: Kyushu University

สรุป

บทความนี้ เราได้นำเสนอ ม.นาโงยะ ม.โอซากะ และ ม.คิวชู เป็นอดีตมหาวิทยาลัยหลวงญี่ปุ่น 3 ใน 7 แห่ง เราเห็นอย่างชัดว่ามหาวิทยาลัยแต่ละแห่งมีลักษณะของตัวเอง แม้ว่าครอบคลุมหลายวิชาและถูกนับเป็น Top University อย่างเป็นกลุ่มเดียวก็ตาม

หวังว่าผู้อ่านทุกท่านจะเลือกมหาวิทยาลัยในญี่ปุ่นจากความสนใจของตัวเองได้ ไม่ใช่จาก “ชื่อ” ของมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งนะครับ!

ทำไมต้อง Study in Japan? เชื่อว่าหลายคนที่มีความชื่นชอบในภาษาและวัฒนธรรมญี่ปุ่น ไม่ว่าจะผ่านการฟังเพลง การอ่านมังงะ หรือดูโดราม่าก็ตาม มีความใฝ่ฝันว่าสักครั้งในชีวิตอยากไปเรียนที่ญี่ปุ่น ทำให้ในทุก ๆ ปี ประเทศญี่ปุ่นจะเป็นจุดหมายปลายทางแรก ๆ ในเอเชียที่คนไทยอยากไปเรียนภาษาระยะสั้นที่ประเทศญี่ปุ่น หรืออยากไปศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น ถึงแม้ว่าประเทศญี่ปุ่นจะอยู่ในทวีปเอเชียก็ตาม แต่วัฒนธรรมนั้นก็มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนและมีความแตกต่างจากประเทศไทยอย่างมาก เพื่อให้คนที่สนใจจะไปร่ำเรียนที่ประเทศญี่ปุ่นได้รู้ประเทศญี่ปุ่นอย่างลึกก่อนตัดสินใจไป ทาง APSthai เลยโครงการ Study in Japan ที่จะช่วยให้คำแนะนำเรื่องการศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น (Study in Japan) ให้กับบุคคลที่มีความสนใจ โดยจะเขียนบทความเพื่อให้ความรู้กับผู้ที่สนใจทั้งในด้านวัฒนธรรมญี่ปุ่น และการศึกษาญี่ปุ่นต่อไป