ทำไม Year 9 ถึงสำคัญ … สิ่งที่ต้องทำเมื่อขึ้น Year 9 มีอะไรบ้าง ?

CategoriesarticlesTagged , ,

อีกไม่ถึงเดือน ก็จะเปิดเทอมกันอีกรอบแล้วสำหรับโรงเรียนอินเตอร์ระบบอังกฤษ ทุกครั้งที่ขึ้น Year ใหม่ ก็จะมีสิ่งใหม่ ๆ รอเราอยู่ และหนึ่งใน Year ที่มีความสำคัญมาก ๆ ก็คือ Year 9 นี่แหละครับ ถ้าลูกคุณพ่อคุณแม่กำลังจะขึ้น Year 9 คำถามคือคุณพ่อคุณแม่รู้แล้วหรือยังครับว่า Year 9 สำคัญอย่างไร และ ต้องทำอะไรบ้าง วันนี้เรามาคุยเรื่องนี้กันครับ

ทำไม Year 9 ถึงสำคัญ ?

คำตอบที่ง่ายที่สุดคือ เพราะมันเป็นปีที่เด็ก ๆ ต้องเตรียมตัวก่อนจะขึ้น Year 10 และ Year 11 ซึ่งเป็น 2 ปีของการเรียนหลักสูตร IGCSE หลาย ๆ คนไม่สามารถมี Year 10 และ Year 11 ที่ดีได้ เพราะผลการเรียนและการวางแผนตั้งแต่ Year 9 นั้นไม่ดีพอ

โดยปกติแล้ว โรงเรียนจะให้เด็ก ๆ เลือกวิชา IGCSE สำหรับ Year 10 และ Year 11 ตอนช่วงปลายเทอม 1 หรือต้นเทอม 2 ของ Year 9 ซึ่งสิ่งที่หลาย ๆ คนไม่รู้ก็คือ สิ่งที่เราเลือกว่าอยากจะเรียนนั้น สุดท้ายเราอาจจะไม่ได้เรียนก็ได้ อันนี้ขึ้นกับว่าผลการเรียนตอน Year 9 เป็นอย่างไร

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคะแนนวิชา Science ตอน Year 9 ไม่ดี โรงเรียนอาจจะไม่ยอมให้เลือก Science อย่างที่ต้องการตอน Year 10 เราเคยเจอกรณีของเด็กที่โตขึ้นอยากเรียนต่อด้าน Engineering แต่ครูที่โรงเรียนไม่ยอมให้เลือก IGCSE วิชา Physics เพราะว่าคะแนนส่วนของ Physics ตอน Year 9 ของเด็กคนนั้นไม่ดีพอ ซึ่งถ้าตอน IGCSE ไม่ได้เรียน Physics ตอนขึ้น A-level ก็จะไม่สามารถเลือก Physics ได้ ก็แทบจะหมายถึงการตัดอนาคตด้าน Engineering ของเด็กคนนี้ไปเลย

หรือ ถ้าคะแนนวิชาภาษาอังกฤษตอน Year 9 ไม่ดี โรงเรียนอาจจะไม่ยอมให้เด็ก ๆ เลือกวิชาที่ต้องอ่านเขียนภาษาอังกฤษเยอะ ๆ อย่างเช่น วิชาพวก Humanities ทั้งหลาย อย่าง Business Studies, Economics, หรือ Psychology ซึ่งเป็นวิชาที่สำคัญมาก ๆ โดยเฉพาะกรณีที่เรามีเป้าหมายว่าจะเรียนต่อในด้านที่เกี่ยวข้องกับวิชาเหล่านี้ในอนาคต

