รีวิว : รู้จักตัวเองอย่างแท้จริง หลังเรียนจบ ด้วย Career Test

CategoriesarticlesTagged

คุณเคยเป็นไหม…จบปริญญาตรีหรือปริญญาโทแล้วยังตอบไม่ได้ว่า เป้าหมายในชีวิตที่อยากทำคืออะไร ตัวเราเองเก่ง รัก ชอบ ถนัด และมีความสุขไปกับอะไร บางคนเสียเวลาในการค้นหา 5 ปี 10 ปี แต่ก็ยังตอบไม่ได้ แม้ตัวเราเองที่อายุย่างเข้า 30+ อยู่ในวัยทำงาน ก็ยังตอบไม่ได้เหมือนกันว่าตัวเราเป็นอย่างไรหรือถนัดอะไร ซึ่งเราโชคดีที่มีโอกาสได้ทดสอบ Career test ที่เป็นชุดทดสอบทางจิตวิทยา ดังนั้นบทความนี้เราเลยขอมาเล่าประสบการณ์การทำ Career test ให้ผู้อ่านได้รู้จัก Career test เป็นอย่างไรและดูว่าในวัยทำงานแล้วผล Career test มีประโยชน์อย่างไร

ก่อนอื่นเราทำงานด้านแนะแนวการศึกษา ทำให้คุ้นเคยกับ Career test ของที่ APSthai เป็นอย่างดี เพราะเรานำ Career test มาใช้กับเด็กอายุ 13 ปีขึ้นไป ในการวางแผนการเรียน และการเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัยที่ดี ๆ ในอนาคต  ช่วงสถานการณ์ Covid-19 เราได้เจอกับคนที่อายุ 20+ ที่เพิ่งจบปริญญาตรี หรือคนที่อยู่ในวัยทำงานแล้วมาทำ Career test มากขึ้น เพราะพวกเขาคงอยากรู้ว่าตัวเองเหมาะกับอะไร เพื่อที่จะวางแผนเรียนต่อปริญญาโทหรือตามหาความฝันตัวเองในช่วงที่มีเวลาให้เตรียมตัวแบบนี้ เมื่อเราเจอแบบนี้หลาย ๆ เคสก็เกิดสงสัยว่าผล Career test ตอบได้จริงไหมว่า เราเป็นแบบไหน และเหมาะสมกับอะไร เพื่อมาวางแผนการทำงานหรือเรียนต่อปริญญาอีกใบสำหรับตัวเอง

เรากำลังจะตัดสินใจทำ Career test เพราะเริ่มอยากรู้จักตัวเองมากขึ้น อยากชัดเจนในการวางแผนตัวเองในการเรียนต่อปริญญาเอก และนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับการทำงานมากขึ้น ซึ่งจังหวะเหมาะเจาะมากและคิดว่าโชคดีมากที่เวลานั้นบอสก็เสนอให้ทำ Career test ชุดเต็มเหมือนที่เด็ก 13+ ทำ โดยมี 3 ทั้งหมด 3 Parts หลัก ๆ ได้แก่ ความสนใจ (Interest), บุคคลิกภาพ (Personality), ความถนัด (Aptitude) เพราะเหตุนี้จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นในการทำ Career test ของเรา

หลังจากที่ตกลงว่าจะทำก็ได้รับ Token เพื่อเข้าสู่ระบบการทำ Career test บอกเลยว่า ตื่นเต้นและกระตือรือร้นที่จะทำสุด ๆ เริ่มด้วยการกรอกข้อมูลตัวเองเบื้องต้น และเข้าสู่การทำ Part1 ซึ่งเราว่าเป็นส่วนที่ง่ายที่สุด แบบว่าอ่านแล้วเลือกตอบได้เลยว่าเราสนใจ หรือชอบทำอะไร เสร็จแล้วก็ต่อด้วย Part 2 เอาจริง ๆ ส่วนนี้เรามีความลังเลในการตอบคำถามหลาย ๆ ข้อ เพราะไม่มั่นใจว่าตัวเองเป็นแบบไหน ตอนทำเรามักนึกตลอดว่า “ ต้องตอบในสิ่งที่เราเป็นอยู่ ไม่ใช่สิ่งที่เราอยากให้เป็น” ไม่อย่างนั้นผลจะไม่ใช่ตัวเราจริง ๆ ใช้เวลาส่วนนี้นานพอควร แต่ไม่ได้นานเท่า Part 3 เพราะส่วนนี้เองมีย่อยอีก 7 Parts และต้องคิดวิเคราะห์ค่อนข้างเยอะ ส่วนไหนคิดว่าทำแล้วสนุก ๆ ก็เสร็จไว แต่ส่วนไหนที่เรารู้สึกว่าไม่ค่อยถนัดก็จะใช้เวลานานหน่อย รวม ๆ แล้วเราใช้เวลาเกือบ 1 เดือนในการทำ Career test เนื่องด้วยเวลาที่ไม่ค่อยว่าง และอารมณ์ที่ไมค่อยพร้อมทำ test ของเราเองด้วย เพราะกลัวว่าผลออกมาไม่ตรงจึงคิดอย่างรอบคอบและตั้งใจทำแบบเต็มที่สุด ๆ