อีกกรณีหนึ่งก็คือ ผลการเรียนวิชาเลขตอน Year 9 ก็จะส่งผลต่ออนาคตการเรียนใน Year 10 และ Year 11 เหมือนกัน คนที่ทำคะแนนเลขตอน Year 9 ได้ดี ๆ อาจจะได้รับโอกาสให้ทำ IGCSE ที่เป็นวิชาเลข 2 วิชาคือ Math และ Additional Math (หรือ Further Pure Math) ซึ่งจะเป็นการเตรียมตัวที่ดีก่อนจะขึ้น A-level และเหมาะกับคนที่จะไปเรียนต่อในด้านที่ต้องใช้เลขเยอะ ๆ สมมติว่าเราเป็นคนที่มีความต้องการแบบนั้น แต่ผลการเรียนเลขตอน Year 9 ไม่ดีพอ และไม่ได้รับโอกาสนั้น ก็คงจะน่าเสียดายมาก ๆ

ผลการเรียนใน Year 9 ช่วยเพิ่มโอกาสในการย้ายไปโรงเรียนทีดีขึ้นตอน Year 12

Year 12 เป็นชั้นปีที่คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ บ้าน มองเป็นโอกาสอีกครั้งที่ลูก ๆ จะได้ย้ายไปโรงเรียนที่มีคุณภาพที่ดีขึ้น และมักจะหมายถึงโรงเรียนในประเทศอังกฤษ ซึ่งโรงเรียนในประเทศอังกฤษหลาย ๆ โรงเรียนนั้น มีผลงานระดับ A-level ที่สูงมาก ๆ ชนิดที่โรงเรียนอินเตอร์ในเมืองไทยเทียบไม่ติด แถมยังมีสถิติเด็ก ๆ สอบเข้ามหาวิทยาลัยระดับท็อปในอังกฤษอย่าง Oxford Cambridge ได้สูงชนิดที่ไม่มีโรงเรียนอินเตอร์ในเมืองไทยที่ไหนทำได้มาก่อน

ซึ่งการที่จะสอบเข้าโรงเรียนเหล่านี้ได้นั้น นอกจากการสอบเข้าต่าง ๆ แล้ว ผลการเรียนในโรงเรียน หรือ School report ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทางโรงเรียนเหล่านั้นให้ความสำคัญมาก ๆ เราเคยมีกรณีของเด็กหลาย ๆ คนที่ทำข้อสอบเพื่อสอบเข้าโรงเรียนเหล่านี้ได้คะแนนสูง แต่ปรากฎว่าโรงเรียนที่สมัครนั้นปฏิเสธเด็ก ๆ ด้วยเหตุผลที่ว่า School report แสดงผลการเรียนที่ไม่ดีพอ และผลการเรียนส่วนใหญ่ที่เขาดูก็คือผลของ Year 10 และ Year 9 นั่นแหละครับ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรงเรียนระดับท็อปมาก ๆ ที่ต้องสมัครล่วงหน้าตั้งแต่ Year 10 เทอม 2 หรือ เทอม 3 นั้น เขาอาจจะไม่ทันรอดูผลการเรียนตอน Year 10 ของเรา เขาก็จะดูผลการเรียนตอน Year 9 ของเรานี่แหละครับ เพราะฉะนั้นผลการเรียน Year 9 จึงมีความสำคัญมาก ๆ ที่เราต้องแน่ใจว่าจะทำมันออกมาให้ดีที่สุด เพื่อเพิ่มโอกาสในการย้ายไปยังโรงเรียนดี ๆ ระดับท็อปในประเทศอังกฤษให้มากขึ้น

สิ่งที่ต้องทำเมื่อขึ้น Year 9 มีอะไรบ้าง ?