เมื่อทำ Career test เสร็จแล้วใช้ว่าเราจะรู้ผลเลยนะ ต้องส่งไปให้วิเคราะห์ประมาณ 2 สัปดาห์ ซึ่งระหว่างที่รอพี่ ๆ น้อง ๆ บางคนผลออกแล้ว เราก็ใจลุ้นเหมือนรอรางวัลที่ 1 แบบว่า “ลุ้นกว่าผล Lotto ก็ผล Career test นี่แหละ” และแล้วเมื่อผลออกส่วนแรกที่เราเปิดคือ ความถนัด (Aptitude) อยากรู้ว่าตัวเองถนัดอะไรที่สุด วงของความถนัดจะเป็นรูปแบบไหนนะ แล้วค่อยเปิดหน้าสุดท้าย คือ อาชีพที่ออกมาว่าตัวเองจะเป็นอาชีพอะไร และอีก 2 ส่วนที่เหลือ สิ่งที่คิดอยู่ตอนกำลังจะรู้ผล คือ ทางที่เราเลือกเดินมาตลอดจะใช่รึป่าวนะ แล้วถ้าไม่ใช่ล่ะเราจะทำอย่างไรต่อ  ก็รู้อยู่แล้วว่าผล Career test เป็นสิ่งที่ช่วยทำให้รู้จักตัวเองมากขึ้น ไม่ได้ตัดสินว่าสิ่งที่เราเคยเลือกมาผิด แล้วเราต้องไปเริ่มใหม่ แต่เราจะเอาข้อดีพวกนั้นมาพัฒนาตัวเอง ทำให้การเรียนหรืองานที่ทำดีขึ้นได้อย่างไร แผนชีวิตที่วางไว้จะปรับให้เหมาะสมกับตัวเองให้ดีขึ้นอีกได้อย่างไร นี่คือโจทย์ที่เราต้องคิด ซึ่งผล Career test ที่ออกมานั้นเรายังได้แลกเปลี่ยนมุมมองกับทีมงานที่อ่านผล Career test ด้วยกัน เพื่อให้เข้าใจในมุมมองของผลที่ออกมาได้อย่างชัดเจนขึ้นไปอีก

สำหรับเราคิดว่าผล Career test ที่ออกมาตรงมาก ๆ ทั้ง 3 ส่วน เป็นตัวตนของเราจริง ๆ ที่หาคำตอบมานาน หลักสำคัญที่ได้จากการทำ Career test คือ ส่วนที่เราสามารถนำพัฒนาตัวเอง เช่น การเน้นในเรื่องของการตระหนักรู้ในตนเอง (Self-awareness) ความสามารถในการมองเห็นตัวเองและตระหนักถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวเองได้อย่างชัดเจน ผ่านการรับรู้และเข้าใจสภาวะต่าง ๆ ช่วยทำให้เรามีความสุขและสามารถพัฒนาตัวเองได้ตลอด ทั้งในเรื่องชีวิตส่วนตัวและการทำงานให้ดียิ่งขึ้น หรือมุมมองในเรื่องรูปแบบในการเรียนรู้และการทำงานที่เรามาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ส่วนของบุคคลิกที่แต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไป ทั้งการคิด การตัดสินใจ การวางแผน เราก็เอามาปรับให้เข้ากับการใช้ชีวิตที่เป็นอยู่ โดยจะทำอย่างให้ตัวตนของเราอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข แบบที่ไม่ต้องฝืนตัวเอง ท้ายสุดคือความถนัดที่เรามี สิ่งนั้นนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ในการพัฒนาทักษะหรือศักยภาพในการทำงานหรือการเรียนของตัวเองให้ยอดเยี่ยมได้อย่างไรต่อไป

สุดท้ายนี้ในช่วง COVID-19 ก็ถือได้ว่าเป็นโอกาสทองสำหรับวัยทำงานที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับตัวเอง หรือวางแผนพัฒนาอนาคตให้ชัดเจน หรือแม้แต่สานฝันในสิ่งที่เราคิดอยากจะทำ ซึ่งสำหรับใครที่ยังมองไม่เห็นทาง หรือตอบตัวเองไม่ได้ว่าเหมาะสมกับอะไร ลังเลไม่กล้าที่จะทำ เพราะไม่รู้สิ่งที่ทำอยู่ตอบโจทย์ความเป็นตัวเองแล้วรึป่าว เราขอแนะนำให้ทำ Career test ชุดนี้ ไม่ต้องกังวลว่าสิ่งที่ทำจะสายไป เพราะสิ่งที่ได้อาจจะทำให้คุณรู้คุณค่าในตัวเองมากว่าที่เป็นอยู่

“ไม่มีคำว่าสายไป หากสิ่งที่คุณทำจะช่วยหาคำตอบในตัวตนที่คุณเป็น”

สำหรับใครที่สนใจทำ Career test เพื่อเป็นแนวทางให้ตัวเอง สามารถติดต่อได้ที่ 084-3201789 หรือ 083-1799630
Line: @apsthai

About the author

เป็นคนไม่ชอบอยู่นิ่ง รักการท่องโลกเพราะได้เจอผู้คนใหม่หลากหลายเชื้อชาติ ชอบเรียนภาษาและวัฒนธรรมใหม่ ๆ เน้นเรียนรู้จากประสบการณ์ แม้ประสบการณ์ไม่เยอะแต่ชอบเล่า เลยอยากเอาประสบการณ์มาเล่าสู่กันฟังค่ะ

Leave a Reply