คราวนี้เรามาดูกันครับว่า ในเมื่อ Year 9 มีความสำคัญขนาดนี้แล้ว สิ่งที่ต้องทำเมื่อขึ้น Year 9 มีอะไรบ้าง

อย่างแรก ทำเกรดในโรงเรียนให้ดี ๆ

Year 8 ที่ผ่านมาแล้วเป็นอย่างไร ก็ช่างมัน อดีตผ่านไปแล้วอย่าไปใส่ใจ ได้เวลาเอาจริงเอาจังสำหรับ Year 9 ในวิชาหลัก ๆ ได้แก่ Math, English, Science นั้นแน่นอนว่าต้องทำให้ดีที่สุด แต่วิชาประกอบอื่น ๆ ที่โรงเรียนให้เรียนก็ต้องทำให้ดีที่สุดเช่นกัน

ปกติแล้วผลการเรียน หรือ School report ที่จะได้ตอนจบแต่ละเทอมและแต่ละปีนั้น ครูที่โรงเรียนมักจะเอามาจากคะแนนการสอบย่อยทั้งหลายไม่ว่าจะใหญ่จะเล็ก รวมไปถึงคะแนนในการส่งงานและการบ้านต่าง ๆ จุดนี้คุณพ่อคุณแม่ต้องช่วยกันคุยกับลูก ๆ ให้เข้าใจว่า ต่อไปนี้จะไม่มีคำว่าสอบเล่น ๆ หรือการบ้านขำ ๆ จะมีแต่ว่าครั้งไหนมีสอบ ครั้งไหนมีการบ้านต้องส่ง ก็จะทำให้ดีที่สุดทุกครั้ง เราไม่มีวันรู้ว่าครั้งไหนบ้าง ในสัดส่วนเท่าไรบ้าง ที่มันจะกลายไปเป็นเกรดใน School report เราจึงทำได้แค่เพียง ทำให้ดีที่สุดในทุก ๆ ครั้งเท่านั้นเอง

และบ่อยครั้งที่การสอบย่อยใน Year 9 ครูมักจะปนเนื้อหาที่สูงขึ้น เช่น เนื้อหา IGCSE ลงมาอยู่ในข้อสอบด้วย เพื่อคัดแยกเด็กตามความสามารถ ตรงนี้คำแนะนำคือให้ self-study หรือวางแผนเรียนพิเศษเพิ่มเติมในบางวิชาเพื่อเรียนเนื้อหา Year 10 หรือ IGCSE ล่วงหน้าตั้งแต่ยังอยู่ Year 9 ถ้าถามว่าหนักไปไหม คำตอบคือไม่หนักหรอกครับ จริง ๆ เนื้อหา Year 9 – 11 นั้นไม่ได้ต่างกันมาก ถ้าการเรียนรู้ล่วงหน้าแล้วจะทำให้เราได้รับโอกาสในชีวิตมากขึ้น ก็สมควรทำครับ

อย่างที่สอง วางแผนล่วงหน้าว่าจะเลือก IGCSE วิชาอะไรบ้าง

พอขึ้น Year 9 แล้ว ประมาณปลายเทอม 1 หรือต้นเทอม 2 โรงเรียนจะมีแบบฟอร์มมาให้เรากรอกว่าจะเลือกวิชา IGCSE อะไรบ้าง สิ่งนี้ให้วางแผนล่วงหน้าไปเลยครับว่าจะเลือกอะไรบ้าง โดยที่หลักการในการเลือกให้ทำตาม 3 ขั้นตอนนี้ครับ

  1. เลือกให้ครอบคลุมทุกด้านตามคำแนะนำของมหาวิทยาลัยระดับท็อปที่อังกฤษ ได้แก่ Math, English, Science, Humanities, Creativity, Additional Languages ยิ่งครบถ้วนเท่าไร ยิ่งดูดีเท่านั้น
  2. เลือกให้ครอบคลุมทุกอาชีพ ทุกสายการเรียนในอนาคตที่คาดว่าจะทำ ตรงนี้แนะนำว่าก่อนขึ้น Year 9 ให้ทำ Career Test เพื่อให้ตอบได้ว่าความชอบ ตัวตน และความถนัดของเราไปทางไหน อาชีพไหนที่เหมาะสมสำหรับอนาคต จะได้เลือกวิชาได้อย่างถูกต้องครบถ้วนจริง ๆ ในระดับ IGCSE
  3. ตรวจสอบกับโรงเรียนว่า มีวิชาตามที่เราต้องการให้เลือกไหม หรือ มีวิชาไหนเลือกพร้อมกันไม่ได้เพราะ slot ที่โรงเรียนจัดให้มันไม่เอื้ออำนวยไหม ตรงนี้บ่อยครั้งเราจะเจอปัญหาว่าโรงเรียนไม่มีบางวิชาให้เลือก หรือ slot มันชนกันจึงเลือกไม่ได้ อันนี้ให้เข้ามาปรึกษาคุยกันเพิ่มเติม เพราะเราอาจจะต้องเรียนบางวิชาเองนอกโรงเรียนเพื่อให้ยังเลือกทุกอย่างได้อย่างที่ควรจะเป็นครับ ส่วนตัวแล้วมีความเห็นว่าเด็ก ๆ อยากเลือกอะไร ควรเลือกได้ทั้งหมด ต้องไม่ยอมให้ข้อจำกัดของโรงเรียนมาเป็นอุปสรรคครับ

อย่างที่สาม วางแผนสอบ IGCSE ล่วงหน้า

การสอบ IGCSE นั้น จริง ๆ แล้วเขาสอบการตอนเทอม 3 ของ Year 11 แต่เรามักจะแนะนำว่าถ้าสามารถเรียน IGCSE บางวิชาให้จบล่วงหน้าได้ และเอามาทยอยสอบล่วงหน้าได้ตอน Year 10 เทอม 3 (เดือน May/June) และตอน Year 11 เทอม 1 (Oct/Nov) จะเป็นการดีมาก ๆ เพราะปกติแล้วการสอบ IGCSE ตอน Year 11 เทอม 3 ครั้งเดียวนั้น จะเป็นภาระที่ค่อนข้างหนักและหลายปีมาแล้วที่เด็ก ๆ ไม่สามารถทำเกรดได้ดีพอเพราะวิชาที่ต้องสอบพร้อมกันนั้นมันเยอะเกินไป การสอบล่วงหน้าจะทำให้เด็ก ๆ ทยอยเก็บเกรด A* หรือเกรด 9 ในบางวิชามาก่อนได้ และทำให้ภาระการสอบรอบสุดท้ายลดลงด้วย

ประโยชน์ของการสอบล่วงหน้า แล้วได้เกรด A* หรือเกรด 9 มาเก็บไว้ในมือก่อน นอกจากเรื่องของการแบ่งเบาภาระการสอบในรอบสุดท้ายแล้ว ยังมีประโยชน์ในการสมัครโรงเรียนดี ๆ ในประเทศอังกฤษตอน Year 12 ด้วย เพราะโรงเรียนเหล่านั้นชอบที่จะเห็นผลการสอบเหล่านี้ เนื่องจากเป็นการสอบจริง ๆ ไม่ใช่แค่ School report ในโรงเรียน ซึ่งการได้เกรด IGCSE ดี ๆ มาล่วงหน้าในบางวิชานั้น นอกจากจะทำให้สมัครโรงเรียนดี ๆ ในประเทศอังกฤษบางโรงเรียนได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังเพิ่มโอกาสของชิง scholarship จากโรงเรียนนั้น ๆ ได้ด้วย เพราะเป็นการแสดงถึงความสามารถพิเศษ เพราะฉะนั้น การสอบล่วงหน้าของ IGCSE นั้นจึงช่วยเพิ่มโอกาสในชีวิตเป็นอย่างมากครับ

ซึ่งการจะรู้ได้ว่า เด็ก ๆ ควรสอบ IGCSE ล่วงหน้าวิชาไหนก่อน วิชาไหนหลัง วิชาไหนสอบรอบไหนนั้น วิธีหนึ่งที่บอกได้คือการทำ Career Test ครับ เพราะจะช่วยแนะนำได้ว่าจุดแข็ง จุดอ่อนของเราคืออะไร และกลยุทธ์ในการเตรียมตัวควรจะเป็นเช่นไร เพื่อให้สามารถสอบล่วงหน้า IGCSE ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และได้เกรดออกมาดีที่สุดครับ

สรุปแล้ว Year 9 เป็นปีที่มีความสำคัญมาก ๆ และมีอะไรหลาย ๆ ที่ต้องวางแผนล่วงหน้า ซึ่งถ้าทำได้ดีพอ อนาคตใน Year ต่อ ๆ ไปก็จะดีมาก ๆ และเปิดโอกาสดี ๆ หลาย ๆ อย่างในชีวิตมากขึ้น เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ๆ นะครับ อย่าให้เป็นเหมือนหลาย ๆ บ้านที่เราเจอ คือ มาคุยกันในวันที่ Year 9 ผ่านไปแล้ว และทำบางอย่างพลาดไปแล้ว แน่นอนว่าสุดท้ายปัญหาย่อมแก้ได้ แต่จะดีกว่าไหมถ้าเราป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้นและเตรียมตัวไว้ให้ดีพอ

อีกไม่ถึงเดือนจะเปิดเทอมใหม่แล้ว คุยกัน วางแผนดี ๆ แล้วเริ่มต้น Year 9 อย่างเข้าใจกันนะครับ

เพิ่มเติม : หากคุณพ่อคุณแม่สนใจให้ลูกทำ Career Test

Career Test ของเราเหมาะสำหรับเด็ก ๆ ที่อายุ 13 ปีขึ้นไป และกำลังจะขึ้น Year 9 ทำเพื่อค้นหาว่าความชอบความสนใจ (Interest) ตัวตนบุคลิกภาพ (Personality) และความถนัด (Aptitude) ทั้ง 7 ด้าน ของเด็ก ๆ ว่าเป็นอย่างไร มหาวิทยาลัยระดับท็อปที่ไหนสาขาไหนบ้างที่ต้องการคนลักษณะแบบนี้ และ อาชีพใดบ้างที่คนที่มีลักษณะแบบนี้เขาไปทำกัน นอกจากนี้ จะเป็นเรื่องของการวางแผนระยะยาวว่า ถ้าผล Career Test เป็นแบบนี้แล้ว สิ่งที่ต้องทำในปีนี้คืออะไร สิ่งที่ต้องทำในปีถัด ๆ ไปคืออะไร เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายที่ต้องการได้

Career Test คิดค่าใช้จ่ายในการทำเพียง 9,630 บาทต่อคน แถมฟรี การวิเคราะห์ผล และ การวางแผนการเรียนต่อเนื่อง สามารถกลับเข้ามาคุยเพื่อวางแผนการเรียนในแต่ละปี ๆ ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งและไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

สนใจติดต่อ Krutoo Home Education/APSthai สาขาสีลม 084-320-1789 (คุณจ๋อมแจ๋ม) สาขาหลักสี่ 083-179-9630 (คุณน่าน) ครับ

แบ่งปันเรื่องราวนี้ :
error0

About the author

ตอนเด็ก ๆ ชอบเรียนเลขมาก จนไม่อยากเรียนวิชาอื่นเลย แต่ระบบบ้านเรามันไม่ตอบโจทย์ เราไม่มีอิสระเสรีที่จะทำอะไรแบบนั้นได้ พอได้มาเป็นครู ได้มาเจอหลักสูตรอังกฤษ ที่เด็ก ๆ เลือกเรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบได้อย่างแท้จริง จึงอินมาก ๆ และอยากให้คุณพ่อคุณแม่ทุกคนได้สนับสนุนลูก ๆ ให้ได้เลือกทางเดินของตัวเอง อย่างมีแผน และ อย่างถูกต้อง

Leave a Reply